
16 มี.ค.2569-นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “ผลเลือกประธานสภาฯ สะท้อนเสียงเลือกนายกฯ” เนื้อหาระบุว่า เมื่อวานนี้วันที่ 15 มีนาคม 2569 ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร2ท่าน หลังจากวันที่ 14 มีนาคม 2569 ได้มีรัฐพิธีเปิดสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระบวนการทางการเมือง ก็เริ่มต้นและเร่งรัดในทันที ซึ่งสวนทางกับกระแสความรู้สึกของประชาชน ที่นิด้าโพลได้ทำการสำรวจ หลังจากกกต.เร่งรีบรับรองผลการเลือกตั้งส.ส. 499 คน โดยไม่ดำเนินการในเรื่องข้อท้วงติง หรือการร้องคัดค้าน
จะเห็นได้ว่าผลการสำรวจของนิด้าโพล พบว่า 44.81% ระบุว่า ไม่ควรรีบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ควรรอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย หรือคำตัดสินกรณีการพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ในขณะเดียวกันฝ่ายการเมือง เมื่อผ่านการรับรองจากกกต.ไปแล้ว ก็เร่งรัดทางการเมืองทันที เห็นได้จากการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และมีการกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569นี้เช่นเดียวกัน
ถ้าดูผลการลงคะแนนของการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ฝ่ายรัฐบาลคือพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ เพื่อแข่งขันกับตัวแทนจากพรรคประชาชน คือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผลปรากฏว่า คะแนนที่นายโสภณได้รับคือ 289 คะแนน นายพริษฐ์ได้รับคะแนน 123 คะแนน งดออกเสียง 80 เสียง และมีบัตรเสีย5ใบ คะแนนที่ออกมาสะท้อนถึงคะแนนของรัฐบาล และคะแนนในการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 หมายความว่าในส่วนของรัฐบาล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ คะแนนจะอยู่ที่ 291 คะแนน ซึ่งไม่แตกต่างกับคะแนนของนายโสภณที่ได้รับ 289 คะแนน และการเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี คะแนนจะไม่หนีต่างไปจากนี้ คือความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กๆ รวมแล้วประมาณ 291-292 เสียง
ในขณะที่พรรคการเมืองอย่างพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะมีมติงดออกเสียงเหมือนกับตอนโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร เสียงของนายอนุทินก็จะออกมาในลักษณะเช่นนี้ คือรับรองนายอนุทิน 289 ถึง 292 คะแนน งดออกเสียงก็จะประมาณ 80 เสียง ส่วนบัตรเสียไม่น่าจะมี เพราะฉะนั้นคะแนนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร น่าจะสะท้อนถึงคะแนนที่เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในวันที่ 19 มีนาคม 2569
เรื่องที่น่าสังเกต คือบัตรเสีย5ใบ ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือส.ส.ทำบัตรเสีย แสดงให้เห็นว่าส.ส.ชุดนี้ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ที่จะใช้ดุลย์พินิจในการลงคะแนน โดยทำบัตรเสีย หรือมีความผิดพลาดในการลงคะแนน ถือว่าขาดวุฒิภาวะ ขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นไปได้ว่าสภาชุดนี้ 80% ของส.ส.ระบบเขตมาจากการซื้อเสียง
เพราะฉะนั้นความรู้ความสามารถ วุฒิภาวะ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่อาจจะต่ำ จึงทำให้เห็นการทำบัตรเสียของสมาชิกสภา ที่เรียกกันว่าผู้ทรงเกียรติ ซึ่งต่อไปอาจจะไม่ใช่สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติอีกแล้ว ถ้าเป็นสมาชิกสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ คือมาจากการเลือกตั้งมาจากความศรัทธาของประชาชน ไม่ใช่มาจากการซื้อเสียง ถ้าหากว่ามาจากการซื้อเสียงเขาจะไม่เรียกว่าสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติแต่อย่างใด
จึงฝากไว้เป็นข้อสังเกตว่า ความตกต่ำ ความด้อยคุณภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ถึงขั้นลงคะแนนทำบัตรเสียได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เริ่มแล้ว! ขบวนการเช็กบิล มือสอบ 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เริ่มแล้ว!!! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.
กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า
‘เทพไท’ จับตาการเมืองภาคประชาชนหลังม็อบ 'สนธิ' เริ่มสตาร์ท
นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เทพไท - คุยการเมือง" โพสตข้อความระบุว่า ม็อบสนธิ เริ่มสตาร์ทแล้ว
สภาฯ โหวตฉลุยมาตรา 4 พรบ.งบ70 หลัง 'มาร์ค' ซัดผิดวินัยการเงินการคลัง ส่อทำผิดรธน.
‘มาร์ค’ ซัดงบ70 ผิดวินัยการเงินการคลัง ส่อทำผิดรัฐธรรมนูญ จัดงบลงทุน น้อยกว่ากฎหมาย ชี้ทำไมไม่ทำตรงไปตรงมา ก่อนวงประชุมลงมติมาตรา 4 เห็นด้วย 281 เสียง ไม่เห็นด้วย 133 เสียง งดออกเสียง 46 เสียง ไม่ลงคะนน 1 เสียง
'กรณ์' ชงหั่นงบปี 70 ทั้งกระดาน 10% เตือนหากยังจัดสรรแบบเดิมระวังติดกับดัก
‘กรณ์’ เสนอหั่นงบปี 70 ทั้งกระดาน 10% เปิดทาง ครม.จัดสรรใหม่ แก้โครงสร้าง 5 ด้าน เตือนรัฐบาล หากยังจัดสรรแบบเดิม ระวังติดกับดัก ซัด กู้ 4 แสนล้าน ยังวนใช้โครงการเดิม-ซื้อพัสดุ
'เพื่อไทย' ประชุม สส. เตรียมเคาะมติโหวตพ.ร.บ.งบฯ70 กำชับห้ามแถวแตก
พรรคเพื่อไทย ประชุม สส.ก่อนถกงบฯ 70 เตรียมเคาะมติโหวต กำชับห้ามแถวแตก ‘วิสุทธิ์’ ปลุกจับตาเพื่อน อย่ามัวคุยจนลืมแสดงตน

