
ทภ.2 เผยผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย-ภูมะเขือ ยังคงมีการปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและอาวุธหนัก ไทย ย้ำ โบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ยืนยัน ไทยใช่สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นการป้องกันตนเอง
22 ธ.ค.2568-กองทัพภาคที่ 2 รายงานสรุปสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ประจำวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ตลอดทั้งวันยังคงเกิดการปะทะด้วยอาวุธหนัก โดยเฉพาะการใช้ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างหนาแน่น ในพื้นที่ผามออีแดงและภูมะเขือ ฝ่ายไทยยังสามารถคุมจังหวะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง และมีการรวมอำนาจการยิงเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหลายครั้ง รวมถึงการใช้โดรนทิ้งระเบิดโจมตีที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีการใช้รถถังยิงตอบโต้ในช่วงค่ำ แต่ยังไม่สามารถผลักดันแนวรบได้สำเร็จ
โดยสถานการณ์ในพื้นที่ช่องอานม้า–ช่องบกยังคงปกติ สะท้อนถึงข้อจำกัดในการขยายสมรภูมิในหลายแนวพร้อมกันของฝ่ายตรงข้าม อุบลราชธานี พื้นที่ช่องบกพบการยิงอาวุธประจำกายเป็นระยะ ลักษณะยิงตรวจแนว ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายกัมพูชาถอนกำลังไปตั้งแนวรับที่สอง ห่างจากพื้นที่สู้รบราว 10 กิโลเมตร และใช้โดรนบินตรวจการณ์ฝ่ายไทย
ศรีสะเกษ พื้นที่ซำแต–โดนตรวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ถือเป็นพื้นที่ที่มีการยิงปืนใหญ่และปืนครกตอบโต้กันรุนแรงที่สุด ฝ่ายกัมพูชายิงกดดันเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณเขาสัตตะโสมและภูผี ขณะที่ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ไปยังจุดตรวจพบการยิงหลายครั้ง พร้อมใช้โดรนทิ้งระเบิดทำลายที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนได้รับความเสียหายหนัก
บริเวณผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ทั้งสองฝ่ายปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและปืนค. ส่วนพื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน มีการยิงประปราย โดยฝ่ายกัมพูชายังคงเฝ้าตรวจและยิงกดดันเป็นระยะ
สุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี รวมถึงพื้นที่คนา ฝ่ายไทยสถาปนาที่หมายและตรึงกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่คนา ฝ่ายกัมพูชาใช้รถถังยิงเข้ามาในฝั่งไทย แต่ไม่เกิดความสูญเสีย
พื้นที่ตาควาย ฝ่ายไทยสามารถยึดที่หมายเนิน 350 และตั้งฐานที่มั่นได้สำเร็จ ระหว่างการใช้รถ JCB เคลียร์พื้นที่ รถเหยียบกับระเบิดทำให้ยางล้อหน้าเสียหาย แต่กำลังพลปลอดภัย ต่อมาพบการยิงจากฝ่ายกัมพูชามายังยอดเนิน และในช่วงเย็นตรวจพบการเคลื่อนยานรบ จึงใช้ปืนยิงสกัดไว้
ขณะที่พื้นที่ช่องกร่าง และตาเมือนธม ฝ่ายไทยตรึงกำลังตลอดแนว โดยพื้นที่ตาเมือนธม ฝ่ายกัมพูชายิงจรวด BM-21 มายังด้านทิศใต้ของปราสาทตาเมือน
บุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนว
นอกจากนี้ ในพื้นที่ส่วนหลัง จังหวัดสุรินทร์ ตรวจพบจรวด BM-21 จำนวน 4 ลูก ตกในพื้นที่ทิศใต้บ้านหนองจูบ หมู่ 2 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก เบื้องต้นยังไม่พบรายงานความเสียหายหรือการสูญเสีย
กองทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำว่า โบราณสถานไม่ใช่สนามรบ การนำพื้นที่โบราณสถานไปใช้ติดตั้งอาวุธ กล้องตรวจการณ์ หรือระบบต่อต้านโดรน ถือเป็นการละเมิดหลักสากลที่ทุกประเทศต้องเคารพ
ฝ่ายไทยยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการปฏิบัติการทั้งหมดเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองโดยชอบ หลังมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้พื้นที่โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและเป็นจุดโจมตีเข้ามาในฝั่งไทย พร้อมย้ำยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และมุ่งรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
'อนุทิน' ลั่นไม่ยอมรับรายงาน UN ของ 'ทอม แอนดรูว์' ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯ ชี้ปมเขมรลากเอ็มโอยู 43 อ้างยูเอ็นเจรจาไทย ลั่น ไทยมีหลักการไม่ให้ใครบังคับได้
กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี
ที่พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.ชัยรัตน์ ธรรมชาติ หัวหน้าสำนักงานคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
'สีหศักดิ์' ชี้ 'กัมพูชา' ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับ รับกังวลเขมรโหมข่าวรถถังจีน
‘รมว.ต่างประเทศ’ ชี้ ‘กัมพูชา’ ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับ ยันปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว รถถังจีน ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง ขอบคุณความปรารถนาดีจีนหวังเป็นตัวกลาง แต่เรื่องนี้สองประเทศต้องคุยตรง
ผบ.ทบ.แจงศึกชายแดน ปรับแผนหาโดรนรับมือฉุกเฉิน เสธ.ทบ.เผย 3 ทางแก้งบถูกตัด
ผบ.ทบ.ย้อนวันรับมือ“เขมร ”ชี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ปรับแผนรับมือหา“โดรน”เร่งด่วนเฉพาะหน้า ก่อนได้งบประมาณประจำปี “
ด่วน! กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บาดเจ็บ 2 นาย โชคดีไม่สูญเสียอวัยวะ
รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) กรณีกำลังพลของกองร้อยทหารราบที่ 122 กองพันทหารราบที่ 12 ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดเก่า ที่ทำงานไม่เต็มที่ ไม่รับ บาดเจ็บเล็กน้อย

