'อัษฎางค์' ซัด 'ปวีณ' ใช้ข้ออ้างขอลี้ภัยในออสเตรเลียเป็นการโยนบาปให้สถาบัน

'อัษฎางค์' ซัดข้ออ้าง 'ปวีณ' ใช้ทำเรื่องขอลี้ภัยในออสเตรเลียเป็นการโยนบาปว่าถูกสถาบันคุกคาม ย้อนถาม ยกตนว่าเป็นคนดี อยากรู้ว่ามีคนดีที่ไหน ที่ขายชาติขายแผ่นดิน เพื่อตนเอง

23 ก.พ.2565 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง "ขายชาติขายแผ่นดิน เพื่อตนเอง" มีเนื้อหาดังนี้

ผมไม่เคยบอกว่าออสเตรเลียไม่มีวีซ่าลี้ภัย แน่นอนว่าออสเตรเลียมีวีซ่าลี้ภัยเหมือนนานาอารยประเทศ
แต่สิ่งที่ผมบอกคือ เท่าที่ทราบตลอดเวลา 20 ปีที่ผมอยู่ที่นี่ มีคนไทยถูกหลอกจากทนายหรือตัวแทนผู้มีใบอนุญาติขอวีซ่า หลอกให้ทำเรื่องขอวีซ่าลี้ภัยอยู่เนื่องๆ แต่ออสเตรเลียไม่เคยออกวีซ่าลี้ภัยให้กับคนไทยมาก่อน
แต่อย่าลืมว่าตอนนี้ไทยกำลังถูกโลก(ตะวันตก)ล้อม เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้อยู่ดีๆ เมื่อก้าวไกลลากคุณปวีณมาอภิปรายในสภาเรื่องขบวนการค้ามนุษย์จนทำให้นายตำรวจกลัวโดนยัดข้อหา ม.112 ต้องขอลี้ภัยในออสเตรเลีย

ก็มีสื่อตะวันตกสอดรับเรื่องนี้ในทันควัน ด้วยการทำข่าวการค้ามนุษย์ในประเทศไทยเพื่อตีข่าวไปทั่วโลก ซึ่งผมมีโอกาสได้สนทนากับเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงถือโอกาสถามท่านเรื่องนี้ จนได้ความว่า ท่านเคยอ่านข่าวนั้นเมื่อนานมาแล้ว แต่เหมือนว่าข่าวเก่านั้นถูกนำมาปัดฝุ่นแล้วเติมเรื่องคดีค้ามนุษย์เข้าไป แล้วนำออกมาเผยแพร่ใหม่
นี่มันอะไรกันครับ
ไทยกำลังถูกโลก(ตะวันตก)ล้อม ใช่มั้ย
เพราะฉะนั้นจะแปลกอะไร ถ้าออสเตรเลียจะเปลี่ยนใจให้วีซ่าลี้ภัยกับคนไทยทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีคนที่ทำธุรกิจในวงการทำวีซ่าในออสเตรเลียเขารู้กับหมดว่า ถ้ามีคนพูดเรื่องทำวีซ่าลี้ภัยให้กับคนไทย นั้นคือการหลอกลวง
……………………………………………………………………
ประเทศออสเตรเลียมีวีซ่าด้านมนุษยธรรมที่ลงนามไว้กับประเทศต่างๆทั่วโลก โดยผู้ลี้ภัยที่ไม่มีทางเลือกอื่นในชีวิต หรือไม่มีประเทศอยู่ และไม่สามารถกลับเข้าประเทศของตนได้ สามารถหาเหตุผลมาอ้างเพื่อขอวีซ่าลี้ภัยได้
ทั้งนี้เหตุผลนั้นต้องตรงตามกฎหมาย Migration Act 1958 ของออสเตรเลียที่ว่าด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบสากลของประเทศออสเตรเลียที่จะไม่ส่งคนที่เสี่ยงต่อการถูกทำร้ายกลับไปเสี่ยงภัยรุนแรง หรือเสียชีวิตในประเทศตน
ออสเตรเลียได้รับผู้ลี้ภัยเข้ามาอยู่ในประเทศแล้วกว่า 880,000 คนนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ล่าสุดเท่าที่ค้นพบคือ ในปี 2018-2019 ประเทศออสเตรเลียรับผู้ลี้ภัยมาแล้ว 18,750 คน

หลักเกณฑ์เบื้องต้นในเรื่องคุณสมบัติของผู้ลี้ภัยที่อาจมีสิทธิ์ขอความคุ้มครองจากรัฐบาลออสเตรเลียคือ จะต้องเป็นผู้ที่อยู่นอกประเทศที่ตนเองอาศัยอยู่โดยปกติ (ประเทศบ้านเกิดของตน) และต้องมีความหวาดกลัวอย่างรุนแรงว่ากลับไปแล้วจะมีภัยเกิดกับตัวอาจถึงชีวิตได้ (well-founded fear of persecution) หรือไม่ปรารถนาที่จะกลับเข้าไปอยู่ประเทศของตนเองอีกได้ เพราะมีความเสี่ยงภัยต่ออันตรายที่อาจได้รับหากกลับเข้าไปในประเทศของตนอีก ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกกลุ่มในสังคม หรือเหตุผลทางการเมือง ก็ตาม ทั้งนี้ ข้ออ้างดังกล่าวต้องสามารถพิสูจน์ได้

หากต่อมาภายหลังรัฐบาลออสเตรเลียพิสูจน์ได้ว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นเท็จตัวผู้ขอวีซ่าลี้ภัยจะถูกขับออกจากประเทศและอาจไม่ได้วีซ่าใดๆ กลับเข้าสู่ออสเตรเลียตลอดชีวิต รวมทั้งผู้ที่รับเดินเรื่องให้ต้องรับโทษทั้งจำทั้งปรับหนักมาก
……………………………………………………………………
ข้ออ้างที่คุณปวีณใช้ทำเรื่องขอลี้ภัยในออสเตรเลีย นั้นเป็นการโยนบาปว่าถูกสถาบันพระมหากษัตริย์คุกคาม และยกตัวอย่างว่ามีคนที่ต้องตายเพราะถูกคนที่รับใช้ใกล้ชิดใต้เบื้องพระยุคลบาทยัดข้อหาตามมาตรา 112
ทั้งที่ปัญหาของคุณปวีณคือการฉ้อฉลของระบบราชการ ซึ่งมีข้าราชการและนักการเมืองร่วมมือกันกระทำการฉ้อฉล ซึ่งเป็นปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกาะกินสังคมไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่คณะราษฎร์ปล้นพระราชอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

ซึ่งระบบราชการที่ล้มเหลว เน่าเฟะนี้คือผลพวงจากโครงสร้างราชการที่ถูกออกแบบมาจากคณะราษฎร์
มิได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัติย์เลย
การยกตนว่าเป็นคนดี เป็นข้าราชการที่ทำงานถวายชีวิตมีจริงหรือไม่ คุณธรรมสำนึกในบ้านเกิดหายไปไหนหมด
อยากรู้ว่ามีคนดีที่ไหน ที่....
ขายชาติขายแผ่นดิน เพื่อตนเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกสมาคมทนายออกแถลงการณ์ 'ทานตะวัน-แบม' ไม่ใช่อาชญากร โยงสาเหตุเพราะรัฐประหาร

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่าตามที่ศาลอาญามีคำ

รับลูกทันที ‘พท.’ อ้างปฏิญญาสากล ‘แบม-ตะวัน’ ต้องได้ประกันตัวตามสิทธิ

รองเลขาฯพท.ชี้ แบม-ตะวันไม่น่าจะมีเจตนากระทำความผิดในมาตราดังกล่าวตามที่ถูกกล่าวอ้าง เพียงแต่พวกเขาพิจารณาจากเหตุผล และมีชุดความคิดและประสบการณ์ ในยุคสมัยของเขา

อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือนน้องอดข้าวประท้วง ยึดทางสายกลางอย่าสุดโต่ง

ทุกปัญหามีทางออก อย่าประชดชีวิตและสังคมด้วย การเอาหัวไปชนฝา  มีแต่เจ็บตัวและเดือดร้อน ยึดทางสายกลางอย่าสุดโต่ง ความสุดโต่งไม่ใช่หนทางแห่งความสำเร็จ

สังคมต้องตั้งสติ 'นิพิฏฐ์' ประกาศลั่นไม่เอาด้วย 'คบเด็กสร้างบ้าน'

'นิพิฏฐ์' แนะสังคมตั้งสติกรณี 2 ผู้ต้องหาคดี 112 'ขอถอนประกันตัวเอง' เพื่อเข้าไปอดอาหารในเรือนจำ สมมุติผู้ต้องหาคดีตู้ห่าวเอาอย่าง 2 คนนี้ศาลจะว่าอย่างไร และหากพรรคการเมืองเสนอเลิก 112 'คบเด็กสร้างบ้าน' ตนไม่เอาด้วย