‘โบว์ ณัฏฐา’ ชี้ภาพเลือกตั้งเริ่มชัด เหลือสองพรรคที่ขยับขึ้นมาเด่น

“โบว์ ณัฏฐา” วิเคราะห์แนวโน้มจากโพลชุดล่าสุด ระบุศูนย์กลางการแข่งขันเริ่มขยับเหลือสองพรรคที่โดดขึ้นมา ขณะที่เพื่อไทยถูกทิ้งระยะ แม้คนยังไม่ตัดสินใจมีจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกระหว่างตัวเลือกที่เด่นที่สุดในตอนนี้

24 พฤศจิกายน 2568 - “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรวิเคราะห์ข่าว นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางสังคมการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเลือกตั้งครั้งหน้า แข่งกัน 2 พรรค

ถือเป็นพัฒนาการของสถานการณ์การเมืองที่น่าสนใจ เมื่อโพลล่าสุดที่สำรวจในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนโดยสวนดุสิตโพล ได้ให้ความชัดเจนมากขึ้น ต่อเนื่องจากการสำรวจหลายครั้งติดกันของนิด้าโพลในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ไม่เกินสองเดือน แวดวงวิเคราะห์การเมืองยังเห็นตรงกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการแข่งกันของสามพรรคใหญ่ คือ พรรคประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย โดยไม่มีใครชนะขาดและอาจมีคะแนนในลักษณะเกาะกลุ่ม โดยมีพรรคประชาชนได้คะแนนนำ ภูมิใจไทยและเพื่อไทยแข่งกันชิงที่สอง

แต่โพลล่าสุดของทั้งสวนดุสิตและนิด้าโพล อาจทำให้ต้องเปลี่ยนมุมมอง เพราะดูเหมือนคู่แข่งในระดับท้าชิง มีแนวโน้มว่าจะเหลือจริงๆ เพียงสองพรรค คือพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย โดยมีเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ทิ้งอยู่ห่างๆ ในด้านความนิยมพรรคการเมือง

แม้สัดส่วนของผู้ที่ยังตัดสินใจไม่ได้จะสูงมาก แต่เมื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการเกิดพรรคใหม่ม้ามืดซึ่งมีน้อยมาก ก็เชื่อได้ว่าสุดท้ายกลุ่มคนที่ยังลังเลเหล่านั้นก็ต้องกลับมาตัดสินใจจากตัวเลือกที่มี ในสัดส่วนที่ไม่น่าจะต่างนักกับผลสำรวจที่เห็นในปัจจุบัน

ส่วนความนิยมเปรียบเทียบในตัวผู้นำพรรคนั้น แน่นอนว่าคุณอนุทินได้เปรียบจากโอกาสในการบริหารตลอดหนึ่งเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ความนิยมจึงถูกส่งด้วย “ออร่านายกฯ” ที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย ในขณะที่คุณเท้งไม่มีโอกาสนั้น แถมมีภาระทางคดีความให้ต้องคอยกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต คะแนนนิยมของผู้นำพรรคประชาชนจึงไม่สามารถทิ้งห่างคู่แข่งเหมือนเคย และมีแนวโน้มว่าจะถดถอยถึงขั้นถูกแซง จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่เอื้อให้พรรคประชาชนเปล่งประกาย

อันที่จริงการแข่งขันที่จะเหลือพรรคหลักเพียงสองพรรค คือส้มและน้ำเงินนั้น อาจกล่าวได้ว่าคือสัญญาณของพัฒนาการการเมืองไทย ที่โหวตเตอร์จะมีความชัดเจนในการเลือกตามแนวคิดมากขึ้น ไม่มีพรรคก้ำๆกึ่งๆมาเป็นตัวแปร แบ่งคะแนนไปจนชนะกันไม่ขาด

หากผลการเลือกตั้งชี้ขาดผู้ชนะได้ แนวคิดทิศทางการบริหารจะมีความชัดเจน จนสามารถนำสู่ภาพอนาคตของประเทศที่ไม่คลุมเครือต่อไป

ขอเพียงไม่มีใครถูกเขี่ยจากกระดานอย่างไม่เป็นธรรม เพราะนั่นจะกลายเป็นตัวแปรใหม่ ที่เบี่ยงเบนเจตนารมณ์ในการเลือกของประชาชนได้อีก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศิริกัญญา' จับตางบปี 70 มีโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 วงเงิน 900 ล้าน ชี้ลงทุนสูงลิ่วแต่กรรมสิทธิ์ไม่ได้เป็นของรัฐ

'ศิริกัญญา' ห่วง 'รัฐบาล' ปิดงบปี 69 ทำหลายหน่วยงานต้องตกเบิกงบปี 70 หลังตั้งเป้าโอนงบ 8 หมื่นล้าน แต่ทำได้จริงแค่ 1.03 หมื่นล้านบาท ชวนจับตางบปี 70 เอื้อประโยชน์พวกพ้องสีน้ำเงินหรือไม่ หวั่น TH-AI Passport เฟส 2 เสี่ยงซ้ำซ้อน ลงทุนสูง แต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์แพลตฟอร์ม

เอาแล้ว! 'ศิริกัญญา' จี้ 'ภาวุธ' แจงปม Forex ยันพรรคตั้งสอบข้อเท็จจริงแล้ว

'ศิริกัญญา' เรียกร้อง 'ภาวุธ' ออกมาชี้แจงต่อสังคมเท่าที่ไม่กระทบรูปคดี หลังถูกโยงคดี Forex ยืนยันพรรคประชาชนไม่นิ่งนอนใจ

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ

'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น

'รุทธพล' ย้ำ DSI เปิดชื่อ 'ภาวุธ' เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรา