ดีเอสไอ-ปปง. แถลงทลายเครือข่ายเว็บพนัน ออกหมายเรียก 'ชนนพัฒฐ์' 12 มี.ค.นี้

ดีเอสไอ ร่วม ปปง. เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ลงพื้นที่ 10 จุด 4 จังหวัดรวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานโยง "ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว" เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ออกหมายเรียก 12 มี.ค.นี้

6 มีนาคม 2569 - เวลา 14.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย น.ส.รวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ , พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีดีเอสไอ , ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองคนดัง เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี อธิบดีดีเอสไอ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มุ่งเน้นการปราบปรามเครือข่ายการพนันออนไลน์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันทุกรูปแบบอย่างจริงจัง พร้อมบูรณาการการใช้กฎหมายพิเศษเพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีให้มีความต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า สืบเนื่องจากปี 2566 ดีเอสไอ ดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินของเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ คดีพิเศษที่ 5/2566 กรณีการสอบสวนเว็บพนันออนไลน์ “AK47MAX” ช่องทาง www.ak47max.com ซึ่งเป็นสำนวนคดีพิเศษเดิมของดีเอสไอ กองคดียาเสพติด โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 36 ราย แจ้งข้อหาดำเนินคดีได้ 24 ราย ในข้อหา "ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน" ขณะที่อีก 12 รายยังคงหลบหนี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า จากการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนประมาณ 39 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงกับ นายชนนพัฒฐ์ จึงได้ขยายผลการสืบสวนตามเส้นทางการเงินดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ พบว่าแม้จะถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังคงมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดิมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยพบกระแสเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีผู้ต้องหารายเดิมที่กลับมากระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 5 ราย จึงแยกเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 และวันที่ 27 ก.พ.69 ได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเพิ่มเติม 27 หมาย ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 25 ราย ส่วนอีก 2 รายมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งศาลให้ออกหมายเรียกก่อน คือ นายชนนพัฒฐ์ และ คนใกล้ชิดนายชนนพัฒฐ์

ขณะที่ ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับกองคดียาเสพติด ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 9 และสำนักงาน ปปง. เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและติดตามจากกลุ่มบุคคลตามหมายจับ จำนวน 10 จุด ได้แก่ จ.สงขลา 5 จุด จ.ปทุมธานี 1 จุด จ.นนทบุรี 2 จุด และ กรุงเทพฯ 2 จุด โดยการปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง การตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ , ส่วนที่สอง การตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และ ส่วนที่สาม การตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากคดีเดิมที่สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ น.ส.นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นแอดมิน มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์ พยานแวดล้อม เอกสารเดินทางนอกราชอาณาจักร และมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งแต่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชามาเยี่ยมญาติ ในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพฯ ในข้อหา "ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือจัดอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน"

"ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายรายการที่สามารถเชื่อมโยงกับ นายชนนพัฒฐ์ เช่น คลิปเสียงการสนทนา 30 คลิป เป็นต้น และจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายชนนพัฒฐ์ ในจ.สงขลา ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ และการตกแต่งบัญชีภาษี โดยมีการกล่าวถึง น.ส.เร (สงวนนามสกุล) ในข้อความสนทนา พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในโฉนดที่ดิน รวมทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 9 ใบ มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท"

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวต่อว่า ยังพบหลักฐานเพิ่มเติมที่ยืนยันการครอบครองและการถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์ โดยทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งมูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปปง. ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทมี 5 หมายจับที่ให้บริการเปิดบัญชีรับเงินทำธุรกิจต่างๆ พบว่าสถานที่ที่เกี่ยวข้องไม่สอดคล้องกับรายละเอียดการจดทะเบียนบริษัทที่เคยแจ้งไว้ บางแห่งเป็นเพียงบ้านพักอาศัยหรืออยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด ซึ่งพนักงานสอบสวนจะขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องในการจดทะเบียนบริษัท รวมถึงผู้สอบบัญชี ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวเพิ่มว่า ส่วนการตรวจค้นในพื้นที่จ.สงขลา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พบที่ดินโฉนดจำนวน 1.8 ไร่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ปปง. ได้ดำเนินการยึดไว้แล้ว และจากการตรวจค้นเพิ่มเติมพบสิ่งปลูกสร้างใหม่ 3 อาคารที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาสอดคล้องกับเส้นทางการเงินที่อยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการยึดและอายัดไว้เป็นพยานหลักฐาน นอกจากนี้ จากการตรวจค้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยังสามารถระบุตัวผู้ครอบครองทรัพย์สินบางรายการที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน เช่น รถยนต์และทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองในพื้นที่ รวมถึงพบหลักฐานเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัลหรือระบบ P2P ซึ่งจะมีการขยายผลต่อไป อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกให้ นายชนนพัฒฐ์ มาพบในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

"จากการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ประมาณ 12 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ตรวจค้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ นายชนนพัฒฐ์และบุคคลใกล้ชิด ขณะที่เอกสารทางทะเบียนของทรัพย์สินบางรายการยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่านายชนนพัฒฐ์ เป็นผู้ครอบครองและดูแลสถานที่ดังกล่าว"

ส่วนทาง นายกมลสิษฐ์ ระบุว่า ปปง. บูรณาการร่วมกับดีเอสไอ ตั้งแต่ปี 2566 โดยยึดอายัดทรัพย์สินไปแล้วมูลค่า 168 ล้านบาท เมื่อเดือน พ.ย.68 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ต้องหาในเครือข่ายเดียวกันและจากการตรวจค้นล่าสุด พบทรัพย์สินที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม ซึ่งจะนำไปดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า นายชนนพัฒฐ์ ยังคงอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ขณะนี้นายชนนพัฒฐ์ยังอยู่ในประเทศไทย แต่เนื่องจากมีตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถควบคุมตัวได้ในระหว่างสมัยประชุมสภา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้ส่งหมายเรียกไปแล้วให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด

ส่วนกระแสที่เชื่อมโยงคดีกับประเด็นทางการเมือง เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างพรรค กล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทยนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด โดยการจับกุมแอดมินเครือข่ายเว็บพนันในครั้งนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะกลุ่มเครือข่ายอยู่ที่ประเทศกัมพูชาบุคคลดังกล่าวให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และสามารถยืนยันตัวผู้กระทำความผิด รวมถึงเอกสารและการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบภายในบ้านพักของนายชนนพัฒฐ์ ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นายชนนพัฒฐ์ มีเอกสิทธิ์ สส. ตามกฎหมาย ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจนกว่าจะปิดสมัยประชุมสภา

พล.ต.ท.รุตพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีเว็บพนันก่อนหน้านี้เชื่อมโยงเส้นทางการเงิน นายชนนพัฒฐ์ ในพื้นที่ จ.สงขลาและหาดใหญ่ แต่พนักงานสอบสวนไม่สั่งฟ้องนั้น ซึ่งเป็นของตำรวจภูธรภาค 9 ได้ส่งพยานหลักฐานบางส่วนไม่ครบ จึงได้ประสานนำส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดแล้ว และอยู่ในดระบวนการพิจารณาของอัยการสูงสุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอี เตือนข่าวปลอม “ปปง. - CIB เปิดเพจ “องค์กรคุ้มครองประชาชน” ให้ผู้เสียหายจากสแกมเมอร์ ส่งหลักฐาน” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

'ภาวุธ' ให้ปากคำ 4 ชม. แจงคดี Forex หัวเราะลั่นไม่ได้หยุดตรวจสอบโครงการ AI แลกจบคดี

“ภาวุธ” หัวเราะ หลังถูกรุมวิจารณ์ อวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี Forex ของดีเอสไอ โต้ ถ้าแลกผลคดีได้คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ รับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุฯหลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว

‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่

กกต. ส่อเลื่อนชี้ขาดคดีฮั้ว สว. เหตุพยานหลักฐานยังไม่ครบ

รายงานภายในจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้นำคำให้การของพยานและเอกสารบางส่วนที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเปิดเผยต่อสาธารณ

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่