
3 ก.พ.2569- อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งโพธิธรรมญาณสถาน โพสต์ข้อความว่า”เจ็บแล้วต้องจำ” ..การเป็นคนไทยลืมง่าย กลายเป็นการทำร้ายชาติบ้านเมือง เราเพิ่งประจักษ์ว่าคนระดับนายกกลายเป็นไส้ศึกเขมร แต่วันนี้พรรคเพื่ออังเคิลลอยนวลหาได้มีความละอายใดๆ คนไทยมากมายก็ยังลอยหน้าจะเลือกพรรคเพื่อเขมรกันต่อไป
เรามีพรรคที่พยายามล้มล้างสถาบัน ด้อยค่าให้คนจงเกลียดจงชัง ก็ยังมีคนแก่และคนหนุ่มสาวอีกมากพร้อมที่จะสนับสนุนกันต่อไป
คนอกตัญญูพวกนี้ไม่ควรได้ชื่อว่า “คนไทย” และไม่ควรมีสิทธิ์เลือกตั้ง เพราะการมีชีวิตอยู่กลายเป็นพิษภัยต่อชาติบ้านเมือง
เพราะถูกบ่มความชิงชังด้วยคำว่า “ภาษีกู” อันน่ารังเกียจ จึงทำให้แนวคิดของพวกชิงชังสถาบันบิดเบี้ยว
พวกที่ร้องเรียกภาษีกูควรตระหนักว่า หากวันนั้นในหลวง ร.5 ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าเสียหาย ที่ถูกบีบอย่างไร้ยางอายจากฝรั่งเศสได้ สยามก็สิ้นเอกราชไปแล้ว แล้วไม่รู้ว่าสภาพบ้านเมือง ที่ดิน สินทรัพย์ หลังจากนั้น จะถูกแบ่งอย่างไร จะเป็นของหลวงหรือแบ่งออกมาให้ประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน
บ้านเกิดเมืองนอนที่อยู่กันอยู่สุขสบาย เราจะมีสิทธิ์เช่นทุกวันนี้หรือไม่
โครงสร้างประเทศหลังจากนั้น จะมีสภาพเป็นเขมร ลาว หรือ พม่า
ช่างไม่คิดกันเลย
แทนที่จะมีสำนึกกตัญญูในพระคุณของเจ้าของแผ่นดิน กลับเอาแต่จะขับไล่ผู้สืบสกุลท่าน ไม่ให้มีทรัพย์สิน ไม่ให้มีที่ยืนอยู่บนแผ่นดินของปู่ย่าตายาย ที่ท่านรักษาเอาไว้ให้ มันต้องเป็นคนเนรคุณเข้าขั้นเท่านั้น จึงทำได้ลงคอ
ย้อนเหตุการณ์ ร.ศ. 112 หรือ พ.ศ. 2436 เป็นช่วงเวลาที่ราวกับเมฆหมอกทะมึนจะถล่มทับแผ่นดิน เพราะประเทศรอบข้าง ตกเป็นเมืองขึ้นหมดแล้ว เหลือแต่สยามที่เป็นหมุดหมายสุดท้าย ที่ฝรั่งเศสหมายข่มเหงหาทางยึดครองให้จงได้ ส่งกองเรือปิดปากอ่าวไทย ห้ามเรือสินค้าเข้า-ออกทำลายเศรษฐกิจเพื่อให้ยอมจำนน แล้วฝ่าแนวป้องกันที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า หันกระบอกปืนหน้าวัง เรียกร้องค่าปฏิกรรมสงคราม 3 ล้านฟรังก์ให้ส่งมอบภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะรบเต็มรูปแบบ
ยามนั้นใครเลยจะคะเนได้ ถึงความปริวิตกและมหาภาระที่ในหลวง ร.5 ทรงแบกไว้ พระองค์ทรงเจ็บปวดพระทัยจนอยากตาย
**ส่วนนี้ย่อจากเพจทหาร
“วิกฤติใหญ่หลวงของชาติครั้งนี้ สร้างบาดแผลและความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับชาวสยามทั่วทุกหย่อมหญ้า พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสถึงกับทรงสักคำว่า “ร.ศ.112 ตราด” ไว้บนพระอุระ และทรงประพันธ์เพลงท่อนหนึ่งไว้ ในเพลงทหารเรือชื่อเพลงดอกประดู่ว่า “พวกเราจงรู้ เจ็บแล้วต้องจำ”
เพื่อเป็นการเตือนใจถึงความเจ็บปวด จากการถูกต่างชาติย่ำยีอธิปไตยของชาติ
รัชกาลที่ 5 ทรงทุกข์โทมนัสใหญ่หลวงกว่าชาวสยามผู้ใดในแผ่นดิน ทรงรู้สึกท้อพระทัย ทรงเกรงว่าประชาราษฎร์จะเปรียบพระองค์กับกษัตริย์อยุธยา ที่ไม่สามารถรักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้
ทรงไม่เสวยพระกระยาหาร ไม่สรงน้ำ ไม่บรรทม จนกระทั่งทรงประชวร ก็ยังไม่ยอมรับการรักษา และรับยาพระโอสถใดๆ พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ระบายความบีบคั้นพระราชหฤทัย อย่างเหลือประมาณ จนถึงกับมีพระราชประสงค์จะไม่ดำรงพระชนม์ชีพ..”
133 ปีหลังจากนั้น ณ ปีพ.ศ. 2569 ไม่มีปลายกระบอกปืนจากต่างชาติ มีแต่แผนชั่วร้ายที่อาศัยคนไทยกันเองเป็นเครื่องมือ ในการแยกสถาบันออกจากประชาชนเพื่อทำลายศูนย์รวมจิตใจ มีเป้าหมายทำให้ชาติอ่อนแอ ให้แตกแยกแล้วเข้าครอบงำตามหลัก Divide and Conquer
คนโง่เรือนล้าน ก็ยังโง่แล้วคิดว่าตนฉลาดต่อไป
ปล่อยให้คนที่ถูกหมิ่นว่า “โง่” รวมใจกันปกป้องชาติ
จากพวกเลวทรามนี้กันต่อไป
“เจ็บแล้วต้องจำ”
8 กุมภา ชาติต้องเปลี่ยน
ความเลวทรามต้องสิ้นฤทธิ์
รักชาติ ต้องเลือกพรรคที่มีสิทธิชนะเท่านั้น
นี่คือวิธีปกป้องอธิปไตยด้วยอำนาจในมือเรา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.อัจฉราวดี' แฉ 'แลนด์บริดจ์' แค่ฉากหน้า นิคมอุตฯ คือแผนจริง ถอยก่อนปชช.ลุกฮือทั้งแผ่นดิน
.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง แลนด์บริดจ์แค่ฉากหน้า นิคมอุตสาหกรรมคือแผนจริง มีเนื้อหาดังนี้
'อ.อัจฉราวดี' ค้านสุดตัว! แลนด์บริดจ์ให้เกิดไม่ได้ เตือน 'อนุทิน' ดับไม่ตื่น ฟื้นไม่ได้
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า แลนด์บริดจ์ให้เกิดไม่ได้ค่ะ หายนะมากมายไว้ชำแหละในโพสต์ต่อไ
'อ.อัจฉราวดี' ฟันธง! ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ที่จะชนะพรรคส้มได้ต้องมาจากการส่งของ 'หมอวรงค์'
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความถึงการเลือกผู้ว่ากทม.ว่าเพราะผลการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคประชาชนกวาดที่
กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว
กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล
'อ.อัจฉราวดี' ปลง! สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกหลังจากการเจรจาล้มเหลว ไม่เฉพ
รับมือวิกฤตพลังงาน! 'อ.อัจฉราวดี' แนะรัฐบาลงัดทุกมาตรการแข่งกับเวลา นำโมเดลความอยู่รอดช่วงโควิดออกมาใช้
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สงครามน้ำลายกำลังปั่นป่วนเศรษฐกิจโลก ปธน.ทรัมป์ยังคงขู่ต่

