
19 ต.ค.2568-นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักเคลื่อนไหว โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “กระแสชาตินิยม” เนื้อหาระบุ กระแสสังคมเรื่อง “เขมร“ ถือเป็นดาบอาญาสิทธิ์ ที่ทุกคนไม่ว่าเป็นใครบนเวทีสปอตไลท์ จะต้องเอาเรื่อง “รักชาติ” มาหากิน แต่เรื่องสำคัญอันเป็นหัวใจของเขมร และฮุนเซน จะพังได้ต้องจัดการตามกระแสโลกเรื่อง ”โจรสแกมเมอร์” เท่านั้น
วันนี้ได้พบนายกฯ อนุทิน ที่งานสถานฑูตอังกฤษจัด ”กระชับมิตรความสัมพันธ์ ไทย- อังกฤษ 170 ปี“ ที่โปโลคลับ ถือโอกาสแจ้งนายกฯ เรื่องวาระด่วนปราบสแกมเมอร์ที่ทั่วโลกรุมประณาม ทั้งยังยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง หากทำสำเร็จเรื่องนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติของชาติ ไทยกับเขมรมีชายแดนติดกันไปตลอดชาติ จะจัดการปัญหาเขมร ต้องไปที่หัวใจ ฮุนเซนได้ประโยชน์ส่วนตัวจากแก๊งสแกมเมอร์มานาน หากจะจัดการฮุนเซน ต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงทั้งหมดด้วยการปราบ “โจรสแกมเมอร์” ผลงานประจักษ์ ประชาชนจะยกย่องเป็น “ฮีโร่” ตัวจริง ผลกระทบเรื่องนี้ได้หลายต่อ ทั้งจัดการหนาม ยอกอกอย่างเขมร ฮุนเซน รวมทั้งได้เสียงชื่นชมทั้งในและนอกประเทศ ส่งผลถึงคะแนนเสียงของนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าอันใกล้นี้
ท่านนายกฯ รับปากว่าจะทำงานอย่างไว แต่ได้กระซิบบอกผมว่า “อย่าด่ามาก” ผมได้ตอบไปว่า “รักถึงด่า “ เราเป็นแค่ประชาชน หวังจะเห็นนายกฯ ทำงานเหมือนเกาหลีใต้กับจีนที่เอาจริงเอาจัง “ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง อยู่พรรคไหนขอให้ทำจริง ประเทศโดยรวมได้ประโยชน์” ไม่ใช่เอาแต่เชียร์ หรือด่าตะพึดตะพือไปวันๆ ไม่ได้เอาประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง นี่คือสิ่งที่ผมยึดถือ
หากคุณอนุทินทำประโยชน์ จัดการแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงคนไทย และคนทั่วโลกได้ ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม อย่าคิดจะเอาเรื่องพรรคนิยม มาเกี่ยวข้องกับชาตินิยม ชาติต้องมาก่อนพรรคเสมอ เมื่อเป็นนายกฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องจัดการ ก่อนส่งขึ้นรถยังกอดให้กำลังใจทำเพื่อบ้านเมือง ที่ผ่านมาอย่าได้โกรธกัน รู้จักมานานถือโอกาสเคลียร์ใจ แม้ว่าจะมีคดีที่พรรคภูมิใจไทยฟ้องร้องผม ก็ไม่ได้ถือโกรธ อะไรผ่านไปแล้วก็ผ่านไป ประเทศชาติมาก่อนเรื่องส่วนตัว ครั้งนี้หวังว่านายกฯ อนุทิน จะทำให้ประเทศชาติสักครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า
'อ.อัจฉราวดี' แฉ 'แลนด์บริดจ์' แค่ฉากหน้า นิคมอุตฯ คือแผนจริง ถอยก่อนปชช.ลุกฮือทั้งแผ่นดิน
.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง แลนด์บริดจ์แค่ฉากหน้า นิคมอุตสาหกรรมคือแผนจริง มีเนื้อหาดังนี้
'สีหศักดิ์' ย้ำ ยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค
'อนุทิน' ลั่นไม่เคยเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เข้ามา 7-8 ปี ไม่เอื้อใคร มีแต่ขัดใจ จนไม่เหลือเพื่อนแล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรคถึงโครงการแลนด์บริด หลังสื่อซักถามว่ามีข้อห่วงใยในเรื่องของการดําเนินการว่าอาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

