'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจฯ ชงศาล รธน.วินิจฉัย 'พีระพันธุ์' อดีตรองนายกฯ เคยใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลมีลักษณะต้องห้าม
18 มี.ค.2569 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 หรือศาลปกครอง ตามมาตรา 231(2) เพื่อวินิจฉัยกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมัยที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบตามที่กฎหมายกำหนดเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมัยที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 ขึ้นมาเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2566 เพื่อช่วยตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ใน 3 จังหวัดของภาคอีสานตอนบน ซึ่ง 1 ในคณะทำงานดังกล่าวเคยกระทำความผิดและถูกพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายอาญา สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นฟ้องในคดี 112 และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเป็นที่สุดในคดีหมายเลขดำที่ อ.2740/2553 คดีหมายเลขแดงที่ อ.193/56 โดยคดีถึงที่สุดให้จำคุก 3 ปี และลดโทษหนึ่งในสาม ตาม ป.อาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.60 เป็นต้นมา และศาลได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วด้วย
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ซึ่งคณะทำงานตรวจราชการดังกล่าวที่รองนายกรัฐมนตรีคนดังกล่าวแต่งตั้งนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 24 ม.ค.2567 ว่าคณะทำงานดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามความหมายของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ดังนั้น การที่รองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้ลงนามแต่งตั้งบุคคลมาเป็นคณะทำงานโดยไม่ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเสียก่อนนั้น น่าจะเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและกฎหมายอีกหลายฉบับ อันชี้ให้เห็นว่าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 53 ซึ่งอาจเข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) และ ปอ.มาตรา 157 ด้วยหรือไม่
ดังนั้น เหตุดังกล่าวตนจึงจำต้องมาร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และหรือศาลปกครอง เพื่อวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว หรือใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 ในการแสวงหาข้อเท็จจริง อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจตามกฎหมายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีคนดังกล่าว ในขณะนั้น เพื่อมีมติอย่างใดๆ หรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ท่านเห็นสมควรต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผบ.ตร.' เร่งสรุปโกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 11 ราย
'ผบ.ตร.' ประชุมคณะทำงาน เร่งสอบพยานหลักฐาน-ข้อกฎหมายคดี โกงสอบท้องถิ่น สรุปชง 'ปกรณ์' วันศุกร์นี้ จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องอีก 11 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา
รัฐบาลบุกปิดดีลดึง 4 บิ๊กเทคและอีวีจีน หอบเงิน 7 หมื่นล้านลงทุนไทย
รัฐบาลบุกปิดดีลดึง 4 บิ๊กเทคและอีวีจีน ทั้ง "ฉางอาน-อินโนไลท์-อีออปโตลิงก์-เสียวหมี่" หอบเงิน 7 หมื่นล้านย้ายฐานหนีภูมิรัฐศาสตร์มาปักหมุดในไทย พร้อมงัดไม้เด็ด "BOI to IPO" ดันบริษัทข้ามชาติเหล่านี้เข้าตลาดหุ้น หวังโกยเม็ดเงินจากทั่วโลกดันเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยาน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
'ทรงศักดิ์' เชื่อไม่มีสึนามิการเมือง! รับต้องเร่งเคลียร์โกงท้องถิ่นให้เร็ว
'ทรงศักดิ์' ชี้สอบคดีทุจริตเข้าท้องถิ่นควรทำให้เร็ว-ชัดเจน ให้ประชาชนเห็น ยันเดินหน้าเอาผิด 'กิต-ส้ม' หมิ่นประมาท เป็นธรรมดาหลายเรื่องพุ่งใส่รัฐบาล แต่เชื่ออยู่ได้ บอกยิ่งเงียบมาก-ไร้คลื่นลม ยิ่งอันตรายอยู่ไม่นาน
ลอกการบ้านแดนปลาดิบ! ผุดประกันภัยพิบัติ
'ปกรณ์' เผย รัฐผุดแนวคิด 'ประกันภัยพิบัติ' ดึงเอกชนร่วมจ่าย ขณะที่เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงแต่ละพื้นที่ เชื่อประชาชนได้เงินเร็ว จำนวนมากกว่ารัฐจ่าย รอสรุปตัวก่อนนำหลักการยึดโมเดลญี่ปุ่นชง ครม.โดยเร็ว

