
‘เชษฐา’ ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ ปราศรัยสวนลุมฯ สำเร็จเกินคาด ‘อนุทิน’ ตอกย้ำภาพจำอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย มีความเด็ดขาด พร้อมเป็นผู้นำในยามวิกฤต
2 ก.พ. 2569 – ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า เวทีดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงบรรยากาศและนัยทางการเมือง โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สะท้อนการตอบรับจากฐานเสียงเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า หากพิจารณาเฉพาะคำปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เวทีสวนลุมพินีมิใช่เพียงเวทีหาเสียงทั่วไป หากแต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความพยายามจัดระเบียบใหม่ของขั้วอนุรักษ์นิยมไทย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เวทีนี้ไม่ได้มุ่งอธิบายนโยบายเชิงเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างจงใจ เพื่อวางตำแหน่งพรรคในระยะยาว
“การเลือกสวนลุมพินีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของชนชั้นกลางกรุงเทพฯ ข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเป็นระเบียบของสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มที่แม้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ แต่มีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองมาโดยตลอด การขึ้นเวทีในพื้นที่ดังกล่าวจึงเท่ากับการประกาศชัดว่าพรรคตระหนักดีว่ากำลังสื่อสารกับใคร และต้องการเป็นตัวแทนของใคร” ผศ.ดร.เชษฐา ระบุ
ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์ว่า ตลอดการปราศรัย ลีลาของนายอนุทินมีความชัดเจนใน 3 มิติ ได้แก่ ความเด็ดขาด ความตรงไปตรงมา และภาพลักษณ์ความเข้มแข็งของผู้นำในภาวะวิกฤต ซึ่งสอดคล้องกับการเมืองแบบสร้างอารมณ์ร่วมและกำหนดฐานเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการรับ “คำสั่งประชาชน” 4 ประเด็นหลัก คือ ความมั่นคงแห่งชาติ การปกป้องสถาบันกษัตริย์ การนำศักดิ์ศรีไทยกลับสู่เวทีโลก และการสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพผ่านนโยบายคนละครึ่งพลัสต่อเนื่อง
มองว่า สารดังกล่าวเป็นหัวใจของ “อนุรักษ์นิยมร่วมสมัย” ที่พยายามผสานความมั่นคงทางอุดมการณ์เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนจับต้องได้ พร้อมทั้งตอกย้ำความไม่ไว้วางใจต่อพรรคคู่แข่งในอีกสองขั้ว และกำหนดกรอบความชอบธรรมทางศีลธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างชัดเจน
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการส่งสารตรงถึงชาวอนุรักษ์นิยมไม่ให้เสียงแตก และรวมพลังลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสเอาชนะอีกขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความผูกพันทางอารมณ์กับอดีตผู้นำอย่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังคงเป็นฐานเสียงสำคัญในตลาดเลือกตั้ง
ในเชิงโครงสร้าง เขาประเมินว่า เวทีสวนลุมพินีทำหน้าที่ปูทางพร้อมกัน 3 ระดับ ได้แก่ การสร้างอัตลักษณ์พรรคในฐานะแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม การดูดซับฐานเสียงที่ลังเลในขั้วเดียวกัน และการเตรียมความชอบธรรมเพื่อก้าวสู่การเป็นแกนนำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
“คำปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลุกใจ แต่เป็นการตอกเสาเข็มทางอุดมการณ์ ฐานเสียง และความชอบธรรมในการนำประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าภูมิใจไทยจะชนะหรือไม่ แต่คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสามารถรวมศูนย์พลังได้จริงเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาการเมืองไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวสรุป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' มั่นใจ ภท. ชนะที่หนึ่ง กวาด 200 เขต บวก 10-15 ปาร์ตี้ลิสต์
'อนุทิน' มั่นใจ ภท. คว้าชัยที่ 1 ตั้งเป้ากวาด สส.เขต 200 ที่นั่ง บวกปาร์ตี้ลิสต์อีก 10-15 เก้าอี้ กั๊กยังไม่รู้ จับมือ 'กธ.' หรือ 'ปชป.' ขอดูตัวเลขก่อน ไม่เอาเทา-ดำ เผย 8 ก.พ.บินเข้าคูหาบุรีรัมย์ ค่ำกลับ กทม. ลุ้นผล
'ภท.' จ่อฟ้อง 'ษัษฐรัมย์' พร้อมปรามอย่าปลุกม็อบ
'ศุภชัย' จ่อดำเนินคดี 'ษัษฐรัมย์' กล่าวหาคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม พร้อมปรามอย่าปลุกม็อบ ยันยินดีรับฟังหาไม่เจตนาทำลายชื่อเสียงพรรค
'ช่อ' นำคาราวานส้มหาเสียงอ่างทอง ไม่เชื่อบ้านใหญ่ผูกขาดปชช.
'ช่อ พรรณิการ์' นำคาราวานมนต์รักลูกทุ่ง หาเสียงอ่างทอง ขอคะแนนโค้งสุดท้าย ไม่เชื่อบ้านใหญ่จะผูกขาดประชาชน ลุยขอคะแนนกวาด 250 เสียง
'ดร.สุวิทย์' ยกสิ่งสำคัญที่ควรทำ 'หากผมเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง'
การเลือกตั้งครั้งนี้ อย่ามองหาเพียงคนที่สัญญาว่าจะให้อะไร แต่จงมองหาคนที่คิดเป็นระบบ กล้ารื้อโครงสร้าง และพร้อมออกแบบอนาคตจริงๆ เพราะเราจะไม่พึงพอใจกับสิ่งที่หวัง
'มาร์ค' ปลื้มหาดใหญ่แห่ต้อนรับ คุยภาคเอกชนฟื้นเศรษฐกิจ
กิมหยงแตก! 'อภิสิทธิ์' ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ช่วย 'จูรี' ปลื้มชาวบ้านแห่ต้อนรับ FC นำรูปสมัยเลือกตั้งปี 44 มาขอลายเซ็น พร้อมจิบชายามเช้า คุยภาคธุรกิจ ฟื้นฟูหาดใหญ่ หลังวิกฤตน้ำท่วม

