
ภาพเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส
11 ม.ค.2569-พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 29/2569 เรื่อง การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน ในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
พร้อมทั้ง กำหนดให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มมาตรการจุดผ่านแดนตามแนวชายแดน ไทย-มาเลเซีย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเข้มงวดการผ่าน เข้า – ออก ของยานพาหนะทุกประเภท และการเดินทางผ่าน เข้า – ออก ของประชาชน การค้าขายสินค้าทุกประเภท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
2. ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ภายในระหว่างระยะเวลา 21.00 – 05.00 น. ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่
3. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทางยุทธการ การรักษาความสงบเรียบร้อยและด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยการใช้อำนาจในการตรวจค้น ตามมาตรา 9 และ การห้าม ตามมาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และใช้อำนาจอื่น ๆ ตาม มาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ตามความเหมาะสมแห่งสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
4.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
5. ขอให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดำเนินการด้านยุทธการ
6. การมีผลบังคับใช้ประกาศนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่ง
เปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่น
มาตรการดังกล่าวนี้ มีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ความรุนแรงหลายจุดที่เกิดขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เน้นย้ำการใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เพื่อเร่งสร้างความสงบเรียบร้อย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลอนุทิน กับการยุติไฟใต้ แก้ปัญหา 22 ปี บาดแผล-ความสูญเสีย
ภารกิจนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยกคณะชุดใหญ่ทั้งฝ่ายพลเรือน-ทหาร-ตำรวจ ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา
คุมเข้มนายกฯลง3จว.ใต้ เตือนดับไฟก่อนลามทุ่ง!
ตรึงกำลัง-คุ้มกันเข้ม “นายกฯ อนุทิน” ลงพื้นที่ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส
Big Cleaning Day ชายแดนจันทบุรี สกัดทำผิดกม.ครบวงจร
ทร. เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “Big Cleaning Day” ปูพรมพื้นที่ชายแดนจันทบุรี สกัดวงจรผิดกฎหมายครบวงจร ย้ำชัดไม่ปล่อยให้ใช้ไทยเป็นฐาน
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ MOU43 สิ้นมนต์ขลัง 'สว.'ยกเลิกแล้วเหลือมติ ครม. หวัง 'นายกฯ' จะไม่เปลี่ยนไปจากหาเสียง
นันทิวัฒน์ ระบุเอ็มโอยู 43 สิ้นมนต์ขลังแล้ว สว.มีมติยกเลิกแล้วเหลือมติครม. แต่คนบางฝ่ายยังกอดเอ็มโอยูไว้แน่น ไม่อยากเลิก ยังเห็นมุมดีมีประโยชน์ ยังอาศัยเป็นกรอบในการเจรจากันได้
โคม่า! รพ.อุ้มผางเซ่นพิษ 2 วิกฤติหนัก
รพ.อุ้มผาง วิกฤตหนัก เงินหมุนเวียนเหลือ 3 ล้าน สวนทางหนี้ท่วม 50 ล้าน ด้าน “หมอวี” จี้ปมเบิกจ่าย สปสช.ล่าช้าทำพิษ ทำ รพ.ชายแดนแบกภาระหนักรักษาเพื่อนมนุษย์ต่อไม่ไหว
แม่ค้าชายแดนทรุด! ศึกเขมรเพิ่งซา พิษน้ำมันซ้ำ วอนรบ.ช่วยด่วน
แม่ค้าที่เปิดร้านขายไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้กรอกย่าง ข้าวเหนียว และอาหารตามสั่งริมถนน ในหมู่บ้านตามชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เริ่มได้รับผลกระทบ

