24 ธ.ค.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “อภิสิทธิ์ กล้าประกาศ ไม่เอากล้าธรรม” ระบุว่า ถ้าใครได้ติดตามเวทีประชันวิสัยทัศน์ หรือเวทีดีเบต ที่จัดโดยไทยรัฐทีวี ซึ่งเป็นเวทีแรกที่เปิดให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ จำนวน 8 คน 8 พรรค ได้มาแสดงวิสัยทัศน์หรือจุดยืนทางการเมืองของแต่ละคน ของแต่ละพรรค ซึ่งไฮไลท์สำคัญอยู่ที่พิธีกรในรายการ คือคุณกาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ ได้ตั้งคำถามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกคนในคำถามเดียวกันว่า มีเงื่อนไขจะจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคการเมืองใดบ้างในการเป็นรัฐบาล ส่วนใหญ่จะมีการตอบคำถามในลักษณะสงวนท่าที ตอบแบบกั๊กบ้าง ตอบแบบคลุมเครือบ้าง ไม่ฟันธงบ้าง แบบสไตล์การเมืองเดิมๆ ที่ถนอมน้ำใจประนีประนอม ไม่กล้าฟันธง โดยพยายามหลีกเลี่ยงระบุชื่อของพรรคการเมือง แต่จะตอบในลักษณะเรื่องไม่ร่วมกับพรรคทุนสีเทา พรรคที่มีคอรัปชั่น พรรคที่ขายชาติ ฯลฯ
แต่ในจำนวน 8 คนที่ตอบคำถามนี้ถูกใจผมมากที่สุด คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความชัดเจน ฟันธงอย่างไม่อ้อมค้อม และประกาศชัดว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการเอ่ยชื่อพรรคชัดเจน ซึ่งเป็นจุดแข็งของนายอภิสิทธิ์ และการที่นายอภิสิทธิ์ประกาศว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมนั้น ทำให้สังคมเชื่อถือ สังคมมั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์พูดจริงและปฏิบัติได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์เคยประกาศสมัยเลือกตั้งปี 2562 ว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากการเลือกตั้งแล้ว พรรคประชาธิปัตย์มีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนทำให้นายอภิสิทธิ์ประกาศลาออกจากตำแหน่ง สส. เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีสัจจะ ซึ่งหาได้ยากในการเมืองยุคปัจจุบัน ที่มีแต่นักการเมืองศสับปลับ ตระบัดสัตย์ หวังประโยชน์เพื่อตัวเองเท่านั้น
เพราะฉะนั้นนี่คือเวทีแรกของการดีเบตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง แต่น่าเสียดายที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรมไม่เข้าร่วมในรายการดีเบตครั้งนี้ ปล่อยให้เก้าอี้ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 2 ว่างลง ถ้าเป็นเช่นนี้จะทำให้พรรคการเมืองที่ไม่ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาประชันวิสัยทัศน์จะเสียโอกาส และประชาชนที่ติดตามการเมือง รอฟังวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็จะเสียโอกาสไปด้วย
จึงอยากจะให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของทุกพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ1 ถือว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริง ส่วนอันดับ 2 อันดับ 3 ถือว่าเป็นตัวสำรอง ซึ่งประชาชนอยากจะฟังแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงของพรรคการเมืองมากกว่าตัวสำรอง
นี่คือครั้งแรกของเวทีการประชันวิสัยทัศน์และเชื่อว่า ยังมีครั้งต่อไปของสื่อสำนักต่างๆ หรือเวทีต่างๆ จัดการประชันวิสัยทัศน์กันอีก และประชาชนจะได้รับฟังข้อมูล เพื่อนำมาพิจารณาในการตัดสินใจว่า ใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ‘โย ณัฐธนินทร์’ เบอร์ 4 ลุยขอคะแนนพระโขนง-บางนา
ผู้สมัคร สส. เขตพระโขนง-บางนา เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม หมายเลขพรรค 42 เร่งหาเสียงก่อนวันหย่อนบัตร 8 ก.พ. ชูแก้ขยะ น้ำท่วม ค่าครองชีพ ย้ำเลือกคนรู้พื้นที่เข้าสภา
'ธรรมนัส' โวถึงเวลาคนเมืองน่าน เปลี่ยนยกจังหวัด 'กล้าธรรม' พร้อมแก้น้ำท่วมซ้ำซาก
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)น่าน ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขต 1 นายณัฐ เธียรสูตร หมายเลข 8 ,เขต 2 นายประสิทธิ์ โทมะ
'อภิสิทธิ์' ทิ้งไพ่ 'เลือกประชาธิปัตย์ คือ ทางรอดที่ปลอดภัย' ใน 5 มิติหลัก จี้กกต.เข้มซื้อเสียง
'อภิสิทธิ์' ทิ้งไพ่ 'เลือกประชาธิปัตย์ คือ ทางรอดที่ปลอดภัย' ใน 5 มิติหลัก ชี้ 8ก.พ. คือจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน เมินคู่แข่งโจมตีพื้นที่ใต้ จี้ กกต. เข้มงวดปมซื้อเสียงโค้งสุดท้าย
ศาลฎีกาถอนชื่อ 'ฉลอง' ผู้สมัคร สส.โคราช พรรคกล้าธรรม เคยต้องโทษจำคุก 3 ปี ผิด พรบ.ป่าไม้
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนชื่อ "ฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์" ออกจากผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เคยต้องโทษจำคุก 3 ปีเศษ ปี 60 ผิดพ.ร.บ.ป่าไม้
จบข่าว! ศาลฎีกายืนถอนชื่อ "บิ๊กโอ" จากการเป็นผู้สมัครกล้าธรรมเพราะเคยถูกคดีลักทรัพย์
'ศาลฎีกา' สั่งถอนชื่อ 'บิ๊กโอ' จากการเป็นผู้สมัครกล้าธรรม เขต 7 เมืองคอน หลังเคยต้องคำพิพากษาลักทรัพย์เมื่อ 20 ปีก่อน

