
12 พ.ค.2569-อ. อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า แถลงชัดแบบนี้รัฐบาลภูมิใจไทยไปต่อเลยค่ะแต่ต่อนี้ไปรัฐบาลต้องให้ข้อมูลให้ชัดเจน เพราะจู่ๆจะมาเร่งเมกะโปรเจคโดยไม่มีข้อมูลด้านกฎหมายออกมาให้สาธารณชนรับรู้ ไม่ได้
รมต.พิพัฒน์เองก็ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษา ’69 ว่า จะเอาเข้าครม. เดือนมิ.ย. – ก.ค.นี้ จะเริ่มโครงการภายในปีนี้ ตั้งเป้างบประมาณ 1 ล้านล้านบาท รมต.พูดเองหมด แล้วใครจะไม่ตกตะลึงว่ามันมีนัยยะอะไร
แลนด์บริดจ์ที่แถลงว่าไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. SEC แต่ในเวบแลนด์บริดจ์ไทย landbridgethai ของสนข. เขียนไว้ว่า “โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้..”
ตรงนี้คือจุดที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ. SEC แล้วจะไม่ให้ประชาชนสับสนในข้อมูลที่สืบค้นได้ยังไง รมต.พิพัฒน์ยังให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “เดิมทีโครงการแลนด์บริดจ์คุยกันแค่ 2 จังหวัด (ระนอง-ชุมพร) ตอนนี้รัฐบาลกำลังทำให้แลนด์บริดจ์และ SEC เป็น “ชิ้นเดียวกัน” ตัวร่าง พ.ร.บ. เรียบร้อยแล้ว..”
การที่จะลงทุนมหึมาระดับ 1 ล้านล้านบาท โดยมาบอกว่าจะต้องทำๆ สังคมย่อมคิดไปไกลได้ พอมีเสียงท้วงจึงค่อยถอยไปศึกษา 90 วัน หากไม่มีใครท้วงล่ะค่ะ จะเป็นยังไง
**การสื่อสารสำคัญมาก ต้องให้ความสำคัญและสื่อสารเชิงบวก อย่าเหมาว่าข้อมูลที่ออกมาคือ Fake News
เพราะ Fake news คือการปั้นข่าวขึ้นมา แต่ข้อมูลที่ออกมาเกิดจากการที่รัฐเอง ไม่สื่อสารให้ชัดเจนจึงค้นหาจากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้ ดังนั้นต้องตีแผ่ข้อมูลให้ชัดเจน เพราะยิ่งคลุมเครือ จะยิ่งถูกตรวจสอบ
ส่วนตัวอาจารย์ หากยืนยันว่าไม่มีการให้ต่างชาติเช่าที่ 99 ปี ก็เบาใจขึ้นไปอีก แต่อย่ากลายเป็น 50+49 นะคะ
ส่วนเรื่องแลนด์บริดจ์ สนับสนุนเรื่องรถไฟทางคู่และทางหลวงที่พุ่งไปถึงจีน เรื่องท่าเรือและอื่นๆ ไม่ขอพูดถึงเพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ห่วงแต่เรื่องความคุ้มทุนและผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นขุมทรัพย์ของชาติ แต่หากคิดคำนวณแล้วว่าคุ้ม ไม่เสียหายมากอยู่ในระดับที่ชุมชนยอมรับได้ ก็ไม่คัดค้านเพราะอยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า
ตอนนี้อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาและสร้างผลงานด่วนๆ โดยเฉพาะเรื่องปราบนอมินี จีนเทา เกาะพงัน ปาย สุราษฏร์ ที่อันตรายเข้าไปทุกที
คนที่เขาเลือกมาเขาเอาใจช่วย อย่ามองคนที่หนุนเป็นฝั่งตรงข้ามเพียงเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล แต่คนที่เขาเลือกก็อึดอัด เพราะเวลามีเรื่องอะไรที่เสียหายหรือคลุมเครือ เขาก็ถูกต่อว่าและจะบอกว่า “ไม่น่าเลือกมาเลย” ทั้งๆที่เรื่องดีๆ ที่รัฐบาลทำไว้ก็มีเยอะ แต่พอเสียเรื่องเดียวพูดแบบนี้ ต้องอธิบายให้จนเหนื่อย
ดังนั้นรัฐบาลภูมิใจไทยต้องเข้าใจ อาจารย์ทำเพื่อชาติ และให้กำลังใจนายกอนุทินเสมอ
รอ 90 วันค่ะ….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' บอกอย่ากังวลรัฐบาลจะอยู่ใต้อิทธิพลของใคร พวกเราฟังประชาชนเท่านั้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค
'ยุทธพร' ชี้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' คือนวัตกรรมการคลัง พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60:40” ว่า ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการคลังที่มีความลุ่มลึกและทรงประสิทธิภาพมากที่สุดของไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลก และกำลังซื้อประชาชนที่อ่อนแรง
'กรณ์' ซัดรัฐบาลเล่นลิ้น ออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำลายยับ 'วินัยการคลัง-ความมั่นคงประเทศ'
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติ ว่า เป็นหนึ่งในคนที่เสนอญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องติดตาม เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก็ต้องคอยรอดูว่าจะวินิจฉัยใ
ผู้นำฝ่ายค้าน ฉะรัฐบาลฉวยวิกฤต กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงิน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยา วงเงิน 1.8หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ
ลำบากก็ต้องมา! ผู้สูงอายุเหมารถมาธนาคาร ยืนยันตัวตน 'บัตรคนจนรอบใหม่' บางคนดีใจจนน้ำตาไหล
บรรยากาศการยืนยันตัวตนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า บางรายรวมกลุ่มกันเช่ารถพ่วงข้างและรถกระบะ หารค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินทางมายังธนาคาร เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง
ตีปี๊บรายวัน รัฐบาลเผย 'ไทยช่วยไทยพลัส' ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้านบาท
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน

