สมช.ประท้วงบีอาร์เอ็น ไร้ความชอบธรรมเป็นตัวแทนปชช.

สมช. ซัดกลุ่มก่อเหตุโจมตีสถานบริการน้ำมัน ไม่มีความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนประชาชน เผย ประท้วงบีอาร์เอ็นผ่านมาเลย์แล้ว ไม่ยอมรับความรุนแรง

11 ม.ค.2569 – สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ว่า ตามที่ได้ปรากฏเหตุการณ์ก่อเหตุโจมตี สถานีบริการน้ำมัน จำนวน 11 แห่งในพื้นที่จังหวัดขายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 นั้น สมช. เห็นว่า การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่ได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสวัสดิภาพและการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนในพื้นที่ฯ อีกทั้งยังเป็นการทำลายบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ต่างพึงปรารถนา

สมช. จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ก่อเหตุหยุดการกระทำดังกล่าวในทันที เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความชอบธรรมหรือเรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้ ในทางตรงกันข้าม การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อ

ชีวิตประชาชนในพื้นที่ เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่มีความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ ได้ 

ทั้งนี้ สมช. ในฐานะหน่วยงานระดับนโยบาย ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับประเด็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในห้วงต่อไป สมช.จะทำหน้าที่กำกับและติดตามการดำเนินนโยบายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ สมช. ยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในแนวทางสันติวิธีผ่านกระบวนการพูดคุยสันติสุข โดยในช่วงเช้าของวันที่ 11 มกราคม 2569 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ สมช.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ ได้สื่อสารไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็นในฐานะคู่พูดคุยฯ โดยผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเชียถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงที่บั่นทอนการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการในกระบวนการสันติภาพ และความสำเร็จของการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง.


เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี

วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว

เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ

'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า

"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”

'อนุทิน' ให้อำนาจ 'วันนอร์' สั่งการแก้ชายแดนใต้ในนามนายกฯได้เลย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จากนั้นเวลา 15.50น. นายอนุทิน ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อส่งนายวันมูหะมัดนอร์ ขึ้นรถเดินทางกลับ จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้นายวันมูหะมัดนอร์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ และมีห้องทำงานในทำเนียบฯ จึงนัดเข้ามาหารื