รุมสับ‘เท้ง-ปิยบุตร’ สว.เดือด!นัดแถลงตอบโต้/ซัด‘ป๊อก’มีอคติต่อ‘สถาบัน’

"ปิยบุตร" ชี้สภาพสังคมผิดปกติไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดกาล ปลุกต้องมีพรรคการเมืองที่ชี้นำความคิด รอสถานการณ์สุกงอม  “ธนกร” อัด “ปิยบุตร” ใจแคบ อคติบังตา เลิกปลุกปั่นให้สังคมสับสนความเป็นกลางขององคมนตรี "หมอวรงค์" ย้อนกลับ หากอยากประหยัดงบฯ ต้องร่วมกันแก้การทุจริต สิทธิประโยชน์ของนักการเมือง "สว.ไม่ทน" รวมตัว 50 คน นัดแถลงโต้ "หน.เท้ง" กล่าวหาร่วม "ระบอบสีน้ำเงิน" ทำลายหลักการ ปชต. "นิกร" กางไทม์ไลน์ รธน.ใหม่ คาดประกาศใช้ พ.ค. 72

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ยังมีความเคลื่อนไหวภายหลังนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เสนอให้ยกเลิกองคมนตรี โดยนายปิยบุตรโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง ระบุว่า ระหว่างคนส่วนน้อยไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่ทรงอำนาจและพลานุภาพ กับคนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน ที่ไร้ซึ่งอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ พรรคการเมืองและนักการเมืองในประเทศไทย ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมด เลือกอยู่ข้างฝ่ายคนส่วนน้อย  เลือกสวามิภักดิ์กลุ่มคนไม่กี่ตระกูล ที่ครองอำนาจ และมีอาญาสิทธิ์ในการกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง พรรคและนักการเมืองในประเทศไทย แม้ชื่อต่างกัน คนต่างกัน แข่งขันกันในการเลือกตั้ง หรืออาจขัดแย้งกันบ้าง

แต่พวกเขาก็ยึดถือคติร่วมกันว่า ต้องไม่มีปัญหากับคนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่เป็นผู้กุม "ใบอนุญาตที่ 2" เพราะรู้ดีว่าเป็นวิธีการเดียวที่ทำให้พรรคพวกของตนได้ครองอำนาจรัฐ (บางส่วน) ได้เป็น ฯพณฯ รัฐมนตรี ได้บริหารประเทศ (บางส่วน) ได้จัดสรรงบประมาณแผ่นดิน และถอนทุนคืน

ในหมู่คนที่มีการศึกษาดี มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ อายุไม่มาก  ต่างก็รู้ดีว่า "อะไรเป็นอะไร" แต่พวกเขาก็ต้อง "ปลอบใจ" ตนเองไปวันๆ ว่า "จำเป็นต้องสวามิภักดิ์ เพื่อมีอำนาจ มิเช่นนั้น จะไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้พัฒนาประเทศ" การแสดงออกของบรรดานักการเมืองอย่าง "ล้นเกิน" มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นการแข่งขันประชันโฉมว่าฉันและพวกต่างหากที่จงรักภักดีมากกว่า กำลังดำเนินไปอย่างไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่า ไม่เคยพบเห็นในรัชสมัยที่แล้ว

สถานการณ์แบบนี้แหละจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองและนักการเมืองอีกแบบ ที่ประกาศ แสดงจุดยืนที่แตกต่าง อยู่ข้างคนส่วนใหญ่ของประเทศ ณ พ.ศ.นี้ ไม่มีทางที่จะไม่มีใคร ไม่รู้สึกฉงนสนเท่ห์ร้องเอ๊ะกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในแต่ละวัน เพียงแต่จะแสดงออกมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น ไม่อยากแสดงออก กังวล กลัว ไม่อยากเดือดร้อน เพราะต้องกินต้องใช้ พราะเหตุใดก็ตาม แต่ทุกคนรู้ รู้ถึงความผิดปกติ ภารกิจของพรรคการเมืองที่เป็นพรรคกองหน้า ต้องทำหน้าที่ ชี้นำความคิด ตระเตรียม รอผู้คนที่จะทยอยเข้าร่วม สนับสนุนมากขึ้น เมื่อสถานการณ์สุกงอมมาถึงสภาพสังคมที่ผิดปกติ และ "ล้นเกิน" ขนาดนี้ ไม่มีทางดำรงอยู่ได้ตลอดกาล

"นักการเมืองมี 2 ประเภท เข้าพวก สวามิภักดิ์ สนุกสนาน เอนจอย กลับการเข้าสู่อำนาจ มีอำนาจ และใช้อำนาจ ในทุกสถานการณ์ นั่นประเภทหนึ่ง ชี้นำความคิด ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ ตระเตรียมความคิดและพลัง ยืนเด่นอยู่เป็นอีกขั้ว เพื่อรอสถานการณ์สุกงอม และเป็นทางเลือกที่มติมหาชนจะเข้าสนับสนุนในวันหน้า นี่อีกประเภทหนึ่ง ประเภทแรก มีดาษดื่นแล้ว ใครๆ ก็เป็นได้ ไม่ยาก  ประเภทสอง แทบไม่มี เป็นยาก และลำบาก ประเทศไทยต้องการและจำเป็นต้องมีนักการเมืองและพรรคการเมืองแบบหลัง" นายปิยบุตร ระบุ

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ กรณีที่นายปิยบุตรระบุถึงข้อเสนอยกเลิกคณะองคมนตรี โดยอ้างว่าคนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางของคณะองคมนตรี จนอาจกระทบกระเทือนถึงสถาบันกษัตริย์ได้ว่า คนจำนวนมากที่นายปิยบุตรอ้างถึงน่าจะหมายถึงด้อมส้มทั้งหลายที่เฮไหนเฮด้วยไปกับนายปิยบุตร แต่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแน่นอน นายปิยบุตรเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า คณะองคมนตรีไม่ได้มีอำนาจบริหารประเทศ ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณหรือแต่งตั้งโยกย้ายอะไรได้เลย แต่นายปิยบุตรตั้งใจมองข้ามข้อเท็จจริงเหล่านี้ไป แล้วหันไปสร้างภาพหวาดระแวงต่างๆ ทางการเมืองขึ้นมาปลุกปั่นด้อมส้มแทน ทั้งๆ ที่ตั้งแต่อดีตมาองคมนตรีก็เคยเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่นายปิยบุตรเลือกที่จะไม่พูดความจริง

"นายปิยบุตรไม่ควรเลือกมองเฉพาะมุมใดมุมหนึ่งเพียงด้านเดียวที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้วไม่มีหลักฐานอะไรเลยด้วยซ้ำว่า คณะองคมนตรีจะเข้ามาสั่งการรัฐบาลตามที่นายปิยบุตรพยายามสร้างภาพ นายปิยบุตรควรจะพูดถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการประชุมภัยแล้งครั้งนี้ด้วย อย่าให้อคติมาบังตา อย่าทำตัวเป็นคนใจแคบ หัดมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง สถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจจะส่งผลกระทบกับประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งวันนี้รัฐบาลพยายามวางมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่วันนี้เรากลับต้องมาเสียเวลาไปกับการอธิบายข้อกล่าวหาทางการเมืองที่ไม่มีมูลความจริงอะไรเลยจากคนเพียงไม่กี่คน"

นายธนกรระบุอีกว่า วันนี้ประเทศไทยบอบช้ำมาพอแล้ว อย่าทำลายความเชื่อมั่นของคนทั้งประเทศ เพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนอีกเลย มันไม่คุ้มหรอก

แก้ทุจริตสิทธิประโยชน์นักการเมือง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความว่า อยู่ๆ นายปิยบุตรก็เสนอให้ยกเลิกองคมนตรี หลังจากที่นายเท้งได้ออกมาวิจารณ์การประชุมร่วมกันของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เราต้องยอมรับความจริง ที่ผ่านมาประชาชนมีการยื่นถวายฎีกาความเดือดร้อนไปยังสำนักพระราชวัง เพราะรัฐบาลและส่วนราชการไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ครบถ้วน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน การที่องคมนตรีจะมาร่วมประชุมในปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่เรื่องแปลก เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปสู่การแก้ไข นี่คือวิถีของสังคมไทยที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

"ถ้านายปิยบุตรไม่มีอคติต่อสถาบันฯ มากจนเกินไป น่าจะยอมรับได้ ในแนวทางที่เป็นวิถีนี้ ยกเว้นนายปิยบุตรจะห้ามประชาชนถวายฎีกา ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย สำหรับประชาชนที่เดือดร้อน"

ส่วนข้อคิดเห็นที่นายปิยบุตรจะยกเลิกองคมนตรี ด้วยเหตุผลว่าจะประหยัดงบประมาณ ยิ่งฟังไม่ขึ้น เพราะการใช้จ่ายงบประมาณแบบฟุ่มเฟือย รวมทั้งทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าแก้กันจริงๆ  จะประหยัดงบได้จำนวนมาก มากกว่าที่จะมายกเลิกองคมนตรี ถ้าต้องการประหยัดงบประมาณ เพื่อประโยชน์ประชาชน มาร่วมมือกันได้ ขอให้นายปิยบุตรตั้งหลัก เอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง การเสนอเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ขอให้คิดจริงทำจริง ผมมีความเชื่อว่า ปัญหาประเทศเกิดจากทุจริตคอร์รัปชัน และโยงไปถึงการมีสิทธิประโยชน์ที่มากเกินไปของนักการเมือง ที่เอาเปรียบประชาชน ถ้านายปิยบุตรต้องการแก้ปัญหาของประชาชนจริงๆ มันควรมาช่วยกันแก้เรื่องเหล่านี้จึงจะถูก

"ความคิดนายปิยบุตร มีอะไรก็พุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเดียว จนผมต้องตั้งคำถามว่า แน่ใจหรือว่าสิ่งที่นายปิยบุตรเสนอ จะนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีของประชาชน ลองถามตนเองว่า อคติต่อสถาบันฯ มากไปหรือไม่" นพ.วรงค์ระบุ

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรค ปชน.ไม่เคยรู้ว่าการปกครองประเทศให้คนที่มีความคิดอ่านไม่เหมือนกัน 70 ล้านคน เดินหน้าไปทางเดียวกันนั้น ทำอย่างไร ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจว่า วิธีการที่พรรค ปชน.เคยใช้มานั้น ไม่ใช่หลักการของระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นหลักการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองตามตำราของสหรัฐ

เมื่อพรรค ปชน.ออกมาวิจารณ์องคมนตรีว่าเข้ามายุ่งกับการเมือง เพราะไปร่วมประชุมกับรัฐบาล โดยไม่รู้ว่า 1.เรื่องที่ประชุมนั้น ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องช่วยเหลือประชาชนจากภัยแล้ง น้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนล้วนๆ 2.ต้นแบบการแก้ไขน้ำนั้น กำเนิดมาจากโครงการพระราชทานรูปแบบต่างๆ เกือบ 50% ซึ่งองคมนตรีหลายท่านเป็นผู้มีความรู้ทางด้านเหล่านี้ดีมากๆ 3.ระยะเวลาทั้งแล้ง และน้ำท่วม ก็ใกล้เข้ามาแล้ว เหลืออีกไม่กี่เดือนการประชุมตอนนี้จึงน่าจะเหมาะสมมากที่สุด ไม่ใช่เหรอครับ

"การโวยวายของนายเท้ง จึงกลายเป็นเรื่องตลกร้ายไป สะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะ และมุมมองที่คับแคบ ขาดการมีทัศนคติในการทำงานระดับประเทศ…โดยสิ้นเชิง เมื่อวานนี้ก็ออกมาพูดเรื่องการเมืองสีน้ำเงินอีก ยิ่งบ่งบอกถึงความไม่รู้ 4 ไม่รู้ 5 ได้อย่างชัดเจน เพราะในประเทศฝั่งเอเชียนั้นไม่มีประเทศไหนที่ยึดถือประชาธิปไตยตามตำราหรอก"  พล.ท.นันทเดชระบุ

อย่าโยนความผิดให้ รธน.

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เขียนบทความเรื่อง วาทกรรม “ประชาชน” :  เมื่อการอ้างประชาธิปไตย คือการผูกขาด สรุปใจความว่า แกนนำและพรรคฝ่ายค้านอธิบายปัญหาการเมืองไทยผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน”  พร้อมชี้ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 คือรากฐานของโครงสร้างอำนาจที่ทำลายประชาธิปไตย เอื้อชนชั้นนำ และกดทับประชาชน เป็นเพียง “วาทกรรมทางการเมือง” ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายตน และลดทอนความชอบธรรมของผู้เห็นต่าง การโยนความผิดทั้งหมดให้กับรัฐธรรมนูญ 2560 อาจเป็นการลดทอนความซับซ้อนของปัญหา เพื่อสร้าง “นิทานขาว-ดำ” ที่มีฝ่ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ต่อสู้กับชนชั้นนำผู้ชั่วร้าย มากกว่าจะเป็นการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

 รศ.ดร.บุญส่งระบุว่า สิ่งที่สังคมไทยต้องการในเวลานี้ อาจไม่ใช่การสร้างวาทกรรม “ศัตรูร่วม” ขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา หากแต่คือการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่รู้จักยอมรับ “ความเห็นต่าง” โดยไม่ตีตราว่าผู้เห็นต่างคือศัตรูของประชาธิปไตย เพราะความเข้มแข็งของประชาธิปไตย มิได้วัดจากความสามารถในการสร้างวาทกรรมปลุกเร้าเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้ที่คิดไม่เหมือนเรา โดยไม่พยายามผูกขาดคำว่า  “ประชาชน”, “ความถูกต้อง” หรือ “ความรักชาติ” ไว้กับฝ่ายตนเองเพียงฝ่ายเดียว

นายสมชาย แสวงการ อดีตวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครยังสงสัยว่าปิยบุตร  แสงกนกกุล แกนนำจิตวิญญาณพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกยุบมาแล้ว 2 ครั้ง ยังคงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงภายใต้ข้ออ้างปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไทยอย่างไร ต้องย้อนดูแนวคิดและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขาเสนอ เมื่อ 10 สิงหาคม 2564 จะรู้ตื้นลึกชัดเจนว่าเขาคิดจะทำอะไรอย่างไร ต่อสถาบันกษัตริย์ที่อยู่ควบคู่การปกครองไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในเวลานี้ โดยนายสมชายนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ของปิยบุตร 10 ประเด็น มาตีแผ่ทบทวนอีกครั้งเมื่อเขากลับมาเสนอแนวคิดยกเลิกองคมนตรีอีกครั้ง

"พสกนิกรผู้จงรักภักดีและประชาชนไทยในระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ลองพิจารณาดูนะครับว่า เขาเสนอแนวคิดแบบนี้เพื่ออะไร ใช่การปฏิรูปที่ดีงามตามที่เขาพูดจริงๆ หรือเป็นการบั่นทอนสถานะของพระมหากษัตริย์ไทยกันแน่" นายสมชายระบุ

จากกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาวุฒิสภาทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยภายใต้การเมืองระบอบสีน้ำเงิน จนทำให้ทาง สว.รวมตัวแสดงจุดยืนตอบโต้ หน.พรรคประชาชน โดยจะมีการรวมตัวแถลงข่าวตอบโต้นายณัฐพงษ์ ในวันที่ 25 พ.ค. ที่อาคารรัฐสภา

'สว.' รวมตัวแถลงโต้ 'หน.เท้ง'

สำนักประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา แจ้งหมายผ่านสื่อมวลชนประจำรัฐสภา มีรายละเอียดว่า  หมายข่าว สว.รวมตัวแสดงจุดยืนตอบโต้ หน.พรรคประชาชน วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569  เวลา 09.45 นาฬิกา คณะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กว่า 50 คน ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้นายณัฐพงษ์ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาวุฒิสภาทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยภายใต้การเมืองระบอบสีน้ำเงิน ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สว.)

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนและ สว.บางส่วน ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้บ้างแล้ว แต่ท่าทีของ สว. หลายๆ ท่าน ก็มีท่าทีที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ที่โดนอ้างอิงถึง สว.

เมื่อถามว่า สว.ไม่ไว้ใจร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1, 2 ที่ทางพรรคประชาชนเสนอไปหรือไม่นั้น นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ไม่ยอมให้แตะเลยเด็ดขาด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ สว.ไม่ยอมแน่นอน ให้รอฟังคำแถลงในวันที่ 25 พ.ค.อย่างเป็นทางการ

นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยปฏิทินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าคาดจะมีฉบับใหม่บังคับใช้ช่วงกลางปี 2572 โดยปฏิทินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากรัฐสภานัดพิจารณาในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ และรับหลักการในวาระ 1 ส่วนวาระ 2 และ 3 ช่วงเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นรัฐสภาจะส่งร่างแก้รัฐธรรมนูญให้รัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดทำประชามติครั้งที่ 2 อาจเป็นช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2570 ซึ่งหากผลประชามติประชาชนเห็นชอบ จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อประกาศบังคับใช้ฉบับกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายนิกรกล่าวอีกว่า โดยในช่วงเดือนสิงหาคม 2570-สิงหาคม 2571 คาดว่าจะเป็นช่วงการสรรหาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะใช้ในขั้นตอนนี้ 1-2 เดือน เมื่อได้ ส.ส.ร.แล้วจะตั้งกรรมาธิการจำนวน 45 คน มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นที่มาจาก ส.ส.ร.ตัวจริง 15 คน และมาจาก ส.ส.ร.สำรองอีก 15 คน ให้สรรหาจากกลุ่มบุคคล อีก 15 ออกไปรับฟังความเห็นและจัดทำรัฐธรรมนูญอีกเป็น 1 ปี               

"คาดว่าในเดือนกันยายน 2571 จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ดำเนินการเสร็จสิ้น จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2572 จะทำประชามติครั้งที่ 3 เมื่อผ่านความเห็นชอบจะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และเป็นไปได้ว่าจะประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ปี 2572" นายนิกรกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ชัชชาติ’คะแนนนำทิ้งห่าง

สวนดุสิตโพลเผย "ชัชชาติ" ยังนำโด่งแถมคะแนนขยับขึ้น "ดร.โจ" แผ่วลง ชี้คนกรุงต้องการ "ผู้ว่าฯ" มีประสบการณ์พร้อมทำงานทันที

‘ปิยบุตร’ เพ้อแจกแจงนักการเมือง 2 ประเภท ใครทำเพื่อคนส่วนน้อย และใครยืนข้างเสียงส่วนใหญ่

นายปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระหว่าง คนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่ทรงอำนาจ และพลานุภาพ  

‘วรงค์’ อัด ‘ปิยบุตร’ เสนอยกเลิกองคมนตรีแค่อคติส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับปากท้องประชาชน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #แลกเปลี่ยนกับนายปิยบุตร