14 เมษายน 2569 - นายมารุต ชุ่มขุนทด นักธุรกิจชื่อดังชาวนครราชสีมา และอดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา และอดีตผู้สมัคร สส.นครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ "มารุต กอล์ฟ ชุ่มขุนทด" เผยแพร่บทความหัวข้อ "สงกรานต์นี้รัฐพยายามประคอง แต่หลังสงกรานต์นี้คือสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญ" ซึ่งมีผู้อ่าน 1.4 ล้านคน มีผู้แชร์ 4.1 พันครั้ง เนื้อหามีดังนี้
การออกมาพูดไม่ได้เพื่อทำให้ใครกลัว แต่ผมมาพูดเพื่อทำให้คนไทย “รู้ทัน” เพราะเวลานี้ สิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่อันตรายที่สุดคือ การที่ประเทศกำลังเจอวิกฤติ
แต่ประชาชนยังไม่ถูกบอกความจริงมากพอ
วันนี้หลายคนยังรู้สึกว่า ชีวิตก็ยังพอไปได้ ยังมีน้ำมันเติมได้ ยังซื้อของได้ ยังเดินทางได้ เอารถกลับสงกรานต์ยังแน่นถนน แต่ผมอยากให้ทุกคนมองลึกกว่าราคาที่เห็นอยู่ตรงหน้า เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันในปั๊ม
แต่มันคือ “ต้นทุนทั้งระบบ” ที่กำลังค่อย ๆ ไหลเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา
วิกฤติที่ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ เพราะเส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลก เหลือ 20% นี้คือประเทศในเอเชียเกือบ 100%
และแม้จะมีสัญญาณคลี่คลายบางช่วง แต่การเดินเรือยังติดขัดจากผลของความขัดแย้งที่ผ่านมา ทำให้ตลาดพลังงานยังเปราะบาง และเอเชียยังเป็นภูมิภาคที่รับแรงกระแทกหนัก
เมื่อพลังงานสะดุด ค่าขนส่งก็สะดุด เม็ดพลาสติกก็แพงขึ้น บรรจุภัณฑ์ก็แพงขึ้น ต้นทุนโรงงานก็แพงขึ้น สุดท้ายราคาสินค้าทั้งระบบก็ขยับขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว ของจะขายไม่ได้ ค้าขายจะสะดุด
วันนี้ผู้ประกอบการไทยหลายรายเริ่มพูดตรงกันแล้วว่า เม็ดพลาสติกและเรซินขยับขึ้นแรง บางรายระบุว่าราคาในประเทศขึ้น 30-40% ภายในไม่กี่สัปดาห์ และซัพพลายเออร์บางส่วนรับออเดอร์ได้แค่ถึงเดือนเมษายนเท่านั้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเตือนถึงความเสี่ยงเรื่องต้นทุนพุ่งและบรรจุภัณฑ์ตึงตัว.
แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คืออะไรครับ แปลว่า ของที่ท่านซื้อวันนี้ อาจยังราคาเท่าเดิม แต่ปริมาณน้อยลง ซองเล็กลง ชิ้นน้อยลง ขวดบางลง แพ็กเกจเรียบลง นี่คือความแพงที่ไม่ตะโกน แต่มันกัดกินเงินในกระเป๋าของประชาชนทุกวัน ราคาอาจยังไม่ขยับบนป้าย แต่ของในมือเราลดลงแล้ว
นี่แหละครับคือความจริงที่ประชาชนกำลังเจอ และหลังสงกรานต์นี้ ภาพนี้จะยิ่งชัดขึ้น เพราะช่วงสงกรานต์ รัฐยังใช้มาตรการตรึงและพยุงหลายอย่างไว้ก่อน ทั้งการตรึงค่าโดยสารช่วงเดินทางและเงินช่วยต้นทุนน้ำมันภาคขนส่งเป็นเวลา 42 วัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐเองก็ประกาศแล้วว่ามาตรการประหยัดพลังงานเพิ่มเติมจะเริ่มหลังวันที่ 20 เมษายน เช่น การจำกัดการขายน้ำมันบางช่วงเวลาในตอนกลางคืน. นั่นหมายความว่าอะไร
นั่นหมายความว่า ช่วงสงกรานต์นี้ ประเทศกำลัง “ประคอง” แต่หลังสงกรานต์ ประเทศต้อง “เผชิญ” เมื่อพี่น้องกลับจากบ้าน กลับจากต่างจังหวัด กลับเข้ากรุงเทพฯ กลับเข้าโรงงาน กลับเข้าสำนักงาน กลับเข้าสู่ชีวิตจริง
สิ่งที่รออยู่ ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยจากการเดินทาง แต่คือบิลค่าใช้จ่ายที่กำลังจะหนักขึ้น ค่าเดินทางจะแพงขึ้น อาหารนอกบ้านจะแพงขึ้น ของใช้ประจำวันจะแพงขึ้น หรือไม่ก็ราคาเท่าเดิม แต่ได้น้อยลง นี่คือความจริงที่กำลังคืบเข้ามาเงียบ ๆ
ผมเข้าใจนะครับว่า รัฐบาลต้องการช่วยประชาชน การอุ้มในระยะสั้นมีความจำเป็น แต่การอุ้มอย่างเดียว โดยไม่พูดความจริงเลย คือการทำให้ประชาชนไม่ทันตั้งตัว
ผมไม่ได้บอกให้หยุดช่วย แต่ผมกำลังบอกว่า ช่วยอย่างเดียวไม่พอ ต้อง “เตือน” ด้วย ต้อง “บอกความจริง” ด้วย ต้อง “ชวนทั้งประเทศปรับตัว” ด้วย เพราะงบประมาณของรัฐไม่ใช่บ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้ง การตรึงราคาไม่ใช่เวทมนตร์ และการซ่อนต้นทุนไว้ใต้พรม ไม่ได้แปลว่าต้นทุนนั้นหายไป
วันหนึ่ง เมื่อรัฐอุ้มไม่ไหว ต้นทุนทั้งหมดจะไหลกลับมาหาประชาชนพร้อมกัน วันนั้นจะไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่จะเป็นกับข้าวแพง ค่าเดินทางแพง ค่าแพ็กเกจจิ้งแพง ค่าผลิตแพง ค่าครองชีพทั้งระบบแพง และคนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่คนตัวใหญ่ แต่คือคนหาเช้ากินค่ำ คือแรงงาน คือพ่อค้าแม่ค้า คือครอบครัวที่เงินเดือนยังเท่าเดิม แต่รายจ่ายโตเร็วกว่ารายได้
ประเทศที่รับมือวิกฤติได้ ไม่ใช่ประเทศที่ทำให้ประชาชน “ไม่รู้สึกอะไร” แต่คือประเทศที่ทำให้ประชาชน “รู้ตัวเร็ว” และ “ปรับตัวทัน” ผู้นำที่แท้จริง ไม่ได้มีหน้าที่พูดแต่สิ่งที่คนอยากฟัง
ผู้นำที่แท้จริง ต้องกล้าพูดสิ่งที่คนจำเป็นต้องรู้ ต้องกล้าบอกว่า จากนี้ประหยัดพลังงานให้มากขึ้น โอเค วางแผนการใช้เงินให้รอบคอบขึ้น หุงข้าวกินเองมากขึ้น ทำกับข้าวกินเองมากขึ้น ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลง ลดการพึ่งพาความสะดวกที่สิ้นเปลืองลง นี่ไม่ใช่การถอยหลัง แต่นี่คือการเอาตัวรอดอย่างมีสติ
ในหลายประเทศ เมื่อเจอวิกฤติ เขาลดความฟุ่มเฟือยในระบบทันที ลดแพ็กเกจที่ไม่จำเป็น ลดฟังก์ชันการตลาดที่ไม่จำเป็นใช้วัสดุให้น้อยที่สุด เพราะในยามวิกฤติ หน้าที่ของระบบเศรษฐกิจไม่ใช่การสร้างภาพ แต่คือการพาคนทั้งประเทศรอดไปด้วยกัน
แต่ถ้ารัฐยังทำให้คนเข้าใจว่า ทุกอย่างยังปกติยังใช้จ่ายเหมือนเดิม ยังใช้พลังงานเหมือนเดิม ยังดำเนินชีวิตเหมือนเดิม เรากำลังพาทั้งประเทศเดินเข้าหาวิกฤติแบบไม่รู้ตัว
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่วิกฤติพลังงานแต่คือวิกฤติความจริง
เพราะเมื่อผู้นำไม่พูดความจริง ประชาชนก็ไม่มีโอกาสเตรียมตัว เมื่อประชาชนไม่ทันเตรียมตัว ครัวเรือนก็อ่อนแอ ธุรกิจก็ตั้งรับไม่ทัน สังคมก็รับแรงกระแทกเต็ม ๆ
ผมจึงอยากเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลต้องเลิกทำเหมือนกำลังซื้อเวลาแล้วทุกอย่างจะดีเอง
รัฐบาลต้องเลิกคิดว่าแค่ตรึงราคาแล้วประชาชนจะปลอดภัย รัฐบาลต้องกล้าพูดให้ชัดว่า หลังสงกรานต์นี้ คนไทยกำลังจะเจออะไร อะไรจะขยับ อะไรจะตึง อะไรต้องระวัง
และเราทุกคนต้องปรับตัวยังไง เพราะประชาชนไทยไม่ได้อ่อนแอเกินกว่าจะรับความจริง แต่ประชาชนไทยกำลังถูกทำให้ไม่เห็นความจริง และนั่นต่างหาก คือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของการบริหารประเทศในเวลานี้
ในยามปกติ ผู้นำอาจสร้างความหวังด้วยคำพูดสวยหรู แต่ในยามวิกฤติ ผู้นำต้องสร้างความอยู่รอดด้วยความจริง ความจริงอาจไม่เพราะแต่ความจริงช่วยให้คนรอด ความจริงอาจไม่ทำให้คนปรบมือทันที แต่ความจริงทำให้ครอบครัวไทยตั้งหลักได้
และถ้าเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ เราจะผ่านไปได้ ไม่ใช่ด้วยการหลอกกันว่าไม่มีปัญหา
แต่ด้วยการยอมรับปัญหา แล้วร่วมกันปรับตัวตั้งแต่วันนี้
ถ้าไม่เริ่มพูดวันนี้ วันหน้าความจริงจะพูดแทนเรา
และวันนั้น ประชาชนจะเป็นคนจ่ายราคาแพงที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียกแล้ว คืบหน้า 2 คดี คลังน้ำมันอ่างทอง-6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก "สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี" น้องชายเสี่ยตือคอสโม่ เบื้องหลังตัวจริงรับประโยชน์จากการค้าน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ให้รับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง-ขายเกินราคา จันทร์ 8 มิ.ย.69
สรุปยอด 2 วัน แห่ลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทย พลัส' ทะลุ 25 ล้านสิทธิ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม
โฆษกรัฐบาล ประมวลผลภารกิจนายกฯเยือนฝรั่งเศส
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ค. 2569 ไม่ใช่เพียงการเยือน แต่เป็น "working visit" ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการปักหมุดประเทศไทยในยุโรป เปิดประตูโอกาสด้านการค้า การลงทุน พลังงาน วัฒนธรรม การศึกษา ความมั่นคง และความร่วมมือระยะยาวกับฝรั่งเศสและภูมิภาคยุโรป
อธิบดี ธพ. แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง ชง 'ดีเอสไอ' เชือดขบวนการกักตุน
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไปว่า โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความผิดฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลในเอกสารไม่ครบถ้วนนั้น
แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ดีเอสไอ จ่อหมายเรียก 6 โรงกลั่นน้ำมัน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเอกสารใบกำกับขนส่งทางเรือ
อธิบดีดีเอสไอ เผย 6 โรงกลั่นน้ำมัน ปิดบังเอกสารสำคัญใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ 166 ฉบับ ช่วงไทยประสบปัญหาวิกฤติตะวันออกกลางเดือน ไม่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเพื่อเวียนใช้เอกสาร หลัง “กรมธุรกิจพลังงาน”

