นายกฯ ขอบคุณจีนหนุนแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ "สีหศักดิ์" ระบุ "กัมพูชา" ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีประโคมข่าว "รถถังจีน" ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ยกคณะลงพื้นที่ ทภ.2 ตอกย้ำความพร้อมรบ บก-เรือ-อากาศ ผู้นำกัมพูชาร่วมวงเฟกนิวส์ด้อยค่าตัวเอง หวังรักษาอำนาจหลังเพลี่ยงพล้ำ ลั่นหากยังยั่วยุคุยไปก็ไร้ประโยชน์
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ณ ห้อง East Hall ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ และชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา
ทั้งนี้ ไทย-จีนยังคงยึดกฎกติกาสากลภายใต้กรอบสหประชาชาติและ WTO
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่จีนแสดงความพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า ปัจจุบันช่องทางการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชายังมีไม่มากนัก แม้ไทยจะเคยเสนอภายหลังการพบหารือของผู้นำทั้งสองประเทศที่เมืองเซบู ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ให้ใช้การเจรจาทวิภาคีในทุกประเด็นเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่แทนที่ฝ่ายกัมพูชาจะพูดคุยกับเราเรื่องเขตแดนทางทะเล กลับเดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งที่ควรมีการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จึงค่อยใช้กลไกอื่นๆ ซึ่งภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งมีหลายกลไกอื่นๆ เช่น ประนอมภาคสมัครใจที่อาจไม่ถึงประนอมภาคบังคับก็ได้
"ในเมื่อเขายังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับเราตามที่พูดคุยกันที่เซบู การจะพูดคุยเรื่องชายแดน เขตแดนทางบกก็ลำบาก ก็คงต้องดูกันต่อไป ในเมื่อเราคุยกันว่าจะพูดในระดับทวิภาคี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ส่วนจีนถ้าจำเป็นเมื่อไหร่เราก็ขอบคุณในความปรารถนาดีของฝ่ายจีน อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศต้องพูดคุยกันโดยตรง
ขณะนี้ก็ปิดประตูโอกาสในการที่จะคุยกันด้านเขตแดนทางบก ชายแดน มันก็คงลำบากเหมือนกัน สิ่งที่ดีที่สุดก็คือฝ่ายจีน หนึ่ง-เขามีความหวังดี สอง-เขาพยายามสนับสนุนฝ่ายกัมพูชาให้ทำตามที่คุยกันไว้ที่เซบู และเขาตระหนักในความสำคัญในการวางตัวไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง" นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือเราชื่นชมบทบาทของจีนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มั่นใจว่าเขาจะวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด แต่ประเด็นที่เราเป็นห่วงคือการนำเสนอข่าวของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังจากจีน ซึ่งในจังหวะนี้ความสัมพันธ์ มีความละเอียดอ่อนเปราะบาง การหยุดยิงยังเปราะบาง การส่งรถถังช่วงนี้ และมีการนำเสนอข่าวในทางที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายกัมพูชาโดยฝ่ายกัมพูชา ไม่น่าจะเป็นผลดีต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาขณะนี้ เราไม่ได้ต่อว่าแต่พูดตามข้อเท็จจริง โดยขอให้สนับสนุนประเด็นนี้ด้วย
เมื่อถามถึงกรณีปัญหาธุรกิจจีนสีเทาในประเทศไทย รวมถึงประเด็นการสวมสิทธิ์เด็กทารกชาวจีนเพื่อใช้สัญชาติไทย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมายไทย โดยยอมรับว่าธุรกิจสีเทาเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนของจีนทั้งหมด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของคนไทย จึงอยากให้ฝ่ายจีนให้ความสำคัญด้วย
นายสีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้หารือกับฝ่ายจีนในประเด็นความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงหลายประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา กัมพูชาและจีน เพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
วันเดียวกัน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ/ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยมี พันเอก (พิเศษ) โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วย พันเอก (พิเศษ) สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ และรับฟังการบรรยายสรุปจาก พันโท จตุพล นิยมปัทมะ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 12 หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี เกี่ยวกับภาพรวมการปฏิบัติภารกิจ สถานการณ์ในพื้นที่ ความพร้อมของกำลังพล ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมรับทราบข้อเสนอแนะ และข้อขัดข้องจากผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำไปประกอบการพัฒนา การสนับสนุน และยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป พล.อ.อ.ประภาสได้พบปะกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ผู้แทนกำลังพลของกองกำลังสุรนารี จากหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 พื้นที่เขาสัตตะโสม จ.ศรีสะเกษ และหน่วยเฉพาะกิจที่ 4 พื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า ครั้งนี้เรามีความพร้อมมากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา ปัจจุบันเราอยู่บนที่สูงที่เรายึดครองพื้นที่ได้ ด้วยศักยภาพกองกำลังทางบก ทางเรือและทางอากาศ ดังนั้นการที่กัมพูชาจะเข้ามาตีเราไม่ใช่เรื่องง่าย ขอให้มีความมั่นใจทั้งในด้านอาวุธ ฐานที่มั่นและบุคลากร สำหรับการปฏิบัติการร่วมของ 3 เหล่าทัพ ตามหลักนิยมของกองทัพไทยเราปฏิบัติการร่วมกันอยู่แล้วตามแผนป้องกันชายแดน จะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะการกำหนดความเร่งด่วนของเป้าหมายทางทหารในระยะสำคัญ และสามารถส่งผลกระทบต่อยุทธบริเวณ ไม่มีการปฏิบัติแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป้าหมายระเบิดทุกลูกที่ลงต้องได้รับผลกระทบ เราใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บนพื้นฐานของกฎการใช้กำลังและกฎหมายระหว่างประเทศ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาไม่มีประเทศไหนที่ประณามประเทศไทย
"ส่วนที่ผู้นำกัมพูชาร่วมวงเฟกนิวส์ด้วยนั้น ถือว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง ตราบใดที่ผู้นำลงมาเล่นเอง เขาพูดอะไรก็ตามก็เชื่อไม่ได้ อย่างที่เสนาธิการทหารระบุว่า ประชุมอย่างหนึ่งแต่ออกไปพูดอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งทำเช่นนั้นยิ่งด้อยค่าตัวเอง ไม่เกิดความเชื่อมั่น ต่อจากนี้หากเขาพูดอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่ที่เขาต้องลงมาแบบนี้ ต้องดูว่าเป้าหมายเขาต้องการสื่อสารกับประชาชนของเขาเอง ที่เพลี่ยงพล้ำไม่สามารถดูแลประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของเขาเอง เขาพยายามจะแก้ตัวเพื่อให้อยู่ในอำนาจต่อไป จึงไม่ได้รู้สึกอะไร"
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ กล่าวต่อว่า ในขณะที่ฝ่ายไทยจะเป็นข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะพูดอีกกี่ครั้งก็จะเหมือนเดิม เช่นกรณีที่กัมพูชาไปพูดที่ประเทศจีน ที่กล่าวหาว่าเรารุกล้ำทำประชาชนกัมพูชาไม่มีที่อยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่จริง เรายึดตามถ้อยแถลงร่วม ในการวางกำลังและควบคุมพื้นที่ที่จำเป็น และอนาคตหากมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันแล้วค่อยมาคุยกัน แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะหากยังยั่วยุอยู่แบบนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดคุยกัน เพราะไม่มีประโยชน์อะไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ณัฐพงษ์ขู่เก็บทุกบิลไว้เชือด
“ณัฐพงษ์” รับยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้า เก็บทุกบิลไว้เชือด “พริษฐ์” กัดไม่ปล่อยปมเงิน 8.6 แสน “ปชป.” ตั้งทีมเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ หากเป่าคดีฮั้ว สว. “สิทธิโชติ”
F16 บินประกบ เจ็ตนายกฯขับ! มอบ 5 นโยบาย
"อนุทิน" ขับเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 เข้าถ้ำพยัคฆ์กองบิน 1 โคราช ขณะ F-16 บินประกบภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ ก่อนมอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า ขอรักษาจิตวิญญาณพิทักษ์อธิปไตย ปลื้มได้ "Patch F-16" นามเรียกขาน "มิกกี้"
ชัยชนะขอโทษ พร้อมให้ตรวจ ปชป.ขึงขังคุ้ย
ชัยชนะ” ขอโทษประชาชน ข่าวตบบ้องหูทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ลั่นพร้อมร่วมมือให้ตรวจสอบ “ชวน” บอกทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
สั่ง3ฝ่ายสางคุมปืน! ‘หนู’ เชื่อมีทางออกปมตร.-นักกีฬา/ชวนกรีดกม.อยู่ในมือ
"นายกฯ" สั่ง 3 ฝ่ายสางปัญหานโยบายคุมเข้มอาวุธปืนกระทบนักกีฬา-ตำรวจ ชี้ผู้บังคับบัญชาออกแผนงานปฏิบัติ ตร.ออกตรวจตามหน้าที่ไร้ปัญหา
สอบเอ็มดีธกส.จบ 30 วัน คลังปัดแจกเงินเกษตรกร
“เอกนิติ” สั่งเร่งสอบปม 8 ข้อร้องเรียนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ขีดเส้น 30 วันต้องได้ข้อสรุป ยืนยันต้องโปร่งใส-เป็นธรรม พร้อมปิดประตูใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทแจกเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท
กกต.โบ้ย8.6แสนโยงเลือกสส.
“ไอติม” ทวงถามที่มาเส้นเงิน 8.6 แสนบาทจาก "นักการเมืองสีน้ำเงิน"

