เบื่อการเมือง ! นักวิชาการเผยเสียงสะท้อนจากพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ ชาวบ้านต้องการความร่วมมือมากกว่าความขัดแย้ง

2 ธ.ค. 2568-   ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำภาควิชาการบริหารและจัดการการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชให้ข้อมูลหลังติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้  ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า หลังจากที่ได้รับฟัง พูดคุย และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มต่างๆ สิ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือ ความต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งอื่นใดเข้ามาบดบังภารกิจช่วยเหลือประชาชน

จากการพูดคุยกับครัวเรือนที่สูญเสียทรัพย์สิน บ้านเรือน และไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผศ.ดร.เชษฐา เปิดเผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ต้องการเห็นประเด็นการเมืองเข้ามาแทรกแซง”ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเผชิญความยากลำบาก ใครช่วย ลงมาช่วยเลย คนพื้นที่สนับสนุนหมด

 “หลายคนบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนเหมือนกัน จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองไปในทิศทางของการช่วยเหลือ มากกว่าเอาปัญหาของพวกเขา มาโจมตีทางการเมือง ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวหาดใหญ่ต้องการนักการเมืองทุกสีทุกค่ายมาช่วยฟื้นฟู จึงอยากเห็นความร่วมมือกันมากกว่าที่จะมุ่งดิสเครดิตทางการเมือง บ้านเมืองควรอยู่เหนือการเมืองในช่วงวิกฤตประเทศ”  ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

ประชาชนต้องการให้การบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ถูกเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่สะดุดจากความขัดแย้ง และไม่ถูกทำให้เป็นประเด็นที่ทำให้สังคมขยายความแตกแยกมากขึ้น รัฐบาลเอง ต้องเข้มแข็ง และรวดเร็ว แน่นอนว่าชาวหาดใหญ่ยังคงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย

นักวิชาการรายงานว่า แม้ประชาชนจำนวนมากจะประสบความเสียหายรุนแรง ทั้งด้านทรัพย์สิน การทำมาหากิน และสภาพจิตใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านสะท้อน “ความขอบคุณและกำลังใจ” ต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ยังทำงานต่อเนื่องตลอดหลายวัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กู้ภัย ทหาร ตำรวจ อปพร. อสม. รวมถึงอาสาสมัครจากหลายจังหวัดที่ระดมเข้ามาช่วยเหลือ

 “ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังทำงานเต็มความสามารถ จึงอยากเห็นบรรยากาศที่เอื้อให้การทำงานเป็นไปโดยราบรื่น ไม่ถูกดึงไปเป็นประเด็นอื่นจนวุ่นวายไปหมด”

ผศ.ดร.เชษฐา ให้ความเห็นว่า ในสถานการณ์ภัยพิบัติ การสื่อสารและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟู ทั้งในระยะฉุกเฉินและระยะยาว การวิพากษ์วิจารณ์สามารถมีได้ แต่ควรอยู่บนฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง และไม่ทำให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนในพื้นที่เกิดความรู้สึกแตกแยกหรือถูกใช้ประโยชน์ทางการเมืองในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นักวิชาการยังมองว่า หากทุกฝ่ายร่วมกันลดความตึงเครียดทางการเมือง และเพิ่มพื้นที่ให้กับการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ การฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่และจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ จะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อประชาชนได้มากกว่า

ผศ.ดร. กล่าวเพิ่มเติมว่า เสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนมากไม่ได้จำกัดอยู่เพียงข้อกังวลด้านการเมือง แต่ยังรวมถึงความคาดหวังต่อการฟื้นฟู เช่น การเร่งคืนระบบไฟฟ้า–ประปา การเก็บขยะและทำความสะอาดเมือง การซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมไปถึงมาตรการเยียวยาและสนับสนุนทางเศรษฐกิจหลังน้ำลด

ประชาชนส่วนใหญ่ย้ำว่า ต้องการให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และโปร่งใส โดยหวังว่าการเมืองจะไม่เข้ามาแทรกแซงในระดับที่ทำให้การช่วยเหลือประชาชนล่าช้ากว่าที่ควร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญาติผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ ร้องทุกข์ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ทวงถามหน่วยงานไร้คำตอบ

ญาติผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ร้อง สว.ช่วยติดตามเงินเยียวยา หลังร้องศูนย์ดำรงธรรม แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า

นักวิชาการ เจาะลึกโครงการไทยช่วยไทยพลัส ชี้ รัฐบาลมาถูกทาง เร่งช่วยเหลือประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ชมรัฐบาล อ่านขาดไม่ยึดเลข GDP แต่มองความเป็นจริง

“ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น” อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือมาตรการเติมวงเงินบัตรสวัสดิการและคนละครึ่งพลัส 60/40 ที่รัฐบาลเตรียมเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ ว่า

ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'

นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ

นักวิชาการฟันธงคนกรุงได้เห็น 'ชัชชาติ' เป็นผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีอีก 4 ปีแน่

นักวิชาการเชื่อ 'ชัชชาติ' ไร้คู่แข่งนำม้วนเดียวจบ แต่จะได้คะแนนน้อยกว่าปี 65 ฟันเปรี้ยง 'ดร.โจ้-พรรคส้ม' เปิดตัวมาสองวัน กระแสไม่ปัง ส่วน ปชป.เชื่อไล่กวดไม่ทัน หลังเห็นชัดไม่พร้อม แต่จะได้ สก.มากขึ้น