16 ก.พ.2565 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า แสดงความคิดเห็นไว้ในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
การให้เหตุผลของรอยัลลิสต์บางฝ่ายไม่เป็นคุณกับสถาบันกษัตริย์
ช่วงหนึ่งถึงสองปีมานี้ นับแต่ประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ถูกหยิบยกขึ้นในที่สาธารณะอีกครั้งโดยกลุ่มผู้ชุมนุม “ราษฎร” ทำให้เกิดข้อถกเถียงอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นสถาบันกษัตริย์จำนวนมาก ทั้งในเรื่องพระราชอำนาจ พระราชทรัพย์ ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญ ประวัติศาสตร์เรื่อง “การเสียดินแดน” เป็นต้น
รอยัลลิสต์บางฝ่ายพยายามตอบโต้ และชี้นำความคิดให้แก่ผู้สนับสนุนฝ่ายตนเอง ด้วยการผลิตสื่อ ใช้โซเชียล มีเดีย สร้างอินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายตนเองขึ้นมา เพื่อ “ตรึง” คนของฝักฝ่ายตนเองไม่ให้เปลี่ยนความคิด และแปลงตนให้เป็น “พลเมืองเอาการเอางาน” หรือ active citizen ในการพา “ทัวร์ไปลง” ฝ่ายปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
ผมสำรวจชุดการให้เหตุผลของพวกเขาแล้ว พบว่า วนเวียนอยู่แบบเดิม ถ้าไม่ทับถมว่า ฝ่ายปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เข้าใจผิด โดนเฟคนิวส์ โดนนักวิชาการปลุกปั่น ก็อ้างว่าพระราชอำนาจเป็นของกษัตริย์มานานแล้ว พระราชทรัพย์ในส่วนนี้ ในส่วนนั้น เป็นของกษัตริย์มานานแล้ว
เรื่องโต้เถียงกันแบบนี้ ก็ว่ากันไปในการต่อสู้สงครามทางความคิด
แต่ ไม่ว่าพวกรอยัลลิสต์เหล่านี้จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม การให้เหตุผลอธิบายในบางกรณีกลับไม่เป็นคุณต่อสถาบันกษัตริย์
ในสังคมประชาธิปไตย ผู้ใดมีอำนาจ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบ ถูกตรวจสอบ มีความรับผิดได้
เราจะยอมให้ ใครก็ตามที่มีอำนาจทางการเมือง อำนาจทางเศรษฐกิจ ใช้อำนาจเหล่านั้นแล้ว ไม่ต้องถูกตรวจสอบ ทำอะไรก็ไม่มีวันผิด ทำอะไรก็ไม่มีวันถูกดำเนินคดี ฟ้องร้อง ทำอะไรก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนคนอื่นๆ อย่างนั้นหรือ?
สูตรง่ายๆ ก็คือ
“มีอำนาจ ใช้อำนาจ ต้องรับผิด”
“ไม่มีอำนาจ ไม่ใช้อำนาจ ไม่ต้องรับผิด”
แบบนี้ถูกต้อง
แต่
“มีอำนาจ ใช้อำนาจ ไม่ต้องรับผิด”
“ไม่มีอำนาจ ไม่ใช้อำนาจ ต้องรับผิด”
แบบนี้ผิด
การอธิบายของฝ่ายรอยัลลิสต์บางพวกที่นำไปสู่ข้อสรุปข้อยืนยันว่า กษัตริย์มีอำนาจโดยแท้ กษัตริย์มีอำนาจกระทำการได้เองโดยลำพัง กษัตริย์เป็นผู้เล่นทางเศรษฐกิจ ถือหุ้นเสียงข้างมากได้ด้วยพระองค์เอง เรื่องแบบนี้ดีแล้ว ถูกแล้ว ไม่แปลกประหลาดแต่อย่างใด การอธิบายเช่นนี้ยิ่งทำให้ กษัตริย์ไม่มีรัฐบาลหรือองค์กรอื่นมาเป็น “กันชน” คอยรับผิดชอบแทน และจะอธิบายต่อได้ยากว่า ถ้าหากกษัตริย์มีอำนาจโดยแท้ กระทำการโดยตนเอง แล้ว กษัตริย์จะมีเอกสิทธิ์ความคุ้มกัน “ละเมิดมิได้ กล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดมิได้” ต่อไปได้อย่างไร?
หากต้องการรักษาสถาบันกษัตริย์ หากรักสถาบันกษัตริย์จริง ยิ่งต้องออกแบบระบบกฎหมายให้กษัตริย์ไม่มีอำนาจทางการเมืองโดนแท้ ไม่มีอำนาจทางเศรษฐกิจโดยแท้
เมื่อไม่มีอำนาจ ไม่ได้กระทำการด้วยตนเอง ก็ไม่ต้องรับผิด
เมื่อไม่มีอำนาจ ไม่ได้กระทำการด้วยตนเอง ก็ไม่ต้องถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ ก็ดำรงสถานะเป็นที่เคารพ และสถานะความเป็นกลางได้
ตรงกันข้าม หากสนับสนุนให้กษัตริย์มีพระราชอำนาจทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางการบริหารราชการแผ่นดิน มากเท่าไร หากสนับสนุนให้กษัตริย์ใช้อำนาจในทางสาธารณะด้วยตนเอง มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้สถานะอันเป็นที่เคารพ สถานะความเป็นกลาง ถูกกระทบกระเทือนมากเท่านั้น ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เมื่อใช้อำนาจเองตามลำพัง แล้วจะรับผิดอย่างไร?
ถ้าต้องการให้กษัตริย์ “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”
ถ้าต้องการให้ “ผู้ใดกล่าวหาหรือฟ้องร้องกษัตริย์ในทางใดๆมิได้”
ก็ต้องไม่ให้กษัตริย์มีพระราชอำนาจกระทำการในทางการเมือง การบริหาร เศรษฐกิจ โดยแท้ โดยลำพัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มองซิเออร์บูด ยกแนวคิดคอมมิวนิสต์ 'เหมาเจ๋อตง' สร้างแนวร่วมใหม่ดึงศัตรูเป็นมิตร
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เหมาเจ๋อตง : ว่าด้วยแนวร่วมประชาชาติ ในช่วงที่จีนทำสงครามต่อต้านการรุกรานของจักรพรรดินิยมญี่ปุ่น พรรคคอมมิวนิสต์จีนตัดสินใจผนึกกำลังกับพรรคก๊กมินตั๋ง ผนึกกำลังกับนายทุนชาติ เพื่อรบกับญี่ปุ่น
'กมธ.พิทักษ์สถาบัน วุฒิสภา' แถลงโต้ 'เท้ง-ปิยบุตร' สร้างวาทกรรมเซาะกร่อนสถาบัน
พล.ต.ท.ท ยุทธนา ไทยภักดี สว. และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สมาชิกวุฒิสภา นำคณะกมธ.ฯ แถลงจุดยืน ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อความนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่เสนอให้ยกเลิกการแต่งตั้งคณะองคมนตรี ภายหลังปรากฏภาพ 9 องคมนตรี ประชุมร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)
'ปิยบุตร' เชิดชู 'ธนาธร' เหนือรัฐบาลของราชอาณาจักรไทย
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความว่า [บ้านเกิด Atatürk กับบ้านตาย ปรีดี พนมยงค์]
รุมสับ‘เท้ง-ปิยบุตร’ สว.เดือด!นัดแถลงตอบโต้/ซัด‘ป๊อก’มีอคติต่อ‘สถาบัน’
"ปิยบุตร" ชี้สภาพสังคมผิดปกติไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดกาล ปลุกต้องมีพรรคการเมืองที่ชี้นำความคิด รอสถานการณ์สุกงอม
‘ปิยบุตร’ เพ้อแจกแจงนักการเมือง 2 ประเภท ใครทำเพื่อคนส่วนน้อย และใครยืนข้างเสียงส่วนใหญ่
นายปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระหว่าง คนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่ทรงอำนาจ และพลานุภาพ
‘วรงค์’ อัด ‘ปิยบุตร’ เสนอยกเลิกองคมนตรีแค่อคติส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับปากท้องประชาชน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #แลกเปลี่ยนกับนายปิยบุตร

