'ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์พรรคส้ม' แฉเอง! ยังมีอีก 2 หมายจับ รอรับแรงกระแทก

15 มกราคม 2569 - พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 พรรคประชาชน สามี น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "อีก 2 หมายรอรับแรงกระแทก ถ้ารู้ว่าทำผิด ทำให้พรรคเสียหาย แสดงความรับผิดชอบก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอให้ออกหมายจับ"

ต่อมา พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ได้ลบโพสต์ดังกล่าวแล้ว

จากนั้น พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกว่า สำหรับกรณีการออกหมายจับผู้สมัครที่เป็นข่าว

ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนและเชียร์พรรค ซึ่งอาจรู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับตามตรงว่าตัวผมเองก็รู้สึกผิดหวังกับเรื่องราวเหล่านี้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจ ผมขอยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรถูกมองว่าเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการบังคับใช้กฎหมาย นั่นคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร หากมีการกระทำความผิด ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลหรืออำนาจใดๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่ผมยืนยันมาโดยตลอดว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องเท่าเทียม เป็นธรรม และอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐ

ในประเด็นเรื่อง “หมายจับ” ขออธิบายให้สังคมเข้าใจว่า ในปัจจุบันการดำเนินการมีอยู่ 2 กรณีหลัก คือ

1. คดีที่มีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกก่อน โดยปกติจะเรียกอย่างน้อย 2 ครั้ง

2. คดีที่มีอัตราโทษเกิน 3 ปี สามารถขอหมายจับจากศาลได้ทันที เนื่องจากถือเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง

ที่ผ่านมา หมายจับที่มีลักษณะการเข้าจับกุมอย่างอึกทึกครึกโครม ส่วนใหญ่มักเป็นคดีในกรณีที่สอง

สิ่งที่ผมมีความกังวล คือ ในหลายกรณีที่มีการออกหมายจับและเข้าจับกุมต่อหน้าสาธารณชน กลับพบภายหลังว่า อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งหมายความว่าบุคคลเหล่านั้นไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมาย แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงและชีวิตได้เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ในภายหลัง ก็มักพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง ส่งผลให้ไม่อาจเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง นี่จึงเป็นปัญหาและช่องว่างสำคัญในกระบวนการยุติธรรม (ส่วนใหญ่จึงไม่ฟ้องกลับ)

ผมจึงเห็นว่า ในอนาคต การออกหมายจับควรมีความรอบคอบและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการออกหมายจับควรเป็นข้อยืนยันได้ว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอจนเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดจริง และควรลดโอกาสการสั่งไม่ฟ้องจากอัยการ หรือการยกฟ้องจากศาลให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

สำหรับกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่พบประวัติหรือหมายจับของผู้ต้องหามาก่อนจนกระทั่งถูกจับและกลายเป็นข่าวนั้น สาเหตุเนื่องมาจากคดีที่มีอัตราโทษสูง (เกิน 3 ปี) สามารถยื่นขอหมายจับจากศาลได้โดยตรงโดยไม่ต้องออกหมายเรียก และเมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว หากยังไม่มีการบันทึกเข้าสู่ระบบสารสนเทศออนไลน์ ก็จะไม่ปรากฏข้อมูลในระบบ

ดังนั้น หากมีการขอหมายจับในช่วงเวลากลางคืน และดำเนินการเข้าจับกุมในเช้าวันถัดมา ก็อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ยังไม่ปรากฏข้อมูลหมายจับในสารบบกลางแต่อย่างใด

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมถึงตัวผมเองด้วยครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำพิพากษา 'ศาลฎีกา' จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืน

เปิดคำพิพากษา "ศาลฎีกา" พิพากษากลับ จำคุก 4 ปี "บอย ธีระวัฒน์" ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืนสาว จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน สั่งให้ชดใช้ค่าสินไหม 2 แสนบาท

เดาไม่ยาก! อ.ไชยันต์ ชี้เบาะแสที่มาชื่อบริษัท 'Spectre C' มาจากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า Spectre C. ??!! ช่วงนี้ คำว่า spectre กำลังเป็นข่าวดัง เพราะโยงกับชื่อบริษัท Spectre C ที่ดูจะโยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรค

ทนายแฉซ้ำ! พรรคส้มรู้แก่ใจผู้สมัครต้องคดีข่มขืน แต่ยังให้ลงเลือกตั้ง ไม่ฟังเสียงทักท้วง

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความ และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม

ศาลฎีกา พิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดีข่มขืน

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) เปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเราที่มี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

จบเห่! พรรคส้ม ปรับหน้าเว็บไม่ต้องกรอก เลเซอร์ไอดี จนกว่าจะได้รับอนุญาต

เพจเฟซบุ๊ก Fact Check-พรรคประชาชน แจ้งว่า ได้มีการปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

ร้อนฉ่า! เปิดคำให้การ 'ประเสริฐ' ต่อดีเอสไอ คดี 'สแกนม่านตา' ระบุ 'ธรรมนัส' เป็นคนแนะนำกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ให้ทำ MOU

จากกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้โคร