'ฟูอาดี้' โต้แทน 'เท้ง' ปมให้สัมภาษณ์ TIME ซัดใครกันแน่หมกมุ่นเรื่องม.112 มากกว่ากัน

17ก.ย. 2568- นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อดีตที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของพรรคก้าวไกล และบุตรชาย ศ.ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรมว.ต่างประะทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ว่า

เป็นเรื่องแปลกดี เป็นความกระอักกระอ่วนใจอย่างหนึ่งคือ พอคนระดับผู้นำของพรรคส้มถูกถามเรื่อง ม.112 เขาก็จะตอบอย่างที่ควรจะตอบ เพราะเขาเชื่อแบบนั้น และเป็นเรื่องสำคัญที่คนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งมองว่าเป็นปัญหาที่ควรถูกแก้ อย่างน้อยก็ลดการถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

...แต่พอตอบแล้วถูกเอาไปเขียนเป็นส่วนหนึ่งของบทความ หรือถูกแปลมาแล้วสื่อไทยไปเน้น และพาดหัวตรงนั้น ทั้งๆที่ทั้งบทความล่าสุดที่สัมภาษณ์คุณเท้งใน TIME พูดถึงเรื่อง ม.112 น้อยมาก ถ้านับจำนวนคำที่คุณเท้งพูดเรื่องนี้โดยตรง (direct) จะนับเป็น 1.28% ของบทความ (64 คำ / 4982 คำของบทความทั้งหมด) ไม่นับที่นักข่าวเขียนอธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้องในบริบทการเมืองไทยให้คนอ่านเข้าใจ คำอธิบายตรงนี้จะคิดเป็น 9% ของบทความ

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูคอมเมนต์จากผู้สนับสนุนฝั่งตรงข้าม จะเห็นการวิจารณ์ไปในทำนองว่า พรรคส้ม “หมกมุ่น" "วนอยู่กับเรื่องเดิม ๆ” มากเกินไป...ทั้งที่ถ้าอ่านบทความเต็ม ๆ จะเห็นชัดว่าส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องอื่น เช่น การปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำ การลดอิทธิพลของกองทัพและชนชั้นนำ การยอมรับการประนีประนอมเพื่อให้ได้การเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญใหม่ ประเด็นทักษิณกับคำตัดสินของศาล การฟื้นฟูการทูตกับกัมพูชา การต่อต้านการเมืองแบบอุปถัมภ์ และการทำให้สถาบันต่าง ๆ มีความรับผิดชอบต่อประชาชน แต่คอมเมนต์จากฝั่งตรงข้ามกลับเลือกจะโฟกัสที่ ม.112 เพียงอย่างเดียว แล้วละเลยเนื้อหาส่วนอื่นทั้งหมด

เอาจริง ๆ แล้ว จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่ “หมกมุ่น” กับเรื่องนี้มากกว่ากัน…และเป็นเรื่องที่น่าฉงนพอสมควรว่าทำไมฝั่งตรงข้ามส้มก้าวพ้นไปคิดเรื่องอื่นๆไม่ได้ และปรากฏการณ์ที่โดน "ยัดเยียด" ความ "หมกมุ่น" ในเรื่องนี้เกิดขึ้นทุกยุคสมัยของพรรคส้ม

ในภาษาอังกฤษ มีคำที่ใช้อธิบายลักษณะการโต้แย้งแบบนี้ ได้แก่ “straw man fallacy” หรือ “red herring” ซึ่งหมายถึงการหยิบเอาข้อโต้แย้งของอีกฝ่ายมาตัดทอนหรือบิดเบือนให้ง่ายเกินไป หรือเลือกเน้นแค่ประเด็นเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง แล้วโจมตีราวกับมันแทนข้อโต้แย้งทั้งหมด วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับเหตุผลที่ซับซ้อนหรือครบถ้วนของอีกฝ่าย และยังเป็นการตั้งใจมองข้ามปัญหาอื่น ๆ ของสังคม พร้อมทั้งดึงการถกเถียงกลับไปที่ประเด็นแคบ ๆ เพียงเรื่องเดียวเพื่อเบี่ยงความสนใจจากสาระสำคัญที่แท้จริง

ทำยังไงดี? ถ้าถูกถามจะไม่พูดเลยก็ไม่ได้อีก....

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อคติใต้เสื้อคลุมคนรุ่นใหม่! พรรคส้มกับการมองข้าม 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ

การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น

จับตากก.วินัยพรรคส้ม ถกลงดาบ ส.ส.ปากพล่อย อภิปรายเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ค้ายา

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.ก

ด้อมส้มคึก! เจี๊ยบ ตีปี๊บ 5 พ.ค. พบแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. เจ๋งไม่แพ้ชัชชาติ แต่ทีมเวิร์คปึ้กกว่า

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก

'อ.อัจฉราวดี' ฟันธง! ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ที่จะชนะพรรคส้มได้ต้องมาจากการส่งของ 'หมอวรงค์'

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความถึงการเลือกผู้ว่ากทม.ว่าเพราะผลการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคประชาชนกวาดที่