“คมนาคม” จ่อชงโครงการเปลี่ยนรถสาธารณะ 7 กลุ่ม เป็นอีวี วงเงิน 2.4 หมื่นล้านให้ คกก.กลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้าน ยืนยันไม่เอื้อผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนได้บริการที่ดีขึ้น ชี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เหตุสถานการณ์โลกไม่แน่นอน
29 มิถุนายน 2569 - เวลา 16.40 น. ที่อาคารรัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอของบประมาณจากพรก.เงินกู้วงเงิน 4 แสนล้านบาท สำหรับโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในปีนี้จะเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการขนส่งหลายประเภทต้องเปลี่ยนรถตามรอบการใช้งาน จึงเห็นว่าหากภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชนที่ใช้บริการ ได้ใช้รถรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถตรึงหรือช่วยลดภาระค่าโดยสารของประชาชนได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังเป็นการลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันของประเทศ โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการรวม 7 กลุ่ม ได้แก่ รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊ก, รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถรับจ้างรับส่งนักเรียน และรถบรรทุกสินค้า รวมเป้าหมายทั้งสิ้น 80,000 คัน
กรมการขนส่งทางบกประเมินว่า หากรถทั้ง 80,000 คัน เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 200,000 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 11 ล้านต้นต่อปี และช่วยลดการใช้น้ำมัน คิดเป็นมูลค่าราว 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวใช้ชื่อว่า Govt. Top-Up โดยจะใช้งบประมาณประมาณ 24,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินก้อนแรกให้กับผู้ประกอบการที่เปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ
เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวอาจถูกวิจารณ์ว่าไม่ใช่โครงการเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากวันนี้น้ำมันแพงขนาดนี้แล้วประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า การระบุว่าไม่เร่งด่วน แล้ววันไหนจะเร่งด่วน เพราะวันนี้เราไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางจะรุนแรงแค่ไหน เห็นได้จากการประกาศหยุดยิงเพียงไม่กี่วันก็กลับมายิงกันอีก ซึ่งไม่ทราบว่าจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน ฉะนั้นเราต้องดำเนินการในช่วงที่ยังสามารถดำเนินการได้
เมื่อถามว่า ประชาชนทั่วไปจะมีส่วนร่วมในโครงการรถเก่าแลกรถใหม่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จะมีมาตรการอื่นทยอยออกมาตามมา แต่วันนี้เราพูดถึงในส่วนของผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ประชาชนมีภาระในการจ่ายค่าโดยสาร จึงขออย่าเข้าใจผิด ตนกังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นการช่วยผู้ประกอบการอีก แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้ทำเพื่อผู้ประกอบการ แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานสะอาด และใช้รถใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อภิสิทธิ์' ผิดหวังรัฐบาลโอนงบแค่หมื่นล้านจากเป้าแสนล้าน ไม่ช่วยแก้วิกฤต ซัดใช้เงินกู้หวังผลทางการเมือง
"อภิสิทธิ์" ร่ายยาว พ.ร.บ.โอนงบ แม้สนับสนุนแต่ผิดหวังอย่างยิ่ง ซัดรัฐบาลไม่พร้อมบริหาร สงสัยโอนงบหวังผลการเมืองในอนาคตหรือไม่ ชี้จากเงินแสนล้านสุดท้ายเหลือหมื่นล้าน บอกห่วง “เอกนิติ” ที่การเมืองส่งของไปอยู่บนบ่าหลายอย่าง แต่ห่วงประเทศมากกว่า
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.นี้
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร
KGENปักหมุดดันไทยฮับฐานผลิตและส่งออกรถอีวี
’KGEN‘จับมือ ’Chery‘เร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ‘Omoda & Jaecoo’เพิ่มกำลังผลิตแตะ 8 หมื่นคันในปี 2570 ส่งออก 10 ประเทศทั่วภูมิภาค ปักธงไทยเป็นศูนย์กลางผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียน คาดยอดขายปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
‘เอกา โกลบอล’ แกร่ง!ฝ่าวิกฤตพลังงานโลกยันไร้ผลกระทบ
“เอกา โกลบอล” แกร่ง! ฝ่าวิกฤตพลังงานโลกยอดขายบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารไม่สะดุด ลูกค้ามั่นใจซัพพลายเชนตอกย้ำผู้นำกระแสตอบรับงาน ProPak Asia 2026 ทะลุเป้า

