ศาลอาญาพิพากษาจำคุกคดี 112 โจ้-พฤทธิกร สาระกุล อดีตทีมงานคณะก้าวหน้า คดีที่ 2 อีก 30 ปี รวมของเดิมเป็น 50 ปี ออกหมายจับนำตัวมารับโทษ หลังหลบหนีฟังคำพิพากษา
10 กุมภาพันธ์ 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 907 ศาลมีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา4 ยื่นฟ้องนายพฤทธิกร สาระกุล หรือโจ้ อดีตทีมงานก้าวหน้าเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญาม.112และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
จำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณา ศาลออกหมายจับปรับนายประกัน โดยทนายความในคดีนี้คือนายอานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างจำคุกอยู่จากคดี 112 เดินทางจากเรือนจำเข้ามาฟังการพิจารณาของศาลด้วย
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายพฤทธิกร จำเลยรวม 20 ปีฐานดูหมิ่นสถาบัน และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
โจทก์ฟ้องว่าขณะเกิดเหตุขณะเกิดเหตุ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 22บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมาตรา 6 บัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้
ต่อมาวันที่ 8 พ.ย. 2564 - 27 มี.ค. 2565 จำเลยยังได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ลงในแอพลิเคชั่นทวิตเตอร์ เป็นการใส่ความ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นเหยียดหยาม พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นประมุข ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ โดยประการที่น่าจะทำให้พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งเป็นการปลุกปั่นทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและจูงใจให้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ จนอาจนำมาซึ่งความเกลียดชัง
โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลที่จำเลยโพสต์นั้นเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานที่นำสืบมาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14(3) เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษม.112 การกระทำผิดของจำเลยหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไป ให้ลงโทษจำเลย 10 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 30 ปี และให้ลงโทษจำคุกต่อจากคดี อ.1485/2566 ของศาลนี้
โดยจำเลยอยู่ระหว่างถูกออกหมายจับเพื่อนำตัวมาบังคับโทษตามคำพิพากษาต่อไป
สำหรับ นายพฤทธิกร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคดี ม.112 รวมทั้งหมด 2 คดี จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กและทวิตข้อความในทวิตเตอร์รวมทั้งหมด 20 ข้อความ แยกเป็นคดีละ 10 ข้อความ โดยคดีแรก ศาลมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ลงโทษจำคุกรวม 30 ปี ก่อนลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุกรวม 20 ปี
ทำให้เมื่อรวมโทษจำคุกในสองคดี โจ้ พฤทธิกร ถูกศาลลงโทษจำคุกรวม 50 ปี นับได้ว่าเป็นผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ละเอียดยิบ! เปิดเหตุผล ป.ป.ช. เชือด อดีต 44 สส. พรรคส้ม เสนอแก้มาตรา 112
ป.ป.ช.ฟันจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.ก้าวไกล เสนอกฎหมายแก้ไข ม.112 ฐานไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข “พิธา-เท้ง-ศิริกัญญา-โรม-วิโรจน์” โดนถ้วนหน้า ส่งศาลฎีกาฟัน
‘พี่โจ’ ลากไส้ ’ไอซ์’ อย่าทำมาโวยวายเรียกร้องในสิ่งที่คุณเองก็เลือกกระทำย่ำยีต่อคนอื่นเช่นกัน
โจ มณฑานี ตันติสุข” นักเขียนและวิทยากรการเงิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jo Montanee ว่ามีส้มคนหนึ่งเข้าไปตำหนิและตั้งคำถามที่เพจ
‘พรรคส้ม’ไร้เพื่อน คุยลั่นมาตรฐานสูง
เห็นโฉมหน้ารัฐบาลต่อไปรำไร "อนุทิน" ย้ำห้ามแตะนิรโทษกรรม ม.112
'เท้ง' โวย 'อนุทิน' สร้างวาทกรรม ปชน. แก้ ม.112 ทั้งที่พูดเรื่องนิรโทษกรรมคดีหมิ่นสถาบัน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวตอบโต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ต้องบอกว่าการยกมือในวันนั้น ไม่ใช่การเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 แต่เป็นการผลักดันเรื่องนิรโทษกรรมของนักโทษที่โดนคดีทางการเมือง
’อนุทิน‘ ชัด ไม่ร่วมรัฐบาลพรรคประชาชน ปมยังเดินหน้าแก้ ม.112
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุจุดยืนชัด ไม่จับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ยังมีนโยบายแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังดีเบตไทยรัฐทีวี ย้ำต่างอุดมการณ์ แต่ยังทำงานร่วมกันได้ หากเป็นเรื่องแก้ปัญหาประชาชน
ป.ป.ช. เลื่อนชี้ขาดคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หลังยื่นขอความเป็นธรรม
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการป.ป.ช. กล่าวถึงกระแสข่าวคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่จะนัดลงมติคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

