
โซเอิง ราวิธ เดินทางมาถึงศาลแขวงพนมเปญเพื่อเข้ารับการพิจารณาคดีในข้อหายุยงปลุกปั่น (ภาพโดย KT/Buth Reaksmey Kongkea)
10 ก.พ.2569-ขแมร์ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญ่ของกัมพูชารายงานว่า วานนี้ ศาลเทศบาลกรุงพนมเปญได้พิจารณาคดีนักกิจกรรมฝ่ายค้านรายหนึ่ง ในข้อหาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่กล่าวหาว่ายุยงให้เกิดความไม่สงบต่อผู้นำรัฐบาลและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ท่ามกลางความขัดแย้งชายแดนกับประเทศไทย
ผู้พิพากษา สาร ซัมนัง ระบุชื่อจำเลยว่าคือ โซเอิง ราวิธ อายุ 35 ปี อดีตพนักงานคาสิโนจากจังหวัดตบองขมุม
ราวิธถูกตั้งข้อหา “ยุยงให้เกิดความไม่สงบในสังคมและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์” ตามมาตรา 494, 495 และ 437 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดห้าปีหากถูกตัดสินว่ามีความผิด
ตามคำกล่าวของผู้พิพากษา เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 หลังจากการปะทะกันระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทยระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ราวิธได้วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนเฟซบุ๊ก
เขาระบุว่ามีการทุจริต โดยอ้างว่าพวกเขาได้ผลประโยชน์จากการหลอกลวงทางออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย แต่กลับไม่นำเงินเหล่านั้นไปจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ทันสมัยเพื่อปกป้องประเทศและประชาชน ตรงกันข้าม เขากล่าวว่ารัฐบาลกลับพึ่งพาอาวุธที่ล้าสมัยและทหารผ่านศึกที่หมดสภาพแล้ว
ในโพสต์หนึ่ง ราวิธกล่าวอ้างว่าพระมหากษัตริย์และพระราชมารดาเสด็จลี้ภัยไปยังประเทศจีนในช่วงความขัดแย้ง
รองอัยการ ชาย ฮง กล่าวต่อศาลว่า ข้อความที่ราวิธโพสต์นั้นเป็นเท็จและเกินจริง ถือเป็นการยุยงปลุกปั่นและดูหมิ่นพระมหากษัตริย์
ฮงได้เรียกร้องให้ผู้พิพากษาลงโทษจำเลยด้วยโทษสูงสุดตามกฎหมาย
ในระหว่างการพิจารณาคดี ราวิธกล่าวว่าเขาเป็นคนโพสต์เนื้อหาดังกล่าวด้วยตนเอง โดยไม่มีใครสั่งให้เขาทำเช่นนั้น
เขากล่าวว่าโพสต์ของเขาแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อการจัดการด้านความมั่นคงชายแดนของผู้นำรัฐบาล และขอให้ศาลพิจารณาให้ความเมตตา
คาดว่าจะมีการตัดสินในวันที่ 25 กุมภาพันธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ล้วงคองูเห่า! รมว.ดีอี รับเคยโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรถึงห้องทำงาน
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และสแกมเมอร์ ตัวรัฐมนตรีเคยถูกหลอกลวงหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า เคยถูกแก๊งคอลเซนเตอร์
ดีอี เตือน เพจปลอม 'Anti-Electronic Fraud Center' สวมรอย ตม. เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก 'สแกมเมอร์' ระวังสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ดีอี อัดยาแรง ประกาศกระทรวงฯ ใหม่ เร่งสปีดฟัน “สแกมเมอร์”เผยปิดกั้น URL เถื่อนแล้วกว่า 8.8 แสนรายการ
ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายเร่งรัดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ กระทรวงดีอี
'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส
หน่วยงานรัฐขยับ! แก้กฎหมายลงโทษแรงขึ้น จำคุก-ปรับหนัก 'นอมินี' เพิ่มฐานความผิดฟอกเงิน ยึดที่ดินด้วย
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาสแกมเมอร์ และนอมินี ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการอยู่ ว่า สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ อาทิ เรื่องสแกมเมอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตามรอยแนวชายแดนหลายแห่ง เ
'รังษี' โยงข้อมูลจีน 'เฉินจื้อ' สารภาพ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ ชี้เขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน
พลเอกรังษี เปิดข้อมูลจีน เฉิน จื้อ สารภาพ ฮุน เซน ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ 90% ชี้เหตุเขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน หวังรักษาผลประโยชน์–เพิ่มแต้มต่อก่อนเจรจา JBC

