เปิดผลลงมติ ปชน.โหวตแพ้ 'เลือกผู้ร่างทางอ้อม' ดัน 'สูตร 20 หยิบ 1' ป้องกันการผูกขาด


'ไอติม' เปิดผลลงมติกมธ.แก้รธน. ปชน.โหวตแพ้เรื่องการยืนยันให้ประชาชน 'เลือกผู้ร่างทางอ้อม' แต่ผลักดันเรื่อง 'สูตร 20 หยิบ 1' เพื่อป้องกันการผูกขาดได้สำเร็จ เดินหน้า เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ร่าง

14 พ.ย.2568 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

[ ผลการลงมติ กมธ. เรื่อง “ที่มา” ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ = แพ้ 1 เรื่อง / ชนะ 1 เรื่อง ]

**พรรคประชาชนโหวตแพ้เรื่องการยืนยันให้ประชาชน “เลือกผู้ร่างทางอ้อม” แต่ผลักดันเรื่อง “สูตร 20 หยิบ 1” เพื่อป้องกันการผูกขาดได้สำเร็จ **
.
วันนี้ กมธ. รัฐธรรมนูญ มีการพิจารณาลงมติเกี่ยวกับ “ที่มา” ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใน 2 เรื่องสำคัญ
.
ก่อนจะอธิบายผลของวันนี้ ผมต้องย้ำอีกรอบจากเรื่องเมื่อวานว่า:
- 1. การมี สสร. หรือผู้ร่างที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เป็นหลักการที่พรรคประชาชนยึดถือมาโดยตลอด และที่หลายพรรคเคยเห็นชอบด้วย
- 2. ตั้งแต่มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้ “ประชาชนเลือกผู้ร่างได้โดยตรง” ไม่มีร่างใดของพรรคไหนที่เสนอให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้อีกต่อไป
- 3. ในการลงมติเมื่อวานที่เป็นข่าว ไม่มี กมธ. พรรคใดเสนอเรื่อง สสร. เลือกตั้งโดยตรง และไม่มีการลงมติใดๆที่เกี่ยวกับ “ที่มา” ของผู้ร่าง แต่เป็นเพียงการลงมติว่ากลไก “ผู้ร่าง” จะกำหนดเป็น 1 ระดับ (กรรมาธิการยกร่าง) ตามร่างของพรรคประชาชน หรือ จะเพิ่ม “สสร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง” มาเป็น 2 ระดับ (กรรมาธิการยกร่าง + สสร.) ตามข้อเสนอของ กมธ. พรรคเพื่อไทย
.
[ พรรคประชาชนเสนอ “ที่มา” ของผู้ร่างไว้อย่างไร และวันนี้ลงมติกันเรื่องอะไร? ]
.
ภายใต้ข้อจำกัดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้ผู้ร่างมาจากการ “เลือกตั้งทางตรง” ของประชาชน ร่างของพรรคประชาชนที่เราเสนอจึงพยายามออกแบบ “ที่มา” ของผู้ร่าง ไว้ 2 เรื่อง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และป้องการการผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
.
1. “เลือกตั้งทางอ้อม”
- ให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ร่างมาก่อนทั้งหมด 70 คน (โดยใช้ระบบเลือกตั้งที่ให้คนสมัครเป็นทีมและคำนวณคะแนนตามสัดส่วน คล้ายกับระบบเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ)
- ให้รัฐสภาคัดเลือกจาก 70 คนที่ประชาชนเลือกมา ให้เหลือผู้ร่างหรือกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน
.
2. “สูตร 20 หยิบ 1”
- ในการที่รัฐสภาคัดเลือกจาก 70 คน เหลือ 35 คน เราเสนอให้รัฐสภาคัดเลือดโดยใช้สูตร “20 หยิบ 1” แทนที่จะใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก
- หากใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือสีใดสีหนึ่งมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา (เช่น สส. และ สว. รวมกันเกิน 350 คน) ก็อาจใช้เสียงข้างมากผูกขาดการคัดเลือกกรรมาธิการร่างได้ 100% แบบเบ็ดเสร็จ
- แต่หากใช้สูตร “20 หยิบ 1” สมาชิกรัฐสภาที่รวมตัวกันได้ 20 คน (ซึ่งมาจากการนำสมาชิกรัฐสภา 700 คน หารด้วย กรรมาธิการร่าง 35 คน) สามารถมีสิทธิคัดเลือกผู้ร่างได้หนึ่งคน ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือสีใดสีหนึ่ง และทำให้คณะผู้ร่างมีตัวแทนที่หลากหลายจากทุกกลุ่มความคิด
.
[ ผลการลงมติเป็นเช่นไร? ]
.
[ ลงมติ #1 ข้อเสนอพรรคประชาชนให้ประชาชน “เลือกตั้งผู้ร่างทางอ้อม” (ประชาชนเลือก 70 คน ก่อนให้รัฐสภาคัดเหลือ 35 คน) ในมาตรา 256/2 ]
.
ผลลัพธ์ = เราแพ้
- เห็นด้วยกับร่างพรรคประชาชน = 8 (ประกอบไปด้วย กมธ. พรรคประชาชนทั้ง 8 คน)
- ไม่เห็นด้วยกับร่างพรรคประชาชน = 14
- งดออกเสียง = 12
.
มติดังกล่าวเป็นเรื่องน่าผิดหวัง เพราะเท่ากับเป็นการปิดช่องทางที่ประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านคูหาเลือกตั้ง (ก่อนส่งต่อให้รัฐสภาคัดเลือก)
.
เมื่อ กมธ. เสียงข้างมาก มีมติเช่นนั้น ผมจึงจำเป็นต้องเสนอและผลักดันช่องทางอื่นในการให้ประชาชนยังคงเข้าไปมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุดในการเลือกผู้ร่างภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว (เช่น ผู้สมัครจะสมัครได้ต่อเมื่อมีเสียงประชาชนรับรองอย่างน้อย 100 คน / ใบสมัครจะต้องระบุให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์ในการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเผยแพร่ต่อประชาชน / รัฐสภาจะต้องเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและแสดงความเห็นต่อผู้สมัครแต่ละคนได้)
.
[ ลงมติ #2 ข้อเสนอพรรคประชาชนเรื่องให้รัฐสภาใช้สูตร “20 หยิบ 1” (เพื่อป้องกันการผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างโดยสีใดสีหนึ่ง) ในมาตรา 256/5 ]
.
ผลลัพธ์ = เราผลักดันสำเร็จ
- เห็นด้วยกับร่างพรรคประชาชน = 19 (รวม กมธ. พรรคประชาชนทั้ง 8 คน)
- ไม่เห็นด้วยกับร่างพรรคประชาชน = 0
- งดออกเสียง = 10
.
ตรงนี้เป็นความสำเร็จสำคัญที่จะช่วย:
- ป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้เสียงข้างมากผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับหนึ่งผ่านคูหาเลือกตั้ง สส. (กล่าวคือ ยิ่งประชาชนเลือก สส. พรรคไหนหรือ สส. ที่มีจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญแบบไหนเยอะ พรรคนั้น หรือ สส. ที่มีจุดยืนแบบนั้น ก็จะยิ่งมีสิทธิในการคัดเลือก กมธ. ยกร่าง เยอะขึ้น)
.
พรุ่งนี้ กมธ. จะเดินหน้าพิจารณาต่อในมาตราอื่นๆ (เช่น เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ร่าง) - ผมจะพยายามเต็มที่ต่อไปเพื่อยืนยันและโน้มน้าวกรรมาธิการสัดส่วนอื่นด้วยเหตุและผลให้เห็นตามหลักการสำคัญในร่างของพรรคประชาชน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' สวน 'แก้วตา' ปชน.ไม่มี IOส้ม บิดเบือนข้อมูล ลั่นไร้ปัญหาร่วมงาน 'กล้าธรรม' ฝ่ายค้าน

เท้ง ยันหลายอย่างที่ ‘ธิษะณา’ ออกมาพูดก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อย่าง IO ส้ม พรรคประชาชนไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น  ทางพรรคมีทีมโซเซียลในการติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้มีทีมเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาชี้นำข้อมูลข่าวสารหรือบิดเบือนสังคม

ศาลนัดสืบพยาน 'กัลฟ์' ฟ้องหมิ่นประมาท 'ณัฐพงษ์' 100 ล้าน ต้นเดือนต.ค.69

ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยคดีดำอ.1035/2568ที่บริษัท กัลฟ์เจพี เอ็นเอส จำกัดเป็นโจทก์ฟ้องนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

ผิดถึงยุบพรรค! หมอตุลย์ชี้ช่อง Spectre C เข้าข่ายเป็นบริษัทสื่อของ ปชน.  

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องบริษัท Spectre C ที่เกี่ยวพันกับพรรคประชาชนว่า 

คนไทยเอือม! เลือกตั้งผ่านไปสัปดาห์ ยังย่ำอยู่กับที่

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หนทางตีบตัน เลือกตั้งผ่านมา​ 7 วันแล้ว พรรคไหนได้กี่เสียงชัดๆ ยังไม่มี​

พรรคส้มน้ำลดตอผุด ลากไส้-แฉ-ประจาน-เปิดศึก

ปัญหาการบริหารจัดการภายใน พรรคประชาชน รวมถึงเรื่องพฤติการณ์ส่วนตัวของคนในพรรค ซึ่งที่ผ่านมามีมาตลอดตั้งแต่ยุค อนาคตใหม่ มาจนถึง ก้าวไกล และ พรรคประชาชน ที่พบว่าบางเรื่องก็ "ซุก" ไว้ได้สำเร็จ แต่บางเรื่องก็น้ำลดตอผุด