วิกฤตพลังงานยังไม่ถึงจุดพีค! ‘ชื่นชอบ’ สะท้อนข้อเสนอ ‘พีระพันธุ์’ วางแผนรับมือล่วงหน้า แต่รัฐเพิ่งขยับตาม ย้ำบทบาท รทสช. ในฐานะพรรคร่วมฯ อย่ามองเป็นฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนอยู่รอด
9 เมษายน 2569 - นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานและราคาน้ำมันของประเทศในขณะนี้ว่า วิกฤตที่แท้จริงยังมาไม่ถึงเนื่องจากประเทศไทยยังใช้น้ำมันจากสต็อกเดิมที่มีต้นทุนเก่า แต่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เมื่อเข้าสู่ต้นทุนใหม่จะเป็นช่วงที่ปัญหาจริงเริ่มปรากฏอย่างชัดเจน และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านจะยุติเมื่อใด ส่งผลให้ไทยอาจต้องแข่งขันแย่งทรัพยากรพลังงานกับหลายประเทศ
นายชื่นชอบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เคยเสนอแนวทางรับมือกับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เช่น การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การลดภาษี การจัดเก็บภาษีลาภลอย เพื่อนำมาช่วยบรรเทาภาระประชาชนและชะลอผลกระทบจากวิกฤต แต่รัฐบาลไม่ได้รับฟังและยังมีการตอบโต้อย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุดรัฐบาลก็เริ่มใช้บางแนวทางที่นายพีระพันธุ์เคยเสนอไป แม้จะยังไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ก็ถือว่าดีกว่าไม่ดำเนินการใด ๆ
“รัฐบาลไม่รับฟังข้อเสนอในช่วงแรก เพราะประเมินสถานการณ์คลาดเคลื่อนว่าสงครามจะยุติเร็ว ขณะที่นายพีระพันธุ์ เสนอให้เตรียมรับ Worst Case Scenario ที่อาจยืดเยื้อ” นายชื่นชอบ กล่าว
นายชื่นชอบ กล่าวว่า ทั้งนี้การประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าของนายพีระพันธุ์ ได้มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงมาตั้งแต่ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน และพยายามหาแหล่งพลังงานสำรอง รวมถึงการเจรจากับรัสเซีย แม้จะมีข้อกังวลเรื่องคุณภาพน้ำมันต่อเครื่องจักรโรงกลั่น แต่ในภาวะวิกฤตจำเป็นต้องใช้ทุกทางเลือกที่สามารถบรรเทาปัญหาได้
นายชื่นชอบ กล่าวย้ำว่า มาตรการต่างๆที่นายพีระพันธุ์เสนอ สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อำนาจพิเศษ เช่น การควบคุมราคาผ่านกระทรวงพาณิชย์ หรือการออกพระราชกำหนดตรึงราคา โดยรัฐบาลสามารถบริหารให้เกิดความสมดุลและช่วยลดภาระประชาชนได้ โดยไม่จำเป็นต้องกระทบภาคเอกชนจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อ
นายชื่นชอบ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการของรัฐบาลว่าจังหวะผิดหมด ทั้งเร็ว ช้า หนัก เบา โดยเฉพาะกรณีการใช้น้ำมันสต็อกเก่า ซึ่งไม่ควรปรับค่าการกลั่นขึ้นทันที แต่ควรเก็บส่วนต่างไว้ใช้ในช่วงที่วิกฤตจริงมาถึง เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ตรงเวลาและมีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งยังได้ประเมินสถานการณ์ในอนาคตว่าวิกฤตพลังงานมีลักษณะคล้ายช่วงโควิด-19 คือ เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างระดับโลกที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรืออาจยาวนานกว่านั้น และไม่ได้กระทบเฉพาะน้ำมัน แต่รวมถึงก๊าซ ไฟฟ้า และแก๊สหุงต้ม ตลอดจนภาคปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กขาดวัตถุดิบและต้องปิดกิจการ
นายชื่นชอบ กล่าวด้วยว่า ขอให้รัฐบาลมองพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม ทุกข้อเสนอมีเป้าหมายให้ประชาชนอยู่รอดก่อน เพราะหากประชาชนฟื้นตัวได้ ระบบเศรษฐกิจและรายได้ของรัฐก็จะกลับมาในที่สุด โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องภาษีลาภลอยและการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งมุ่งช่วยประชาชนในระยะสั้นเพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤตไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดี ธพ. แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง ชง 'ดีเอสไอ' เชือดขบวนการกักตุน
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไปว่า โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความผิดฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลในเอกสารไม่ครบถ้วนนั้น
แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ดีเอสไอ จ่อหมายเรียก 6 โรงกลั่นน้ำมัน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเอกสารใบกำกับขนส่งทางเรือ
อธิบดีดีเอสไอ เผย 6 โรงกลั่นน้ำมัน ปิดบังเอกสารสำคัญใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ 166 ฉบับ ช่วงไทยประสบปัญหาวิกฤติตะวันออกกลางเดือน ไม่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเพื่อเวียนใช้เอกสาร หลัง “กรมธุรกิจพลังงาน”
'พีระพันธุ์' หวั่นปลดล็อก 8 ธุรกิจคนต่างด้าว ตัดอำนาจพาณิชย์ กระทบความมั่นคงชาติ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวแสดงความกังวลต่อกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่เปิดทางยกเว้นธุรกิจบริการ 8 ประเภท
'เพื่อไทย' กำชับ สส. ห้ามแตกแถว อภิปรายหนุน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค
เด็ก รทสช.แนะรัฐบาลคิดให้รอบด้านปมแลนด์บริดจ์
'นราพัฒน์' แนะรัฐคิดรอบด้าน 'แลนด์บริดจ์' อาจไม่ใช่คำตอบ! ห่วงกระทบทะเล-ท่องเที่ยวระยะยาว ย้ำพัฒนาต้องไม่ทำลายธรรมชาติ

