ไม่พลาด! พี่ศรี บุก กกต.ร้องสอบ 'เพื่อไทย' นโยบายสุ่มแจกเงิน 9 ล้าน เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่

26 ม.ค.2569-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้สอบสวนและไต่สวนพรรคเพื่อไทย กรณีการหาเสียงโดยนำนโยบายแจกเงินสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน เข้าข่ายเป็นการหาเสียง “สัญญาว่าจะให้” และหรือเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง อันเข้าข่ายข้อห้ามตามมาตรา 73 (1) และหรือ (5) แห่ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ประกอบ พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 หรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ที่พารากอนเมื่อ 23 ม.ค.69 ที่ผ่านมา โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยได้กล่าวปราศรัยหาเสียงโดยประกาศนโยบายแจกเงินสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม โดย 4 คนแรกมาจาก 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเกษตรกร 2.กลุ่มคนที่เสียสละเพื่อสาธารณะประโยชน์ 3.กลุ่มผู้สูงอายุ 4. ประชาชนผู้ยื่นภาษี ส่วนกลุ่มที่ 5 คือ กลุ่มประชาชนที่จับจ่ายซื้อขายโดยมีใบเสร็จผ่านระบบภาษี ซึ่งคาดว่าจะใช้จ่ายเงินงบประมาณเฉลี่ยปีละ 3,240 ล้านบาท ถ้าอยู่ครบวาระ 4 ปี จะเป็นเงิน 12,960 ล้านบาท โดยมีประชาชนถูกสุ่มแจกได้ประโยชน์เพียง 12,960 คน จากประชากรทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน

นโยบายแจกเงินดังกล่าว แม้พรรคเพื่อไทยจะพยายามอธิบายว่าไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่คือการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) ของประเทศในระยะยาวก็ตาม แต่ทว่าข้อมูลพื้นฐานของบุคคล 4 กลุ่มแรกนั้น หน่วยงานของรัฐต่างๆที่เกี่ยวข้องมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ทั้งการลงทะเบียนกลุ่มเกษตรกร กลุ่ม อสม. ชรบ. ทหารผ่านศึก ฯลฯ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้เสียภาษีให้รัฐทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา และการอ้างว่านโยบายนี้ช่วยเพิ่มรายได้รัฐได้เพียง 1–2 แสนล้านบาท (คิดเป็น 12.5–25%) จะเป็นทรัพยากรเพิ่มเติมที่สามารถนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการ และบริการสาธารณะได้อย่างมหาศาลนั้น เป็นเรื่องเพ้อฝันเหมือนนโยบายแจกเงินหมิ่นที่คุยว่าจะทำให้เศรษฐกิจหมุน 5 รอบ 6 รอบหรือไม่ เพราะทุกวันนี้เงินที่ประชาชนจะนำมาจับจ่ายใช้สอยก็แทบจะไม่มี มีแต่หนี้กันทั้งประเทศทั้งนั้น

การชูนโยบายหาเสียงดังกล่าวของพรรคเพื่อไทย จึงอาจเข้าข่ายเป็นการหาเสียงโดยมอมเมาประชาชนให้เฟ้อฝันคอยมาลุ้นถูกรางวัลเงินล้านในทุกวัน อันอาจถือได้ว่าเข้าข่าย “สัญญาว่าจะให้” และหรือเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ซึ่งเป็นห้ามตามมาตรา 73 (1) และหรือ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ประกอบกับอาจเข้าข่ายเป็นการพนัน ตาม พรบ.การพนัน 2478 ซึ่งเป็นข้อห้ามอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และมีผลกระทบของสังคมส่วนรวม

ดังนั้นตนจึงนำความมาร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนและไต่สวนนโยบายดังกล่าว หากพบว่าเป็นข้อห้ามให้ดำเนินการเอาผิดผู้ที่นำนโยบายดังกล่าวไปหาเสียงต่อไป และให้เอาผิดพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนตามมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92(3) ของ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ต่อไปด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละคดีฮั้วภาคพิเศษ เปิดหลักฐานส่งตรง กกต.

'ฝ่ายค้าน' เตรียมจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต. 4 ส.ค.นี้ รับ ต้องทำงานแข่งเวลา แย้ม หากยกคำร้องทั้งหมด-ตัดตอนบางรายส่งศาล ต้องดูเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

'ปชน.' ส่งหนังสือเชิญ 'แก้วตา' ให้ข้อมูล ปมร้องคุกคามทางเพศ ลั่นไม่ปกป้องผู้กระทำผิด

พรรคประชาชน ดำเนินการส่งหนังสือเชิญคุณธิษะณา ชุณหะวัณ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ให้ข้อมูลต่อพรรคเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป

‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'กรวีร์' ชี้ฝ่ายค้านใช้ข้อมูลเก่าปั่นคดีฮั้ว สว. หวังกดดัน กกต. เร่งชี้ขาด

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านพยายามหยิบขึ้นมาพูดในช่วงนี้ มองว่าจะไปถึงขั้นการยุบพรรคหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก