ถกสมช.คุมเข้ม เลื่อนคุยสันติสุข เพื่อประเมินใหม่

ถก "สมช.” เข้มข้นมาตรการปลอดภัย-มั่นคงชายแดนใต้ “สีหศักดิ์” ชี้เลื่อนพูดคุยสันติสุขใต้เพื่อประเมินสถานการณ์ใหม่ เผยมาเลเซียร่วมมือดี “กอ.รมน.ภาค 4 สน." ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน ยันทหาร-ตำรวจทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่มีการคุมตัวตำรวจสอบ 

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 29 ก.ค. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม  บินไปประเทศมาเลเซียเพื่อหารือกับ รมว.กลาโหมมาเลเซียว่า เราก็ต้องเร่งในการแสวงหาสันติภาพ  สันติสุข และความสงบในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งมาเลเซียกับไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีมาก ฉะนั้นถ้าเรามีเรื่องอะไร ก็มีวงเจรจาที่สามารถนัดพูดคุยกันได้ทันที เพื่อหลีกเลี่ยงให้ความขัดแย้งมันขยายผล

ส่วนกรณีที่จะมีการเลื่อนการพูดคุยสร้างสันติสุขชายแดนใต้นั้น ขอให้ถามนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ    เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้ผู้ที่รับผิดชอบได้ตอบดีกว่า

ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปก่อนว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ร้ายแรง จึงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง การที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เดินทางไปที่ประเทศมาเลเซีย เขาให้ความร่วมมือดี เรามีการประสานขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยมาเลเซียพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนเรื่องการพูดคุยสันติสุขก็จะชะลอไปก่อน ตามที่นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ  ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ได้กล่าวไปแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มไหนอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวมีกลุ่มผู้เห็นต่างจากตะวันออกกลางแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่บ้างหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบก่อน ซึ่งการปฏิบัติการเป็นเรื่องของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง ไม่ได้เกี่ยวข้องถึงต่างชาติ เป็นเรื่องภายในของเราเอง 

ทั้งนี้ จะมีการพูดคุยในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ถึงสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ทั้งมาตรการความปลอดภัยและความมั่นคงที่ต้องเข้มข้นขึ้น

ขณะที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างถึงการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสู่กระบวนการสอบสวนว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และปัจจุบันไม่มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด

การเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จโดยปราศจากข้อเท็จจริงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม สร้างความสับสน และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หน่วยงาน หรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ หน่วยงานฝ่ายทหารและฝ่ายตำรวจได้ประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันอย่างใกล้ชิดตามขั้นตอนปกติ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง สนับสนุนการสืบสวนสอบสวน และเร่งคลี่คลายคดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอดเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานต่างแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยความเป็นมืออาชีพ บนพื้นฐานของความไว้วางใจ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการบูรณาการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระราชทานหนังสือที่ระลึก‘องค์ภา’

"ในหลวง" ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตสำหรับฤดูฝน และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน พระราชทาน “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” พร้อมพระราชทานหนังสือที่ระลึก 50 วัน แก่ผู้เข้าร่วมพิธี

ปฏิรูปใหญ่ท้องถิ่นรื้อเงินเดือน

รัฐบาลลุยรีดไขมันส่วนเกินท้องถิ่น  เฉือนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ทำงานซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ “ปกรณ์” ลุยปรับโครงสร้างเงินเดือนบิ๊กท้องถิ่น