
กองทัพ แจงปมชายแดนไทน-กัมพูชา ยันทุ่นระเบิดเป็นภารกิจมนุษยธรรม ปัดรุกรานกัมพูชา วอนทุกฝ่ายใช้ถ้อยคำสร้างสรรค์ลดตึงเครียด
18 ม.ค.2569 – ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ชี้แจงถึงกรณีพบทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนไทยจะชี้แจงอย่างไรประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดน การตรวจพบทุ่นระเบิดเป็นผลจากการปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไทยยืนยันว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือน และลดความเสี่ยงในพื้นที่ ไม่ใช่การกระทำเชิงรุกหรือยั่วยุทางทหาร และพร้อมให้มีการตรวจสอบร่วมในกรอบกลไกที่เหมาะสม
ส่วนความกังวลว่าทหารไทยเสี่ยงอันตรายจากทุ่นระเบิดจำนวนมาก ไทยมีมาตรการอย่างไร นั้นกองทัพไทยได้เพิ่มมาตรการป้องกันความเสี่ยง ทั้งด้านยุทธวิธี อุปกรณ์ และการฝึกเฉพาะทาง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด ขอย้ำว่า ภารกิจหลักคือการป้องกันอธิปไตยควบคู่กับ การคุ้มครองชีวิต โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบสูงสุด
กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับโดรนพลีชีพของกัมพูชา ซึ่งไทยรับทราบข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ตามหลักการ ไทยขอหลีกเลี่ยงการขยายความจากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ และขอให้สื่อและสาธารณชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือบานปลายโดยไม่จำเป็น
กรณีชาวบ้านและผู้พำนักอาศัยบริเวณตลาดชายแดนร้องเรียนเรื่องการตรวจของเจ้าหน้าที่นั้น การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายและมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว ไทยรับฟังข้อกังวลของประชาชน และพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความมั่นคงและความปลอดภัยโดยรวมเป็นสำคัญ
ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทย “รุกราน” และยึดที่ดินชาวกัมพูชา เรื่องนี้ประเทศไทย ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ไทยยึดหลักการปกป้องอธิปไตยของตนเอง มาโดยตลอด โดยไม่รุกล้ำดินแดนของประเทศอื่น ส่วนการคงกำลังตามแนววางกำลังเป็นไปเพื่อรักษา ความปลอดภัยในพื้นที่ และลดระดับความตึงเครียดตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ข้อกล่าวหาใดๆ ควรได้รับการพิสูจน์ผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ไม่ใช่ผ่านการกล่าวหาในสื่อหรือโซเชียลมีเดียฝ่ายเดียว
ส่วนที่กัมพูชาอ้างว่าการกระทำของไทยขัดกับข้อตกลงให้พลเรือนกลับพื้นที่ (ข้อ 4) จริงหรือไม่ ไทยเราเคารพถ้อยแถลงร่วมและหลักมนุษยธรรม อย่างเคร่งครัด การดำเนินการใดๆ ในพื้นที่มีเป้าหมาย เพื่อความปลอดภัยของพลเรือนเป็นหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงจากอาวุธหรือทุ่นระเบิด ไทยพร้อมหารือในกรอบกลไกร่วมเพื่อให้การกลับเข้าพื้นที่ของพลเรือนเป็นไปอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรีและยั่งยืน
ส่วนกรณีที่สื่อกัมพูชา ขอให้ใช้คำว่า “ประเทศไทยรุกรานกัมพูชา“ ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ ไม่ยั่วยุ และไม่ตัดสิน การใช้ถ้อยคำรุนแรง หรือกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและบั่นทอนความพยายาม ในการลดความตึงเครียด ไทยสนับสนุนการใช้ภาษาที่สะท้อนข้อเท็จจริงและการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา
ส่วนกรณีการสร้างภาพยนตร์ Ghost Mountain: Second Killing Field ที่กล่าวหาไทยรุนแรง ไทยรับทราบข้อมูลดังกล่าว และขอเน้นย้ำว่า งานสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ไม่ควรถูกใช้ เป็นเครื่องมือบิดเบือนทางประวัติศาสตร์หรือปลุกเร้าอารมณ์ความเกลียดชัง ไทยเชื่อว่าการนำเสนอเรื่องราว ความขัดแย้งควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
กรณีที่ทางกัมพูชาให้สัตยาบันอนุสัญญา UNCLOS มีนัยต่อสถานการณ์ชายแดนหรือไม่ ในการให้สัตยาบัน United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) เป็นสิทธิของ รัฐภาคีและเกี่ยวข้องกับกรอบกฎหมายทางทะเล ไทยมองว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องและไม่ควรถูกนำมาเชื่อมโยงหรือใช้เป็นเหตุผลขยายความขัดแย้งทางบก และขอให้แต่ละประเด็นได้รับการพิจารณา ในกรอบที่เหมาะสม
สำหรับสารหลักที่ไทยต้องการสื่อสารต่อประชาคมโลกคือไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยตามกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้กำลังอย่างจำกัด และรับผิดชอบ การคุ้มครองพลเรือนและหลักมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและกลไก ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน
ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันลดความตึงเครียด และมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สหประชาชาติเผย อย่างน้อย 58 ประเทศและดินแดนปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิด
รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารโดยข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า อย่างน้อย 58 ประเทศและดินแดนปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิด
ศาลสหรัฐฯ เบรก ไม่ให้ปลดบุคคลข้ามเพศออกจากกองทัพ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความพ่ายแพ้บางส่วนในความพยายามที่จะกีดกันบุคคลข้ามเพศออกจากกองทัพ ศาลอุทธรณ์ในวอชิงตันตัดสินว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถปลดโจทก์ที่ยื่นฟ้องร้องทางกฎหมายออกจากหน่วยงานทหารได้
กองทัพ แจงเหตุช่องสะงำ เป็นการบริหารจัดการสนามรบอย่างเป็นระบบ
แหล่งข่าวจากกองทัพ ระบุถึงข้อสงสัยจากประชาชนบางส่วนเกี่ยวกับการปฏิบัติการในพื้นที่ช่องสะงำ ว่าทำไมจึงดูเหมือนเป็นพื้นที่ที่ถู
กอ.รมน. ยันยันไม่มีนโยบายทำ 'ไอโอ' มุ่งโจมตีสร้างความเกลียดชัง
พลตรี ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ขอเรียนชี้แจงว่า กอ.รมน. ไม่เคยมีนโยบายหรือการดำเนินการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ในลักษณะตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยการดำเนินงานด้านการสื่อสารของ กอ.รมน. เป็นการปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน ภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
'บิ๊กดุลย์ 'หารือ รมว.กลาโหมสหรัฐ กระชับความมั่นคง ย้ำความสำคัญคอบร้าโกลด์
“บิ๊กดุลย์” พบหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระหว่างร่วมประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ เดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงไทย-สหรัฐฯ เห็นพ้องปรับปรุงกรอบความร่วมมือและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พ
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

