
21 ก.ค.2569-ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นการวางหมากทางการเมืองระหว่างประเทศที่มีนัยสำคัญ และใช้มิติเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ
ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า แม้สายตาของหลายฝ่ายจะจับจ้องไปที่ประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และบทบาทของจีนว่าจะเข้ามาช่วยลดความตึงเครียดหรือทำหน้าที่เป็นผู้ประสานอย่างไร แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยเลือกทำกลับเป็นการใช้ “เกมเศรษฐกิจ” เป็นตัวนำ มากกว่าการหยิบยกประเด็นความมั่นคงขึ้นมาเป็นวาระหลักในการเจรจา
การที่คณะเดินทางไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมร่วมเดินทาง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการสื่อสารกับจีนผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการนำนักธุรกิจไทย 153 คน จาก 48 บริษัท เข้าร่วมจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนจีน ซึ่งไม่ใช่เพียงการแสวงหาเม็ดเงินลงทุน แต่เป็นการเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จีนกำลังผลักดัน
โดยมองว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีนเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและตลาดสำคัญในภูมิภาค ส่งผลให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีมิติเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าการค้าการลงทุนเพียงอย่างเดียว
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า เมื่อไทยทำให้จีนเห็นว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ จีนก็ย่อมรับรู้ถึงความกังวลของไทยในประเด็นความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทำให้บนเวทีการเจรจา มีเรื่องของรถถังจีน ที่ส่งมอบให้กัมพูชา เป็นหัวข้อสนทนา โดยไทยเลือกใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็น “สะพานเชื่อม” เพื่อให้จีนรับรู้และจัดลำดับความสำคัญของไทยในสายตาของรัฐบาลปักกิ่ง ที่สุด ก็ได้คำมั่นจากจีน ว่า ทางจีนจะไม่ยอมให้กัมพูชา ใช้รถถังในการรบกับไทย เพราะจีนเองได้ตระหนักถึงคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจของไทย ที่มีเหนือกัมพูชา
“เมื่อจีนเลือกวางตัวเป็นกลาง หรืออย่างน้อยไม่สนับสนุนท่าทีที่เพิ่มความตึงเครียดให้กับกัมพูชา ก็ถือว่าประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงในระดับน่าพอใจแล้ว” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว
และยังเห็นว่า เบื้องหลังภาพบรรยากาศอันชื่นมื่นของการจับมือระหว่างนักธุรกิจไทยและจีน คือการวางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้ากับผลประโยชน์ด้านความมั่นคง ซึ่งนับเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่น่าจับตาของรัฐบาลไทยในช่วงเวลานี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ฮึ่ม เนรเทศชาวอิสราเอลกระชับใช้กม.เข้มข้น จัดระเบียบต่างชาติแตกแถว
“อนุทิน”แจงเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล ตามกฎระเบียบใหม่ กระชับใช้กม.เข้มข้น-เร็วขึ้น ต่างชาติทำตัวไม่เหมาะสมเป็นอันตรายต่อความมั่นคง-คนไทย
ขุดหลุมฝังตัว! ดร.เอนก สะท้อน 'กัมพูชา' จากอดีตขาขึ้น สู่ขาลงและการดิ้นรนในปัจจุบัน
เอนก ชี้เมื่อกงล้อแห่งกาลเวลาหมุนเปลี่ยนทิศ และ อยุธยาผงาดขึ้นมาแข่งอย่างน่าทึ่งนั้น ประวัติศาสตร์ของกัมพูชาก็พลันตกเข้าสู่ยุคขาลงอย่างหนักแล้ว
'ส้ม' เปิดโครงข่าย 5 อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 จักรวาลล้อมรอบ 'อนุทิน'
“ชยพล’ ต่อจิ๊กซอว์คดีฮั้วสว. แฉโครงข่าย 5 อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 คดีฮั้ว สว. เป็นจักรวาลล้อมรอบ ‘อนุทิน’ เรียนหลักสูตร พตส.-นธป. ด้วยกันเพียบ กังขาคอนเน็คชั่นมีอำนาจตัดสินชะตาสว.- พรรคการเมือง
ฝ่ายค้านจ่อซักฟอก-ม็อบก่อหวอด จุดเปลี่ยน'รัฐบาลสีน้ำเงิน'
วันที่ 6 ก.ย.นี้ ครบ 5 เดือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ฮั้วสว.ก่อนมีรัฐบาล ‘อนุทิน’ยันไม่เกี่ยวเพราะมาหลัง1ปี3เดือนลั่นพร้อมชี้แจง
“อนุทิน” ไม่กังวลฝ่ายค้านใช้เวทีงบฯ ซักฟอกรัฐบาล ชี้เป็นสิทธิ์ของ สส. ปัด “ภูมิใจไทย” ยื้ออภิปรายรายงาน กกต.หนีคดีฮั้ว สว. ยํ้าไม่เคยเกี่ยวข้อง ยันไม่เคยหนีสภา ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่นยื่น
นายกฯลงนาม เนรเทศชาวยิว
"อนุทิน" ลงนามคำสั่งเนรเทศ "ยาคอฟ โอฮะยอน" ชาวอิสราเอลออกนอกราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาผิด ม.392 ฐานขู่เข็ญทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ

