
9 ก.พ.2569-รศ.ดร.โอฬาร ถื่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.บูรพา ให้ความเห็นผ่านฟซบุ๊ก ระบุว่าผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชนสามารถครองที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานครได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่กลับพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในต่างจังหวัดมวลชนผู้สนับสนุนพรรคประชาชนควรมีจุดตั้งต้นของการทบทวนเชิงโครงสร้างว่าเหตุใดฐานสนับสนุนจึงกระจุกตัวอยู่เพียงในพื้นที่เมืองใหญ่
ทว่าแทนที่มวลชนและผู้สนับสนุนบางส่วนจะใช้ผลการเลือกตั้งเป็นบทเรียนทางการเมือง กลับปรากฏท่าทีที่เลือกอธิบายความพ่ายแพ้ผ่านการดูหมิ่นประชาชนในต่างจังหวัด
ทัศนคติดังกล่าวสะท้อนกรอบความคิดแบบ “อภิสิทธิ์ทางปัญญาของคนเมือง” (urban intellectual superiority) ที่เชื่อโดยปริยายว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครคือกลุ่มคนที่มีเหตุผล มีการศึกษา และเข้าใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ในขณะที่ประชาชนในต่างจังหวัดถูกลดทอนให้เป็นเพียงมวลชนที่ “โง่ จน และถูกชักจูงได้ง่าย” ไม่สามารถตัดสินใจทางการเมืองด้วยตนเองอย่างมีวิจารณญาณ
วิธีคิดเช่นนี้ไม่แตกต่างจากวาทกรรมอำนาจนิยมที่ชนชั้นนำไทยใช้ดูแคลนประชาชนมาอย่างยาวนาน หากเพียงเปลี่ยนผู้พูดจากรัฐหรือชนชั้นนำดั้งเดิม มาเป็นมวลชนของพรรคการเมืองที่อ้างตนว่าเป็นตัวแทนประชาธิปไตยก้าวหน้า
การอธิบายความพ่ายแพ้ด้วยการโทษ “ความโง่เขลา” ของคนต่างจังหวัด ไม่เพียงสะท้อนความล้มเหลวในการทำความเข้าใจบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของพื้นที่นอกเมืองใหญ่ แต่ยังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำเชิงวัฒนธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นพลเมืองอย่างรุนแรง
ในทางกลับกัน ท่าทีดังกล่าวยิ่งเปิดโปงข้อจำกัดของการเมืองแบบศูนย์กลางเมือง ที่ไม่สามารถแปร “ความถูกต้องทางอุดมการณ์” ให้กลายเป็นความชอบธรรมในสายตาประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้
การไม่ยอมรับว่าประชาชนในต่างจังหวัดมีเหตุผล มีประสบการณ์ และมีตรรกะทางการเมืองของตนเอง เท่ากับปฏิเสธหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยเสียเอง กล่าวคือ การยอมรับความเสมอภาคของพลเมืองในการตัดสินใจทางการเมือง แม้ผลลัพธ์นั้นจะไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของตนก็ตาม
หากพรรคประชาชนและมวลชนผู้สนับสนุนยังคงยึดติดกับกรอบคิดที่มอง “กรุงเทพ คือ ศูนย์กลางของปัญญา” และมองประชาชนในต่างจังหวัดอย่างหยามหมิ่น ความพ่ายแพ้ทางการเมืองก็จะไม่ใช่อุบัติเหตุชั่วคราว หากแต่เป็นโครงสร้างความพ่ายแพ้ที่ผลิตซ้ำขึ้นจากทัศนคติแบบต่อต้านประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างไม่รู้ตัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.ธารินี' ยกโพสต์ 'วิมล' 8 ปีส้มออกจากกะลาหรือยัง
ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่าอ่านข้อเขียนของ วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ แล้วต้องบอกว่า ประโยคเ
'นักเขียนซีไรต์' ตอก 'ไหม' ที่ชนไม่ใช่กำแพง แต่เป็น 'กะลา'
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความว่า "ไม่ใช่กำแพง!" ผมไม่ได้ตั้งใจจะเกาะกระแสน้ำตาของคุณศิริกัญญาที่อาบ "กำแพง" หรอกครับ แม้จะชอบที่พวกส้มออกมาดิ้นด้วยการสวนกลับคุณอนุทินอย่างสุดกลั้น บางคนถึงกับออกอาการคลั่ง
'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว
“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
เคส 'แก้วตา' ถูกคุกคามทางเพศ คำขวัญ 'มีเรา ไม่มีเทา' เป็นเพียงคำขวัญที่ใช้ตรวจสอบฝ่ายอื่น
'อัษฎางค์' วิเคราะห์กรณี 'แก้วตา' ถูกคุกคามทางเพศ สะท้อนคำขวัญ 'มีเรา ไม่มีเทา' เป็นเพียงคำขวัญที่ใช้ตรวจสอบฝ่ายอื่น ไม่อาจใช้เป็นเกราะรับรองว่าพรรคปลอดมลทิน เมื่อปัญหาเกิดซ้ำในหลายรูปแบบ ตั้งแต่เรื่อง ทางเพศ ยาเสพติด การพนัน ข้อกล่าวหาทางการเงิน พรรคย่อมไม่อาจอธิบายทุกกรณีว่าเป็นความผิดส่วนบุคคลได้อีกต่อไป
'รองเชน' เมินกระแสรัฐบาล 'เขียว-แดง- ส้ม' ยันเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้มแข็ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.

