'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช. สอบ 'ชนนพัฒฐ์' ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
13 พ.ย.2568 - ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิด สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ซึ่งถูกคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.มีมติให้อายัดทรัพย์สินกับพวกรวม 159 ล้านบาทไว้ตรวจสอบหลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์การพนันออนไลน์อื่นๆ และพบเส้นทางการเงินของบุคคลที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 นั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 กำหนดให้เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ ปปง.ได้ทำการสืบสวนขยายผลและบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์ และรวบรวมพยานหลักฐานของกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในเว็บไซต์การพนันต่างๆ ปรากฎว่าได้พบเส้นทางการเงินของบุคคลที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก ซึ่งอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรม ปปง.จึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีดังกล่าวไว้ตรวจสอบเป็นการชั่วคราว
แต่เนื่องจากนายชนนพัฒฐ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง.ได้ใช้อำนาจตามกฎฎหมายในการสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว กลายเป็นที่ครหาของสังคมอย่างมาก อันอาจถือได้ว่ามิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น ไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง เป็นการถือประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ร่วมกันกำหนดไว้ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 บัญญัติให้ใช้บังคับกับองค์กรอิสระต่างๆ รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลายด้วย
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานต่าง ๆ มายื่นร้องให้ ป.ป.ช.ได้พิจารณาไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดเพื่อส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาตามครรลองของกฎหมาย เหมือนอดีตนักการเมืองในอดีตที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองนับ 10 ปีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลฎีกาฯ สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คนจาก 18 พรรคการเมือง
ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งศาลฎีกา ให้ถอนชื่อผู้สมัคร 27 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศ
'พี่ศรี' ร้องป.ป.ช.สอบแคนดิเดตนายกฯพรรคใหญ่ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 'เครื่องบินส่วนตัว' เป็นเท็จ
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อชี้มูลความผิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใหญ่ท่านหนึ่ง
ศาลฎีกาถอนชื่อ 'ฉลอง' ผู้สมัคร สส.โคราช พรรคกล้าธรรม เคยต้องโทษจำคุก 3 ปี ผิด พรบ.ป่าไม้
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนชื่อ "ฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์" ออกจากผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เคยต้องโทษจำคุก 3 ปีเศษ ปี 60 ผิดพ.ร.บ.ป่าไม้
จบข่าว! ศาลฎีกายืนถอนชื่อ "บิ๊กโอ" จากการเป็นผู้สมัครกล้าธรรมเพราะเคยถูกคดีลักทรัพย์
'ศาลฎีกา' สั่งถอนชื่อ 'บิ๊กโอ' จากการเป็นผู้สมัครกล้าธรรม เขต 7 เมืองคอน หลังเคยต้องคำพิพากษาลักทรัพย์เมื่อ 20 ปีก่อน
กกต. ส่งศาลฎีกา ถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย จ่อเอาผิดอาญาถึงหัวหน้าพรรค
กกต.เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. จะพรรคการเมืองต่างๆอีก 28 ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเรา
ศาลฟัน7ผู้สมัครสส. กล้าธรรมโดนไป3พรรคส้ม1คน‘อนุทิน’ซัด‘ณัฐวุฒิ’เผาเมือง
ศาลฎีกามีคำสั่งถอนรายชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต 7 จังหวัด เหตุมีคุณสมบัติต้องห้าม กกต.ย้ำห้ามลงคะแนนเลือกเพราะจะกลายเป็นบัตรเสีย กล้าธรรมอ่วม โดนไป 3 ราย ปิดฉาก สส.ปอนด์ พรรคส้ม

