
ครบ 1 ปี ‘ตึกสตง.ถล่ม’ คนไทยยังโกรธจัด ‘ACT’ บี้รัฐบาลเปิดรายงานผลสอบ ชวนสังคมจับตา ‘3 กลุ่มคดี’ นอมินี-ออกแบบคุมก่อสร้าง-ฮั้วประมูล
27 มี.ค. 2569 – นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เผยแพร่บทความ “เราได้เห็นอะไรจากเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม หลังผ่านไป 1 ปี” ว่า
คนไทยจะไม่ลืมเรื่องตึกถล่มและพูดถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในแง่ลบไปอีกนาน เพราะ สตง. เป็นองค์กรที่ต้องตรวจสอบความซื่อสัตย์ของทุกหน่วยงานรัฐในประเทศไทย อาคารมูลค่า 2.1 พันล้านบาทนี้ ควรก่อสร้างด้วยเทคโนโลยี่ที่มั่นคงปลอดภัย การพังทลายที่ทำให้คนตาย 93 คน สูญหายอีก 3 คน จึงลากเอาชื่อเสียง เกียรติภูมิ ความไว้เนื้อเชื่อใจของสังคมไทยที่มีต่อ สตง. ให้พังลงมาพร้อมกันด้วย
เมื่อรัฐปิดบัง สังคมยิ่งกังขา..
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สตง. กลายเป็นทั้งผู้เสียหายและจำเลยของสังคม ถึงวันนี้มีการชี้ตัวผู้กระทำผิดและผู้ต้องสงสัยกระจายกลุ่มไปนับร้อยราย ทำให้สังคมกังขาว่า หากมีการสมคบกันทำผิดเป็นวงกว้างเช่นนั้นจริง ย่อมแปลว่าระบบของรัฐด้อยประสิทธิภาพหลายจุดพร้อมกัน หรือนี่เป็นเทคนิคการฟ้องเหมาเข่งเพื่อตัดจบผลักออกคดีไปก่อน ซึ่งหากไม่รัดกุมพอย่อมทำให้คนบริสุทธิ์ต้องมัวหมอง ขณะที่คนผิดจริงรอดคดี
3 กลุ่มคดีนั้น ได้แก่..
1.คดีตัวแทนอำพรางในการทำธุรกิจ (Nominee) และทำสัญญากับรัฐ ผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย
2.คดีออกแบบ ควบคุมและก่อสร้างไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม ผู้ถูกกล่าวหา 23 ราย
3.คดีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันกระทำทุจริต (ฮั้วประมูล) คดีนี้ดีเอสไอส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ 72 ราย ให้ “ป.ป.ช. ไปดำเนินการต่อ” แยกเป็นผู้บริหาร สตง. (ไม่ระบุว่ารวมถึงคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ด้วยหรือไม่!) และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องรวม 11 คณะ
จะเอาคนผิดตัวจริงมาลงโทษได้จริงหรือ..
คดีเหล่านี้ยังต้องพิสูจน์กันอีกหลายปี แต่การที่รัฐบาลไม่ยอมเปิดเผย “รายงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง” ยิ่งสร้างข้อกังขาว่ามีอะไรซ่อนอยู่ จึงยอมให้คนไทยรู้ความจริงเพียงเท่าที่แถลงออกมาแค่นั้น
หากรายงานดังกล่าวจัดทำอย่างตรงไปตรงมา ข้อมูลที่ครบถ้วนจะทำให้ง่ายต่อการชี้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่ของ สตง. และ 3 กลุ่มเอกชนที่เป็นคู่สัญญาในโครงการคือ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทที่ปรึกษา มีใครบ้างที่ไม่ซื่อสัตย์ คดโกง ไร้จรรยาบรรณ ไร้ความรับผิดชอบ แทนที่จะปล่อยให้โต้แย้งโยนความผิดกันไปมาอย่างที่เห็น
ความจริงที่เปิดเผยยังเป็นประโยชน์ให้ผู้เกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็นเป็นวงกว้าง ความรู้ที่เกิดขึ้นจะมีค่ายิ่งต่อการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย และยกระดับจรรยาบรรณวิชาชีพร่วมกันในระยะยาว
เรื่องเลวร้ายที่ถูกตีแผ่หลังเกิดเหตุสูญเสีย..
หลังตึกถล่มสื่อมวลชนและประชาชนต่างตั้งข้อสงสัยและขุดคุ้ยข้อมูล ทำให้คนไทยได้รับรู้เรื่องลึกลับหลายประเด็น และนำไปสู่การดำเนินคดีของทางการ
1.มีการซื้อขาย แอบอ้าง หรือปลอมลายเซ็นต์ ของคนบางกลุ่มในวิชาชีพวิศวกร สถาปนิก และวิศวกรควบคุมงาน โดยเฉพาะเมื่อเป็นงานของภาครัฐที่ไร้การตรวจสอบจริงจัง เท่ากับว่าแม้มีเอกสาร มีลายเซ็นต์ เป็นของรัฐ ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย – ไว้ใจได้
2.มีนอมินีของทุนต่างชาติ เพราะอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านตลาด การแข่งขันและเงินทุน เอกชนบางรายยอมให้ต่างชาติมา “เช่า” ชื่อบริษัทไปประมูลงานหลวง เกิดการแย่งงานแบบตัดราคา การจ้างเหมาช่วง สุดท้ายต้องลดต้นทุนจนกระทบมาตรฐานความปลอดภัย
3.ภาครัฐยังดิ้นไม่หลุดจากข้อจำกัดการจัดซื้อฯ ที่เน้นราคาถูก มากกว่าคุณภาพและความคุ้มค่า บ่อยครั้งคอร์รัปชันทำให้ได้คู่สัญญาที่คดโกง เอาเปรียบรัฐ และขาดความรับผิดชอบในวิชาชีพ
4.หน่วยงานรัฐกำลังแข่งกันใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือย ไปกับการลงทุนสร้างอาคารสถานที่ใหญ่โต เต็มไปด้วยของใช้หรูหราแพงระยับเกินฐานะประเทศ บางครั้งก็ก่อสร้างไปโดยไม่คิดรอบคอบ ไม่รับผิดชอบทำให้เกิดอาคารทิ้งร้างหรือสร้างไม่เสร็จทั่วประเทศรวมกันนับแสนล้านบาท
5.ระบบแจ้งเตือนสาธารณภัยจากรัฐ (Cell broadcast) “ไม่เคยมีอยู่จริง” ทั้งที่นักการเมืองและข้าราชการต่างอวดอ้างมาตั้งแต่ครั้งเกิดสึนามิที่ภาคใต้ จนกระทั่งเกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นครั้งนี้
บทสรุป ..
คนไทยโกรธ สตง. มาก เพราะความน่ากลัวของตึกที่ถล่มลงอย่างเหลือเชื่อ และความน่าละอายจากข้อมูลที่ถูกตีแผ่ตามมา ความไม่พอใจจะค่อยๆ จางลง หากเจ้าหน้าที่ทุกระดับของ สตง. ลุกขึ้นมาเป็น Active Citizen ทำความจริงให้ปรากฏ พร้อมพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ ไม่เปิดโอกาสให้คนโกงบ้านเมือง
หนทางเพื่อแก้ไขเป็นประเด็นใหญ่ที่คนไทยต้องคิดร่วมกันว่า จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐในการใช้เงินภาษีได้อย่างไร จะยกระดับความรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้อย่างไร เราจะตรวจสอบและสร้างแรงจูงใจอย่างไรให้เอกชนได้ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ยึดมั่นจรรยาบรรณ ขณะที่คนของรัฐก็ต้องทำหน้าที่อย่างเปิดเผยโปร่งใส .. “ยินยอมให้พลังสังคมเข้าตรวจสอบเพื่อหยุดคอร์รัปชันได้จริง”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล
แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...
จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย
‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย
'ปธ.หอการค้า' เชื่อไตรมาส 4 ไม่ชะงัก มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุง ศก.ไทย
'ประธานหอการค้า' มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทย แม้ผลวิเคราะห์ไตรมาส 4 ชะงัก รอผลยุติสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
โชว์ปราบ 'พนันบอลโลก' ปิดกั้นเว็บพนันได้ถึง 1.38 หมื่น
รัฐบาล เดินหน้าปราบ 'พนันออนไลน์บอลโลก' เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 1.3 หมื่นรายการ เตือนร้านค้า-ร้านอาหาร ถ่ายทอดสดโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 4 ปี ปรับ 8 แสนบาท

