'เทพไท' ชี้รัฐบาลใช้มาตรา 165 ปิดเกมศึกซักฟอกฝ่ายค้าน!

10 ธ.ค.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ใช้ ม.165 ปิดปากไม่ไว้วางใจ” ระบุว่า นับตั้งแต่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าบริหารประเทศใหม่ๆ ก็มีกระแสการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสจากพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ประกาศมาโดยตลอดว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ ตามมาตรา 151 แน่นอน ส่วนพรรคประชาชน รอดูสถานการณ์ทางการเมืองว่า รัฐบาลชุดนี้เบี้ยวการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่ได้เป็นไปตาม MOA ก็อาจจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ด้วย

จนทำให้นายอนุทินได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า ถ้าหากฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 รัฐบาลก็จะยุบสภาทันที เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตอบคำถามการอภิปรายให้ดีแค่ไหน หรือให้ดีให้ตาย เมื่อโหวตก็จะแพ้มติในสภา แต่ถ้าหากจะให้มีการอภิปรายให้รัฐบาลมาตอบคำอภิปราย ก็เสนอให้พรรคฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ซึ่งรัฐบาลก็จะตอบคำอภิปราย จะไม่หนีการอภิปรายอย่างแน่นอน

ล่าสุดมีการยืนยันอีกว่า อาจจะยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันเปิดสมัยประชุมสามัญของสภาผู้แทนราษฎร คือวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ทำให้นายอนุทินส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลว่า ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมือง ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ แต่จนบัดนี้ใกล้จะถึงวันที่ 12 ธันวาคมแล้ว รัฐบาลเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ2 จึงอาจจะทำให้การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะทางพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ต่างมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากจะให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ3ไปก่อน แล้วค่อยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จนมีกระแสข่าวจากฝ่ายรัฐบาลออกมาว่า รัฐบาลอาจจะเปิดให้มีการอภิปรายตามมาตรา 165 แห่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีใจความว่า “ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภา ขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายไม่ได้”

นั่นก็คือการพลิกเกมของฝ่ายรัฐบาล ต้องการที่จะปิดกั้นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยรัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดเกมเอง เล่นเกมนี้เพื่อต้องการไม่ให้มีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 และ 152 เพราะ

1.ถ้าหากพรรคฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ก็จะถูกสังคมตำหนิว่า เป็นการเล่นเกมทางการเมือง หวังกดดันให้รัฐบาลยุบสภา และการอภิปรายทั่วไปก็เพิ่งผ่านพ้นไป ไม่จำเป็นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 อีก และรู้อยู่แล้วว่า ถ้าลงมติรัฐบาลก็จะแพ้มติ และรัฐบาลก็ได้ประกาศแล้วว่า จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 จึงไม่ควรที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151อีก

2.ถ้ามีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 คืออภิปรายแบบไม่ลงมติ ซึ่งก็เป็นรูปแบบการอภิปรายในทำนองเดียวกันกับมาตรา 165 คืออภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 อีก

เพราะฉะนั้นเกมนี้ฝ่ายรัฐบาลถือไพ่เหนือกว่า และใช้เกมนี้ปิดปากพรรคฝ่ายค้าน ถ้าหากฝ่ายค้านยังดื้อดึงหรือดึงดันจะยืนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก ทั้งๆ ที่รัฐบาลเปิดอภิปรายตามมาตรา 165 แล้วก็จะถูกสังคมตำหนิว่า เป็นการเล่นเกมการเมือง และเป็นการอภิปรายซ้ำซาก จึงถือว่าเป็นการปิดเกมฝ่ายค้านของรัฐบาลโดยปริยาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่อยอดเสน่ห์ปลายจวักไทย! ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น

รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน 'อาหารที่คนทั่วโลกรัก' เดินหน้า 'The Lost Taste' ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว

นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายกฯ และภริยาเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ

'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!

'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน

รมว.ยธ.ขานรับนโยบาย 'อนุทิน' กำชับดีเอสไอพกปืนต้องได้ไฟเขียวจากอธิบดีก่อน

รมว.ยุติธรรม กำชับ จนท. ดีเอสไอที่บางส่วนพกปืนได้ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน - ส่วนตัวมีปืนที่บ้าน มีใบ ป.4 ถูกต้อง แต่ไม่เคยพก - มองนโยบายนายกฯเป็นเรื่องดี หลังสั่ง จนท.ห้ามพกปืน

'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง

กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ

นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง

นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด