
20 ต.ค. 2568 – ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผ็นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมียื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบเหตุอันควรสงสัยว่ามีหน่วยงานราชการและนักการเมืองไทยเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายธุรกิจสแกมเมอร์ข้ามชาติอันอาจนําไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริตหรือไม่
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาเปิดเผยในรัฐสภาว่ามีคนติดต่อมาหาผ่านเพื่อนสมาชิก เสนอที่จะมอบเงินให้เดือนละ 40 ล้าน เพื่อไม่ให้จับเรื่องคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงการออกมาเปิดเผยข้อมูลของ สส.พรรคประชาชนว่า พบความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองในรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่างน้อย 7 ราย กับที่ปรึกษาสมเด็จฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา อันอาจมีสาเหตุมาจากการทุจริตคอร์รัปชันของผู้มีอำนาจตามแนวชายแดน ไปจนถึงปัญหาเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์และฟอกเงิน ทำให้คนไทยสูญเสียเงินให้กับแก๊งสแกมเมอร์ไปมากกว่า 1 แสนล้านบาท ภายใน 1 ปีด้วย
นอกจากนั้น การที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ได้ริบทรัพย์สินเป็นบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.88 แสนล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงและการฟอกเงินของนายเฉิน จื้อ ซึ่งเบื้องหน้าทำธุรกิจกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในกัมพูชาในนาม “Prince Group” ซึ่งอินฟลูเอ็นเซอร์และสื่อมวลชนได้ระบุว่าอาจเชื่อมโนงการฟอกเงินผ่านบริษัทด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน ในไทยหลายบริษัทด้วย อันถือเป็นเครือข่ายของอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียด้วย แต่ทว่าหน่วยงานทางไซเบอร์และกฎหมายของไทยหลายหน่วยงานกลับปฏิเสธว่าไม่พบข้อมูลดังกล่าว
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจและปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 35 ประกอบมาตรา 32 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ในการตรวจสอบ เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดําเนินการเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายธุรกิจสแกมเมอร์ข้ามชาติ คอลเซนเตอร์ และเวปไซด์ผิดกฎหมาย ในหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการและหรือนักการเมืองไทยหรือไม่ ที่อาจนําไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต และถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่ากรณีมีเหตุอันควรระมัดระวัง ขอให้มีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวและคณะรัฐมนตรีทราบ พร้อมด้วยข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข รวมทั้งชี้มูลความผิดข้าราชการและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายอง ป.ป.ช. ต่อไปด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ไม่หวั่นไหว 'ฮุนเซน' ปล่อยภาพใกล้ชิดผู้ว่าฯกัมพูชา มองเป็นเรื่องไร้สาระ
โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯอนุทิน ไม่หวั่นไหว "ฮุนเซน" ใช้วิธีสแกมเมอร์ ปล่อยภาพใกล้ชิดกับผู้ว่าฯกัมพูชา มองเป็นเรื่องไร้สาระ แค่ภาพเก่า ไปร้านอาหาร ไปวัด ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดถึงขนาดเดินในห้องนอน กร้าวปัญหาชายแดนต้องจบในรัฐบาลนี้
จับตา! เขมรเปิดแนวรบฝั่งสระแก้ว 'มทภ.1' สั่งพร้อมตอบโต้ขั้นสูงสุด
จับตา! กัมพูชาเปิดแนวรบด้าน 'สระแก้ว' เคลื่อนกำลังตลอดเวลา ขณะที่ 'แม่ทัพภาค1' สั่ง กกล.บูรพา เตรียมพร้อมตอบโต้ขั้นสูงสุด
'ณัฐพงษ์' กระทุ้งรัฐบาลเปิด 3 แนวรบ ปิดฉาก 'ระบอบฮุนเซน'
'ณัฐพงษ์' กระทุ้งรัฐบาล Endgame 'ระบอบฮุน เซน' แนะต้องเปิด 3 แนวรบ จบปัญหาถาวร ชายแดนไทย-กัมพูชา
'รมว.ศธ.' สั่งปิด 641 โรงเรียน พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
'นฤมล' สั่งปิดโรงเรียน 641 แห่ง ใน 5 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำความปลอดภัยเด็กและครูต้องมาก่อน รอดูสถานการณ์ก่อนเปิดเรียนอีกครั้ง
ทบ. เผยยังไม่มีผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุเขมรยิง BM-21 บ้านสายโท
พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กรณีกระสุน BM-21 ลงพื้นที่บ้านเรือนประชาชนไทย บ้านสายโท 10 ใต้ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 'จิรพงษ์' อดีต สส.เพื่อไทย
ป.ป.ช. ชี้มูล 'จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์' อดีต สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ผิดจริยธรรมร้ายแรง ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ตราด ส่งศาลฎีกาวินิจฉัย

