ทภ.2 เผย ยังมีการปะทะตลอดแนวอีสานใต้ เขมรยิง BM-21 ใส่พื้นที่ ตาควาย -ตาเมือนธม ทหารไทยเจ็บ 2

23 ธ.ค. 2568- เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ธ.ค. 2568 มีกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานใต้ วานนี้ (22 ธ.ค.)โดยตลอดทั้งวันเกิดการปะทะและการใช้กำลังทางทหารในหลายจุดสำคัญ

โดยภาพรวมสถานการณ์ วานนี้ (22 ธ.ค.) ฝ่ายไทยใช้การยิงสนับสนุนแบบรวมอำนาจ โดยมุ่งเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา ที่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย อย่างน้อย 18 เป้าหมาย ในพื้นที่ผามออีแดงและช่องคานม้า ขณะที่ฝ่ายกัมูชาตอบโต้ด้วย จรวดหลายลำกล้อง BM-21 และปืนใหญ่จำนวนมาก แต่ความแม่นยำต่ำส่วนใหญ่ตกนอกพื้นที่สำคัญ ด้านการใช้ UAV ของฝ่ายกัมพูชายังคงเป็นการบินลาดตระเวนเชิงสัญลักษณ์ แต่ไม่สามารถหยุดหรือทำลายระบบการยิงของฝ่ายไทยได้ โดยภาพรวม ฝ่ายไทยยังคงได้เปรียบทั้งในด้านการควบคุมพื้นที่ จังหวะการรบ และการเลือกเป้าหมายเชิงยุทธการ

ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี


พื้นที่ช่องบก มีการเฝ้าตรวจของกำลังฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า ช่วงกลางวันไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญของฝ่ายทหารกัมพูชา ก่อนที่ในช่วงค่ำ ฝ่ายไทย ได้ตรวจพบฐานที่มั่นที่เป็นภัยคุกคามกับประเทศไทยโดยฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามาในพื้นที่ ฝ่ายไทยจึงจำเป็น ต้องใช้อาวุธยิงใส่เป้าหมายกำลัง ฝ่ายกัมพูชา ที่มีกำลังพลอยู่ประมาณ 30 นาย บริเวณทิศใต้ของช่องอานม้า

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ


พื้นที่แนวซำแต–โดนตรวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ฝ่ายกัมพูชา ได้ใช้อาวุธหนัก ปืนใหญ่ ปืน ค. และรถถัง ยิงเข้ามายังฝ่ายไทย พร้อมพยายามค้นหาที่ตั้งรถถังของไทย โดยฝ่ายไทยตรวจพบรถถัง ฝ่ายกัมพูชาอย่างน้อย 4 คัน และใช้อาวุธปืนใหญ่ยิงควบคุมพื้นที่รอบภูผี ซึ่งเป็นฐานยิงหลัก ของทหารกัมพูชา ส่งผลให้ ฝ่ายไทยสามารถทำลายเป้าหมายได้หลายจุด

บริเวณผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงอาวุธ ปืนใหญ่ จากเนิน 281 เข้าสู่พื้นที่ภูมะเขือ จาก ตรวจพบรถบรรทุก 2 คันเคลื่อนที่จากบ้านโกมุย รวมถึงมีการยิงปืนใหญ่และ จรวดหลายลำกล้อง BM-21 เข้ามาพื้นที่ฝ่ายไทยหลายระลอก กระสุนบางส่วนตกในพื้นที่บ้านภูมิซรอล ขณะที่ฝ่ายไทยใช้อาวุธปืนใหญ่และ ปืนค. ยิงตอบโต้บริเวณผามออีแดงและช่องคานม้า เพื่อทำลายเส้นทางลำเลียง ยุทโธปกรณ์ และกำลังพลของฝ่ายกัมพูชา

นอกจากนี้ ในพื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน ตรวจพบโดรนขนาดใหญ่ของ ฝ่ายกัมพูชาใช้โดรนบินจากภูมะเขือไปยังผามออีแดง เพื่อตรวจดูสภาพพื้นที่ของฝ่ายไทย

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์


พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี ตรวจพบบุคคลอยู่บนอาคารสูง ก่อนมีโดรนหลายลำบินขึ้น ขณะที่ ฝ่ายกัมพูชาได้ร้องขอการสนับสนุนกระสุน แล้วเสบียง ให้เข้ามาส่งพื้นที่

พื้นที่คนาและตาควาย ฝ่ายไทยสถาปนาที่มั่นและตรึงกำลังต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แต่ฝ่ายทหารกัมพูชายังคงยิง จรวดหลายลำกล้อง BM-21 เข้ามาในพื้นที่ตาควาย ทำให้กำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และพบการบินของโดรนหลายครั้ง โดยเฉพาะบริเวณเนิน 350

ส่วนพื้นที่ช่องกร่าง พบการเสริมกำลังของ ฝ่ายกัมพูชา ขณะที่ พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม มีการยิงปืนใหญ่และ จรวดหลายลำกล้อง BM-21 เข้ามาในพื้นที่ รวมถึงใช้อาวุธ RPG ยิงใส่ฐานฝ่ายไทย ส่งผลให้มีกำลังพลบาดเจ็บอีก 1 นาย และตรวจพบ UAV ในช่วงค่ำ

ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์


พื้นที่ช่องสายตะกู ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังตลอดแนว ไม่มีรายงานการปะทะรุนแรงเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ส่วนหลังของจังหวัดศรีสะเกษ มีรายงานว่ากระสุนปืนใหญ่ไม่ทราบชนิดตกในพื้นที่บ้านภูมิซรอลและบ้านซำเม็ง ส่งผลให้สายไฟฟ้าแรงสูงขาด ทำให้ไฟฟ้าดับในทั้งสองหมู่บ้าน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่ง กฟภ. ขยายเขตไฟฟ้า 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' เสร็จต้นปี 70

รัฐบาลสั่งการ กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ให้แล้วเสร็จภายในต้นปี 70 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังพลแนวหน้า เสริมสร้างความมั่นคงชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี

ที่พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.ชัยรัตน์ ธรรมชาติ หัวหน้าสำนักงานคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

ด่วน! กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดเก่า บาดเจ็บ 2 นาย โชคดีไม่สูญเสียอวัยวะ

รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) กรณีกำลังพลของกองร้อยทหารราบที่ 122 กองพันทหารราบที่ 12 ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดเก่า ที่ทำงานไม่เต็มที่ ไม่รับ บาดเจ็บเล็กน้อย

ถกกองเลขาฯRBC ย้ำ 7 ข้อ ลดตึงเครียดชายแดน-สกัดข่าวปลอม-ยึดถ้อยแถลง GBC

ประชุมเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคชายแดน ไทย–กัมพูชา (RBC) กองทัพภาคที่ 2 และภูมิภาคทหารที่ 4 ผ่านกลไก RBC ย้ำ 7 ข้อ ลดตึงเครียดชายแดน-สกัดข่าวปลอม-ยึดถ้อยแถลง GBC

คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม 'กำลังพล' เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร

กองทัพภาค 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย