
31 ก.ค. 2569- รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ยุบ อบต.: แก้ปัญหาปลายเหตุ หรือหลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย มีเนื้อหาดังนี้
มีข้อเสนอให้ยุบองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยเหตุผลว่า อบต. ทำงานซ้ำซ้อน ไร้ประสิทธิภาพ เป็นแหล่งการทุจริต สิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นพื้นที่ของ “ระบบอุปถัมภ์” ทางการเมือง
ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะรีบปฏิเสธ ต้องยอมรับว่า อบต. จำนวนไม่น้อยมีข้อจำกัดด้านขนาด รายได้ บุคลากร และ “ศักยภาพ” ในการให้บริการสาธารณะ แต่ข้อจำกัดเหล่านี้มิได้หมายความว่า “หลักการกระจายอำนาจ” เป็นสิ่งที่ล้มเหลว หากสะท้อนว่ารัฐยังไม่สามารถสร้างระบบท้องถิ่นที่มีขนาดและศักยภาพที่เหมาะสมได้
การปฏิรูประบบราชการไทยพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศไทยถนัดมากกับการ “เปลี่ยนป้ายชื่อ” องค์กร มากกว่าการ “เปลี่ยนระบบ” เรามักยุบ ตั้ง รวม หรือแยกหน่วยงานด้วยความหวังว่าปัญหาจะหมดไป แต่ตราบใดที่โครงสร้าง วิธีคิด และระบบการตรวจสอบยังคงเดิม ปัญหาก็เพียงย้ายที่อยู่
หากจะกล่าวถึง “ความซ้ำซ้อน” ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความซ้ำซ้อนนั้นไม่ได้เกิดจาก อบต. หากเกิดจากการออกแบบระบบ ดังนั้น การยุบ อบต. จึงอาจลดจำนวนองค์กรลงได้ แต่ไม่ได้ลดความซ้ำซ้อนของโครงสร้างรัฐ เพราะภารกิจทั้งหมดจะย้อนกลับไปสู่ราชการส่วนภูมิภาคหรือส่วนกลาง ซึ่งยังคงดำรงอยู่เช่นเดิม
ทั้งถ้าเชื่อว่า “การทุจริต” มีมากใน อบต. ก็ต้องยอมรับด้วยตรรกะเดียวกันว่า การทุจริตในกระทรวง ทบวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ ก็ไม่น้อยหน้ากัน อันหมายความว่าเราควร “ยุบ” องค์กรเหล่านั้นด้วยใช่ไหม เพราะทราบกันดีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ป้ายชื่อ” หากแต่อยู่ที่ระบบการบริหารและจัดการ ระบบการตรวจสอบ และวัฒนธรรมองค์กรที่เลวร้ายขึ้นทุกวัน
ในทางตรงกันข้าม ประสบการณ์ของหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า รัฐที่มีประสิทธิภาพมักสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาลท้องถิ่น พร้อมกับสร้างระบบ “การตรวจสอบ” ที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ดึงอำนาจกลับเข้าสู่ส่วนกลางทุกครั้งที่เกิดปัญหา เพราะการรวมศูนย์อำนาจอาจทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้การบริหารดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ประเทศไทยควรทำจึงไม่ใช่การทำลายหลักการ “กระจายอำนาจ” แต่คือการทำให้ อบต. มีคุณภาพมากขึ้น การลดต้นทุนการบริหาร การใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยเปิดเผยการใช้จ่าย การเพิ่มอำนาจการตรวจสอบให้ประชาชน การกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่วัดได้จริง และการควบรวม อบต. ที่เล็กเกินไป คือสิ่งที่ควรกระทำ ที่สำคัญต้องยอมรับว่าระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นก็คือเงาสะท้อนของระบบอุปถัมภ์ในระดับชาติ การขจัดอิทธิพลท้องถิ่นจึงทำไม่ได้ด้วยการยึดอำนาจกลับส่วนกลาง แต่ทำได้ ด้วยการสร้างระบบการเมืองท้องถิ่นที่แข่งขันกันได้อย่างเสรี เปิดกว้าง และตรวจสอบได้
การปฏิรูปรัฐไทยต้องเริ่มจากการยอมรับว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่อยู่ที่โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินทั้งระบบ และตราบใดที่เราไม่กล้าแตะต้องโครงสร้างนั้น การยุบองค์กรใดองค์กรหนึ่งก็เป็นได้เพียงการสร้างภาพของการปฏิรูป มากกว่าการปฏิรูปที่แท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.บุญส่ง' ชี้ข้อโต้แย้งดุษฎีนิพนธ์ 'ณัฐพล' ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธรคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล มีเนื้อหาดังนี้
'จตุพร' บี้มท.ขยายผลเอาผิดแก๊งโกงสอบท้องถิ่น ลั่นปราบทุจริตไม่ได้ อย่าคิดทำเรื่องอื่น
'จตุพร' กระตุกมท.ต้องเอาจริง เด็ดขาดล้างบางแก๊งโกงสอบท้องถิ่น เช่นเดียวกับเอาผิดกับปลัดภูเก็ต ชี้ผลสอบ5 ขรก.ทุจริตเป็นสารตั้งต้น ลุยขยายผลจัดการพี่ใหญ่เบื้องหลัง แนะปราบโกงไม่สำเร็จอย่าคิดทำเรื่องอื่น
กฎหมายนิรโทษกรรม จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้
เตรียมเฮ! ยุคสีน้ำเงิน 'บ้านใหญ่ - ตระกูลการเมือง' ครองเก้าอี้ 'บิ๊กท้องถิ่น' จนรากงอก
บ้านใหญ่-ตระกูลการเมืองทั่วประเทศเตรียมเฮ นั่งผู้บริหารท้องถิ่นรากงอก ผูกขาดกันไม่กี่นามสกุล วุฒิสภาจันทร์นี้ลงมติร่างกม.ปลดล็อกที่ห้ามเกินสองวาระ เปลี่ยนให้อยู่จนตายคาเก้าอี้ พร้อมลดอายุจาก 35 เหลือ 25 ปี สว.โวยลั่น ถอยหลังเข้าคลอง สร้างระบบอุปถัมภ์
เมื่อรัฐ 'บังคับ' ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า 'ลูกไม่ได้เลี้ยงดู' เลิกมองความยากจนแบบ 'ขาว-ดำ'
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง เมื่อรัฐ “บังคับ” ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า “ลูกไม่ได้เลี้ยงดู” มี่เนื้อหาดังนี้
'ปกรณ์' ลุยปฏิรูประบบราชการ ใช้ AI ลดงานประจำ
“ปกรณ์” เดินหน้าปรับราชการให้กระชับ ทันสมัย ใช้ AI ลดงานรูทีน–งานควบคุมซ้ำซ้อน เปิดทางข้าราชการโฟกัสงานยุทธศาสตร์ เพิ่มประสิทธิภาพรัฐและบริการประชาชน

