‘นายพลสีส้ม’ ชี้เปรี้ยงเกมเขมรเดินหลายชั้น ไทยเสี่ยงเสียเปรียบบนเวทีโลก

อดีตรองเลขาฯ สมช. วิเคราะห์ท่าที-ยุทธศาสตร์กัมพูชา ทั้งการไปยูเอ็น การสร้างสถานการณ์ชายแดน และผลต่อความชอบธรรมของไทย เตือนต้องเท่าทันเล่ห์กล ไม่เช่นนั้นไทยอาจตกเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาในสายตานานาชาติ

22 พฤศจิกายน 2568 - พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และอดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่าวันนี้ของดรายงานการรบในยูเครน โดยจะขอประเมินสถานการณ์ไทย-กัมพูชาเพื่อความเข้าใจในเรื่องความขัดแย้งและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะนี้ ดังนี้

- กัมพูชาต้องการไปสหประชาชาติอีกครั้งโดยครั้งนี้จะขอไปในสถานะได้เปรียบทางการเมืองและบอกว่าการเจรจาทวิภาคีไม่ได้ผลและมหาอำนาจ (สหรัฐฯ) ก็ช่วยอะไรไม่ได้ (ฮุนเซนพูดนำไว้แล้ว)

- เมื่อไทยระงับข้อตกลงสันติภาพก่อนโดยมีเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้คือการขอโทษ (ไม่ทราบคิดได้อย่างไร?) แปลว่าไม่มีสันติภาพและข้อตกลงเรื่องการถอนกำลัง หากจะมีการคุยอะไรกันก็เป็นไปตามกลไกเดิมเช่น GBC RBC และ JBC สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือกลับไปเหมือนก่อนปะทะ และกัมพูชาจะเคลื่อนย้ายกำลังเข้าประชิดขายแดนไทยได้โดยไม่ต้องสนใจข้อตกลงใด ๆ

- กัมพูชาจะสร้างความขัดแย้งและการยุแหย่เพื่อเก็บหลักฐานไปสหประชาชาติ ส่วนไทยจะเดินบทบาทถนัดเช่นเดิมคือตามไปแก้ตัว

- สิ่งที่กัมพูชาพลาดรอบที่แล้วคือยิงใส่ราษฎรไทยก่อนทำให้จีนถอย การจัดฉากว่าไทยยิงชาวกัมพูชาก่อนจะยังมีต่อไป จนกว่าไทยพลาดยิงใส่กัมพูชาชัด ๆ อีกครั้ง ทีนี้จะเปิดการรบให้เป็นเรื่องใหญ่

- หากไทยยังนิ่งกัมพูชาก็ยินดีเพราะทำให้ราษฎรไทยในพื้นที่ชายแดนเก็บเกี่ยวไม่ได้ เศรษฐกิจชายแดนไทยยังมีปัญหาต่อไป และคงยุแหย่ให้คนไทยเกลียดชังชาวกัมพูชาต่อไป คนไทยที่เชื่อฟังฮุนเซนก็จะฮึ่มฮั่มกับชาวกัมพูชา สร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนต่อประชาชนเพื่อหล่อเลี้ยงตระกูลผู้นำของกัมพูชาต่อไป

- ฝ่ายไทยที่นิยมการทำการรบโดยไม่สนใจสร้างความชอบธรรมทางการรบเสียก่อน จะอาศัยความยืดเยืัอนี้ยุแหย่ให้มีการใช้กำลังหรือแสดงการใช้กำลังเช่นการซ้อมรบ ซึ่งทำให้ไทยเป็นชาติรุกรานผิดต่อกฎบัตรสหประชาชาติตามที่ทางกัมพูชาต้องการ หรือเอาแต่ปลุกคนไทยว่าจะเอาคืนพื้นที่ด้วยการรบเท่านั้น

- อธิบายการจะใช้กำลังได้มี ๓ คำ คือ immense, nescessary, proportionate แปลแบบเข้าใจง่ายคือ เป็นภัยคุกคามที่รุนแรง จำเป็นต้องใช้กำลังเท่านั้นไม่มีวิธีอื่นและได้สัดส่วน ตรงคำว่าจำเป็นไม่มีวิธีอื่น ทำให้การเอาแต่คิดว่าจะใช้กำลังอย่างเดียวจึงไม่ชอบธรรม ต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดความชอบธรรมเสียก่อน เช่นคำว่าไปเอาปราสาทคืน หรือไปเอาพื้นที่คืน มีวิธีการอื่นได้แก่การปักปันเขตแดนโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นของไทยหรือไม่ ทั้งที่แผนที่แม้ ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ดูแล้วก็ยังอยู่เขตไทย แต่เมื่อมีทางอื่น การใช้กำลังเท่านั่นจึงไม่ชอบธรรม (แต่มีทางอื่นในการใช้กำลังอีกในช่วงท้าย)

- หากเกิดการปะทะจริงจะตั้งใจหรืออุบัติเหตุก็ตาม ฝ่ายไทยจะไม่มีเวลาเพียงพอกำจัดกำลังที่มีอยู่ของกัมพูชา (ในยุทธบริเวณ) เพราะกัมพูชาจะฉวยโอกาสยื่นคำร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเวลาอันสั้นเพื่อเรียกประชุมฉุกเฉินและมีมติระงับข้อพิพาท

- ไทยเรามีสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงฯ ที่จะวีโตให้ไทยเพื่อที่ไทยจะทำการรบต่อไปได้หรือไม่ ? ตามที่ฝ่ายยุยงให้ใช้กำลังโดยไม่ชอบธรรมในไทยต้องการเป็นคำถามสำคัญ ประเทศแรกคือสหรัฐฯ คงไม่สนับสนุนไทยแล้วเพราะการปะทะเกิดจากการเริ่มต้นไม่ทำตามข้อตกลงโดยฝ่ายไทย (ทั้ง ๆ ที่ไทยโดยทุ่นระเบิดและได้เปรียบแล้ว แต่ละทิ้งสิ่งนั้นไปแล้ว) เมื่อสหรัฐ ฯ นิ่ง สหราชอาณาจักรก็นิ่ง เหลือแต่ จีน รัสเซียและฝรั่งเศส รอบที่แล้วจีนไม่ช่วยกัมพูชาและจีนยังต้องการสันติภาพแบบทวิภาคีอยู่ แต่กัมพูชาจะใช้ท่าเรือเรียมต่อรองได้และรอบใหม่หากไทยใช้กำลังโดยไม่ชอบธรรม จีนอาจต้องรักษาสถานะด้วยการเข้าข้างกัมพูชาดังนั้นจะไม่วีโตให้ไทยรบต่อ รัสเซียและฝรั่งเศสอาจเฉย ๆ แม้ไทยพยายามไปเปิดความสัมพันธ์ด้วยเพื่อให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันก็ตาม เมื่อไม่มีใครวีโตให้และไทยซึ่งเป็นประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็กที่เป็นเหยื่อ มติของคณะมนตรีความมั่นคง ฯ ก็จะออกมาในแนวกลาง ๆ คือยุติการรบและเมื่อกลไกทวิภาคีไม่ได้ผลก็จะมีมติตามที่ฝ่ายถูกรังแก (แม้จะสร้างสถานการณ์เอง) ร้องขอคือไปศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

- ไทยจะปฏิเสธไม่ไปศาลโลกอยู่แล้ว ๓ ปราสาท ๑ พื้นที่ จะไม่ได้รับการพิจารณา แต่ทางฮุนเซนจะนำไปประกาศต่อชาวกัมพูชาที่ถูกปิดกั้นข่าวสารว่า กัมพูชาไปศาลโลกแล้วไทยไม่กล้าไป ตระกูลของเขาได้รับชัยชนะต่อไทย ดังนั้นขอปกครองยาว ๆ ต่อไป จากการปลูกฝังความเกลียดชังมานานแล้ว ชาวกัมพูชาก็จะยินดี

- กรณี ๓ ปราสาท ๑ พื้นที่ เมื่อกัมพูชาถอนออกจากการปักปันเขตแดนแล้วด้วยการไปศาลโลกและไทยไม่ไปด้วย ไทยก็ควรจะประกาศอธิปไตยเหนือดินแดนด้วยการใช้กำลังครอบครองไม่ควรปล่อยให้เป็นความขัดแย้งอีกต่อไป ตรงนี้เป็นข้ออ้างที่ชอบธรรมเพราะกัมพูชาปิดทางเองเรื่องการปักปันเขตแดนและเชื่อว่าทางกัมพูชาจะไม่ต้องการทำการรบอีกเพราะชนะไปแล้ว (ส่วนจะเรียกร้องภายหลังเป็นอีกเรื่อง)

- ความหมายคือฮุนเซนไม่ได้ต้องการ ๓ ปราสาท ๑ พื้นที่มาตั้งแต่ต้น เป็นแค่การสร้างสถานการณ์เท่านั้นเพราะรู้ว่าไทยไม่ไปศาลโลกแน่ (ถึงไปก็ยังอยู่ในเขตไทย ถ้าเอากันจริง ๆ หากสันปันน้ำไม่เปลี่ยนแปลง กัมพูชาถึงพยายามไปศาลโลก ไม่ต้องการปักปันเขตแดนกันจริง ๆ ตามหลักวิทยาศาสตร์)

มีคำถามว่าเมื่อไหร่จะจบ เดิมการเดินตามข้อตกลงสันติภาพจะทำให้จบเร็วได้ด้วยการใข้ LiDar หาแนวเขตแดนที่แน่ชัด เวลาที่ใช้โดยประมาณคือ วันละ ๑๐ ก.ม. เมื่อได้เส้นเดียวที่แน่ชัดแล้ว ชาวกัมพูชาหรือกำลังกัมพูชาที่รุกรานเราต้องถอยออกไปให้หมด ตรงไหนที่ไปชนสิ่งที่ต้องการร่วมกันก็ใช้การแลกพื้นที่กันแบบนี้มีวันจบ หวังว่ากลไกปกติ JBC จะพอทำงานได้บ้าง

อีกจบแบบหนึ่งคือการยึดปฏิญญาแล้วขอให้กัมพูชาเดินตามโดยไทยต้องเพิ่มเติมการสงวนสิทธิในการใช้กำลังเฉพาะจุดเพราะสร้างภัยคุกคาม เช่นทหารช่าง กองกำลังในแนวหน้าหรือที่ตั้งกองบัญชาการ บริเวณนั้นทั้งนี้ต้องทำเป็นทางการแจ้งให้พยานคือสหรัฐฯและมาเลเซียทราบล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุอีกกัมพูชาจะไม่มีทางไป (เอาคลิปเสียงผู้พันทหารช่างกัมพูชาที่สั่งให้ไปวางทุ่นระเบิดอีก ๒๗ ลูกหลังตกลงลงนามปฏิญญาสันติภาพแล้วแนบไปด้วย)

และถ้าทางกัมพูชาใช้กำลังขนาดใหญ่เพราะถูกบีบไม่ให้มีทางไปก็ทำให้จบด้วยการทำลายกำลังทหารให้เสียหายตลอดทั้งยุทธบริเวณเพราะไทยมีความชอบธรรมในการใช้กำลังแล้วและยังยึดปฏิญญาอยู่ ทว่าเป็นการใช้กำลังให้กัมพูชากลับมาสู่สันติภาพ (peace enforcement)

ทั้งนี้รัฐบาลย่อมมีข้อมูลที่มากกว่านักวิเคราะห์ทั่วไปที่มีหลักฐานเพียงผิวเผิน จะมาคาดหวังว่าความคิดใด ๆ ถูกต้องทั้งหมดก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากกัมพูชาเดินตามนี้จริงก็สามารถคิดแก้ไขได้ล่วงหน้าเช่นกันเพียงแต่ขอให้เท่าทันเล่ห์ กลอุบายของกัมพูชาเท่านั้นเป็นพอ

การประเมินสถานการณ์นี้มองตามทิศทางที่ฝ่ายกัมพูชาน่าจะหลอกล่อให้ไทยเดินตาม ส่วนจะเป็นจริงได้แค่ไหน ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายไทยที่จะประเมินจากการข่าวกรอง แก้ทางหรือแก้ตัวกันไปแล้วแต่กรณีครับ

ป.ล. ทำไมชีวิตทหารและประชาชนชาวกัมพูชาในสายตาของผู้นำกัมพูชาดูจะไม่มีค่าอะไรเลย ทำไมมนุษย์ต้องไปรบกันเพื่อคนชราไม่กี่คนเสวยสุขกันเล่า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

เปิดเต็มรูปแบบ ทางหลวงทล.101 ’น่าน–เฉลิมพระเกียรติ‘ประตูการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว

‘กรมทางหลวง’แจ้งเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วง‘บ้านปอน–อำเภอเฉลิมพระเกียรติ’ระยะทาง 33.8 กม.เต็มรูปแบบ ยกระดับการเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น เพิ่มความปลอดภัย หนุนโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อม’ไทย–สปป.ลาว’บูมกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน

UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา

จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D

หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา

กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม

กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล