
12 ต.ค. 2568 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า #ระหว่างเสียดินแดนกับต่างชาติแทรกแซง
ผมพยายามอ่านเอกสารเกี่ยวกับ MOU43 และเปิดใจรับฟังแนวคิด ของฝ่ายที่ต้องการคงอยู่ของ MOUฉบับนี้ จนคิดว่าตกผลึกถึงความคิดทั้งสองฝ่าย
เบื้องต้นสิ่งที่ต้องเข้าใจ MOU43 คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก
การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก แสดงว่า เขตแดนทางบกไทยกับกัมพูชา มีการตกลงเรียบร้อยแล้ว และมาสำรวจเพื่อจัดทำหลักเขตแดนใหม่
การจัดทำหลักเขตใหม่(ไม่ใช่มาปักปันกันใหม่)มีการอ้างอิงเอกสารหลักไปคือ
1.อนุสัญญาฝรั่งเศสกับสยาม ค.ศ.1904
2.สนธิสัญญาระหว่างประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสกับสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยาม ค.ศ.1907
3.แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างอินโดจีนกับสยามซึ่งจัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ. 1907 กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมขอใช้คำว่าแผนที่1:200,000
ปัญหาของฝ่ายที่ต้องการยกเลิก หรือแก้ไขMOU43คือ แผนที่ 1ต่อ2แสน ที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนของไทยไม่เคยลงนามรับรอง และถือว่าไม่ยอมรับ เพราะแผนที่นี้ไม่ตรงกับหลักสันปันน้ำจริงตาม อนุสัญญา1904 และสัญญา 1907
แผนที่1ต่อ2แสน จึงมีความเสี่ยงที่ไทยเราจะเสียดินแดน เพราะเคยพิสูจน์จากคดีเขาพระวิหาร เมื่อปีพ.ศ.2505มาแล้วว่า ศาลโลกเคยตัดสินให้แผนที่ชนะอนุสัญญา1904 (ใช้แนวสันปันน้ำ) ทั้งๆไทยเราไม่เคยลงนามรับรองแผนที่นี้และปฏิเสธมาตลอด
แม้จะอ้างว่าจะทำแผนที่ให้ละเอียด มาตราส่วน 1:25,000 ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่(LiDAR) แต่ก็ต้องไปอ้างอิงแผนที่ 1:2แสน ในเมื่อเราเคยไม่ยอมรับแผนที่1:2แสน และศาลโลกก็ไม่เคยตัดสินว่าแผนที่นี้ ใช้แบ่งเขตแดน หรือเป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างฝรั่งเศสกับสยาม ไทยจึงไม่ควรนำแผนที่นี้ มาใช้อ้างอิงในMOU43
ฝ่ายที่สนับสนุนนอกจากพูดเรื่องเทคโนโลยีLiDARไม่ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าภาพที่ออกมา สันปันน้ำไม่ตรงกับแผนที่1:2แสน ฮุนเซนจะยอมหรือ เพราะเขายึดแผนที่เป็นหลัก และยังอ้างว่า ถ้าเรายกเลิก MOU43 จะทำให้เขมรดึงต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีเวทีเจรจาทวิภาคีกับเขมร
สิ่งที่ต้องคิดสำหรับประชาชนคือ ถ้าเรายังมี MOU43 ซึ่งยังมีแผนที่1ต่อสองแสน มีความเสี่ยงที่จะเสียดินแดนให้เขมร แต่ถ้ายกเลิกMOU43 อีกฝ่ายเกรงว่าต่างชาติจะมาแทรกแซง นี่คือบทสรุปสำคัญที่ผมฟังมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทุบ 'หม้อข้าว' นักการเมือง 'อภิสิทธิ์ชน' บนภาษีประชาชน
เปิดประชุมรัฐสภาสมัยที่ 27 นอกจากการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แล้ว
'หมอวรงค์-เสรีพิศุทธ์' อภิปรายโหวตนายกฯ
'หมอวรงค์' จี้ 'นายกฯ' สละสิทธิงบอาหาร ขณะที่ 'เสรีพิศุทธ์' ขู่สอยคนหนุน 'อนุทิน'
กวีพี่คนดี ร่ายกลอนเตือนสติ 'โสภณ' ตลก 'หมอวรงค์' ชงตัดงบข้าวฟรี สส. แต่คนไทยไม่ขำด้วย
เพจดัง พี่คนดี กวีสมัครเล่น แต่งกลอนชื่อ "ตลก" ให้แก่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ที่ใช้คำพูดในเชิงเหน็บแนมเสียดสี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ว่า "ตลก ไม่มีกาลเทศะ" จากกรณีนพ.วรงค์ เสนอแนวคิดให้ยกเลิกอาหาร สส. ฟรี
'หมอเดชา' ฟาด 'โสภณ' ไม่รู้สี่ ไม่รู้แปด ใช้คำว่า 'ตลก' จนถูกทัวร์ลงแล้วยังไม่ปรับท่าที
นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์เฟซบุ๊กว่า
'พี่ดี้' ยกบทเรียน 'โค้วตงหมง' สะกิด 'โสภณ' เป็นประมุขนิติบัญญัติ ตั้งหลักให้ดีๆ ระวังจะพลาดอีก
ดี้ - นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ประมาณ ปี 2518 ฉันจำได้ว่า ตอนนั้น คุณประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ (หรือสื่อชอบเรียกว่า โค้วตงหมง) เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
แนะ 'อนุทิน' นำไอเดีย 'หมอวรงค์' บรรจุในนโยบาย โชว์สปิริตนักการเมืองไทย
'ดร.ชิดตะวัน' แนะ 'นายกฯอนุทิน' ใช้ไอเดีย 'หมอวรงค์' บรรจุในนโยบายแถลงสภา จุดเริ่มต้นปฏิรูปนักการเมืองไทย โชว์สปิริตยกเลิกสิทธิประโยชน์ ในยุคใกล้เผชิญวิกฤตพลังงาน

