ไทยปรบมือดังๆเชียร์สหรัฐยึดทรัพย์สแกมเมอร์เขมร

16 ต.ค.2568 - เมื่อช่วงค่ำงวันที่ 15 ต.ค. กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์เรื่องกรณีการออกมาตรการของสหรัฐอเมริกาต่อบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า

ไทยยินดีต่อการประกาศมาตรการของสหรัฐอเมริกาในการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามของไทยในการทำงานร่วมกับประเทศและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและดำเนินการกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงออนไลน์และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภูมิภาคและภายนอก และเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติที่ร้ายแรงอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ และการฟอกเงิน

ในการนี้ ไทยยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะขจัดปัญหาการหลอกลวงออนไลน์และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ โดยมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระหว่างกันที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงกับประเทศหุ้นส่วนอื่น ๆ และองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งรับมือกับอาชญากรรมที่ร้ายแรงนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อศาลรัฐบาลกลางในบรูคลิน นิวยอร์ก ได้มีคำฟ้อง นายเฉิน จื้อ ชาวอังกฤษ และชาวกัมพูชา หรือที่รู้จักกันในชื่อ วินเซนต์ วัย 37 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ปรินซ์ กรุ๊ป) กลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกัมพูชา ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิด ในข้อหาคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และฟอกเงิน จากการสั่งการให้กลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ป ดำเนินการศูนย์สแกมเมอร์โดยใช้แรงงานบังคับทั่วประเทศกัมพูชา และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ได้ยื่นฟ้องริบทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลที่สุดของประวัติศาสตร์บิตคอยน์ มูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ จับตาท่าทีสหรัฐฯ ลุยต่อหรือพอแค่นี้

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก

ศบก. อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง-วิกฤตน้ำมัน คนไทยในอิสราเอล ดับ 1 ราย

ศบก. แถลงย้ำให้คนไทยออกจากตะวันออกกลางโดยเร็ว เผยแรงงานเกษตรไทย ในอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว 1 คน ด้าน ‘กรมธุรกิจพลังงาน’ อัพเดตน้ำมันสำรอง ยันไม่มีส่งออกไปกัมพูชา ขณะ “พาณิชย์” เผย 18-19 มี.ค.พบป้้มน้ำมันทำผิด 1 แห่ง บอกเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวราคาสินค้าบางรายการ แต่ยังไม่ผิดปกติกว่าโครงสร้างของต้นทุน