ป.ป.ช. เปิดเซฟ "จตุพร บุรุษพัฒน์" รวย 105 ล้านบาท รายได้รวมต่อปีกว่า 8.1 ล้าน เบี้ยประชุมปีละ 5.7 ล้าน สะสมพระเครื่องดังเพียบ
15 กันยายน 2568 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายราย รายชื่อน่าสนใจ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้, กรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2568
นายจตุพร แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 72,631,489 บาท ได้แก่ เงินสด 3 แสนบาท เงินฝาก 32,267,102 บาท เงินลงทุน (หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้) 50,000 บาท ที่ดิน 1 แปลง 1 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง เป็นบ้านพักทั้งหมด รวมมูลค่า 20.5 ล้านบาท ยานพาหนะ 2 คัน 3,934,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 2,315,386 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 12,265,000 บาท มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 8,117,155 บาท เป็นเงินเดือน 1,945,4333 บาท เบี้ยประชุม 5,701,852 บาท รายจ่ายรวม 1.2 ล้านบาท
ส่วนนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ กรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง คณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้ถนน และกรรมการบริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด คู่สมรส มีทรัพย์สิน 32,479,852 บาท ได้แก่ เงินสด 2 แสนบาท เงินฝาก 6,661,687 บาท ที่ดิน 2 แปลง 10,305,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง เป็นบ้านพัก 1 หลัง และห้องชุด 1 รายการ รวม 4.3 ล้านบาท ยานพาหนะ 2 คัน 2,107,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 606,164 บาท ทรัพย์สินอื่น 8.3 ล้านบาท มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 2,441,361 บาท เป็นเงินเดือน 1,273,031 บาท เบี้ยประชุม 1,156,000 บาท ดอกเบี้ย 12,330 บาท รายจ่ายรวม 4 แสนบาท
รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 105,111,341 บาท ไม่มีหนี้สิน
ทรัพย์สินที่น่าสนใจ นายจตุพร แจ้งถือครองพระพุทธรูปเชียงแสน รุ่นสิงห์ 1 หน้าตัก 20 นิ้ว 1 องค์ มูลค่า 2 ล้านบาท พระรอด 1 องค์ 1 ล้านบาท พระขุนแผน 1 องค์ 2 แสนบาท พระพุทธรูปบูชาอีก 50 องค์ มูลค่ารวม 1 ล้านบาท พระเครื่องทองคำ พระเครื่องเหรียญทองคำ เหรียญต่าง ๆ อีก 300 องค์ มูลค่า 2 ล้านบาท ที่เหลือเป็นแหวน ทองรูปพรรณ นาฬิกาหรูอีกหลายเรือน นอกจากนี้ยังมีปืนอีก 3 กระบอก รวมมูลค่า 235,000 บาท
เช่นเดียวกันกับนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ คู่สมรส แจ้งสะสมพระเครื่องทองคำ พระเครื่อง เหรียญทองคำ เหรียญต่าง ๆ 60 องค์ มูลค่ารวม 1 ล้านบาท ทองรูปพรรณ (สร้อยคอ) หนัก 60 บาท มูลค่า 1.2 ล้านบาท ทองรูปพรรณ (สร้อยข้อมือ) หนัก 20 บาท มูลค่า 4 แสนบาท ที่เหลือเป็นเครื่องประดับ เช่น แหวนเพชร จี้เพชร นาฬิกาหรู เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว
ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว
ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
อดีตผู้พิพากษา ชี้สอบ ป.ป.ช. 'คดีศักดิ์สยาม' บททดสอบนิติรัฐไทย
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุการเข้าชื่อร้องสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐไทย ตั้งคำถามต่อมติ ป.ป.ช. ที่สวนทางคำวินิจฉัยศ
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ 37 ล้าน
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ แต่เสียชีวิตแล้ว ให้บังคับเอาทรัพย์สินจากกองมรดกแทน

