
5 ธ.ค. 2568 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ปิดงานงดจ้างกับหยุดกิจการ มีเนื้อหาดังนี้
------
เมื่อวานนี้ (พฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568 มีรายงานข่าว่า “บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ออกประกาศ “ปิดงานงดจ้าง” ต่อสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี และพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจังหวัดชลบุรี หลังการเจรจา ข้อเรียกร้องเรื่อง “โบนัส” ไม่สามารถหาข้อสรุปได้”
หลายคนคงสงสัยว่า มีการ “ปิดงานงดจ้าง” ตามกฎหมายหรือไม่ และคงสงสัยถึงความแตกต่างระหว่าง "ปิดงาน" กับ "หยุดกิจการ" ว่าคืออะไร?
มาทำความเข้าใจสถานการณ์นี้ตามหลักกฎหมายแรงงานสัมพันธ์และกฎหมายคุ้มครองแรงงานกัน
1. "ปิดงาน" (Lockout) คืออะไร?"
1) การปิดงาน" คือ สิทธิของนายจ้างในการตอบโต้ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ โดยเป็นการปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททำงานเป็นการชั่วคราว (พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5)
2) นายจ้างสามารถ "ปิดงาน" ได้เมื่อใด?
นายจ้างจะใช้สิทธิ "ปิดงาน" ได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายแรงงานสัมพันธ์กำหนดครบถ้วนแล้วเท่านั้น:
ต้องมี "ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้": เกิดจากข้อเรียกร้องที่ถูกยื่นอย่างเป็นทางการและได้มีการไกล่เกลี่ยโดยพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
ต้องแจ้งล่วงหน้า: นายจ้างต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่าย (ลูกจ้าง/สหภาพ) ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนเริ่มปิดงาน
3) สถานะการจ้าง: ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างถาวร แต่เป็นการระงับการทำงานชั่วคราวเพื่อกดดันให้ข้อพิพาทจบลง
4) ผลทางค่าจ้าง (งดจ้าง): นายจ้าง ไม่มีภาระผูกพันในการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างที่ถูกปิดงานในช่วงเวลานั้น
คำว่า “ปิดงานงดจ้าง” จึงไม่ใช่ถ้อยคำในกฎหมาย และมีความหมายเพียง"ปิดงานงดจ่ายค่าจ้าง" เท่านั้น
2. "นายจ้างหยุดกิจการ" คืออะไร?"
1)การหยุดกิจการ" เป็นสถานการณ์ที่แตกต่างจาก "การปิดงาน" โดยสิ้นเชิง
กล่าวคือ ในกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดที่สำคัญอันมีผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้าง จนทำให้นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัย นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้างหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน (พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75)
2) วัตถุประสงค์: ไม่ได้เกิดขึ้นจากข้อพิพาทแรงงาน แต่เกิดขึ้นจากความจำเป็นทางธุรกิจ เช่น เหตุขัดข้องทางไฟฟ้า, ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ, การขาดแคลนวัตถุดิบ ฯลฯ
3) ภาระค่าจ้าง: ถ้า "หยุดกิจการ" ชั่วคราว นายจ้างยังมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้างหยุดกิจการ
4) เงื่อนไข: นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนวันเริ่มหยุดกิจการไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ
3. การนัดหยุดงานคืออะไร
การนัหยุดงาน (strike) หมายความว่า การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน
การนัดหยุดงานเป็นมาตรการที่ลูกจ้างใช้กดดันนายจ้างในเรื่องข้อพิพาทแรงงาน และจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กล่าวคือ เมื่อข้อพิพาทแรงงานถึงขั้นตกลงกันไม่ได้แล้ว ฝ่ายลูกจ้างจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและฝ่ายนายจ้าง
ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการนัดหยุดงานจริง (มาตรา 34 วรรคสอง)
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการใช้มาตรการ "ปิดงาน" ของนายจ้างในกรณีข้อพิพาทแรงงาน? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความรู้กันได้เลย!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาแนะถึงเวลาผ่าตัดกฎหมายเรื่องแดนแห่งกรรมสิทธิ์จากสวรรค์ถึงนรก!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกปมร้อน 'หมอสรณ' จากจุดเริ่มต้นถึงศาลปกครอง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสยังติดใจคำวินิจฉัย กกต.ปมอาชีพกลุ่ม 10
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาจับไต๋พีอาร์ กกต.บอกเป็นเพียง 'ผู้พิจารณาสำนวน'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุใสในศาลฎีกา
'อดีตผู้พิพากษา' ชี้ 3,621 รายชื่อ กับบทพิสูจน์ 'ระบบคุณธรรม' ของข้าราชการท้องถิ่นไทย
'อดีตผู้พิพากษา' วิเคราะห์ 3,621 รายชื่อ กับบทพิสูจน์ 'ระบบคุณธรรม' ของข้าราชการท้องถิ่นไทย เหตุใดต้องเพิกถอนผลการสอบแล้วตามด้วยเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา
อดีตผู้พิพากษาอธิบายทำไมเพิกถอน 5,814 ขรก.ได้ทั้งที่คดีอยู่ใน ป.ป.ช.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

