เอ็ดดี้ มอง 'ถุย' ของนายกฯอนุทิน ไม่ใช่แค่คำหลุดบนเวทีสงกรานต์ คือสัญญาณทางการเมืองที่น่าคิด

20 เม.ย.2569-อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง “ถุย ของนายกฯ ทำให้แบรนด์ “อนุทิน” ได้พื้นที่สื่อมหาศาล แต่……..” เนื้อหาระบุว่า “ถุย” ของนายกฯ อนุทิน ไม่ใช่แค่คำหลุดบนเวทีสงกรานต์ แต่คือสัญญาณทางการเมืองที่น่าคิดกว่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องมารยาทหรือความเหมาะสม หากเป็นการ “สื่อสารตัวตน” ของผู้นำอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ต้องการยืนอยู่ในภาพนักการเมืองที่พูดตามโพย พูดตามสคริปต์ และถูกห่อหุ้มด้วยภาษาราชการที่ห่างจากประชาชน

จังหวะปัดสคริปต์ พร้อมคำอุทาน “ถุย” แล้วตามด้วยการบอกว่าจะ “พูดจากใจ” นั้น มีนัยทางการเมืองชัดมาก มันกำลังส่งสารว่า ผู้นำคนนี้อยากให้ประชาชนเห็นว่า เขาพูดเอง คิดเอง และไม่ได้เป็นนักการเมืองกระดาษ

ในทางหนึ่ง นี่คือการลงทุนกับแบรนด์ “จริงใจ-เข้าถึงง่าย-พูดตรง” แต่มันก็เป็นการลงทุนที่เสี่ยงมากเช่นกัน เพราะอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าพรรคการเมือง เขาคือนายกรัฐมนตรี และเมื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งนั้น ทุกคำพูดไม่ได้สะท้อนแค่บุคลิกส่วนตัว แต่มันสะท้อนน้ำหนักของตำแหน่งผู้นำรัฐบาลทั้งตำแหน่งด้วย

สำหรับคนที่ชอบ เขาจะเห็นว่านี่คือเสน่ห์ คือผู้นำที่ไม่เสแสร้ง ไม่ตีหน้าเคร่ง และไม่พูดเหมือนอ่านเอกสารราชการ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบ เขาจะเห็นอีกแบบ เห็นว่านี่คือการทำให้แบรนด์ “นายกรัฐมนตรี” เบาลง เพราะยิ่งแบรนด์ “กันเอง” เด่นมากเท่าไร แบรนด์ “ความขรึม ความนิ่ง และวุฒิภาวะของผู้นำประเทศ” ก็ยิ่งถูกกัดเซาะมากขึ้นเท่านั้น

นี่จึงเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง มันอาจสร้างความภักดีในหมู่คนที่ชอบผู้นำสไตล์ถึงลูกถึงคน แต่ในเวลาเดียวกัน ก็อาจสร้างกลุ่มคนต้านที่แข็งขึ้นในหมู่คนที่ยึดถือมาตรฐานของตำแหน่งและพิธีการทางการเมือง

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ” แต่คือรัฐบาลจะเปลี่ยนโมเมนต์ไวรัลนี้ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่ ถ้าทำได้ มันก็จะถูกจดจำในฐานะสีสันของผู้นำที่พูดกับประชาชนตรงๆ แต่ถ้าทำไม่ได้ มันจะกลายเป็นแผลเป็นทางภาพลักษณ์ ที่คู่แข่งพร้อมหยิบกลับมาใช้ซ้ำทุกครั้ง เมื่อสังคมตั้งคำถามเรื่องวุฒิภาวะและความเหมาะสมของผู้นำประเทศ

และในยุคคลิปสั้น ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าเขาพูดอะไร

แต่อยู่ตรงที่ทั้งประเทศจะจำ “คำเดียว” มากกว่าสาระทั้งหมดที่เหลือ นั่นหมายความว่า จากเวทีที่ควรสื่อสารเรื่องท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการลงพื้นที่ของนายกฯ สุดท้ายกลับถูกย่อเหลือเพียงโมเมนต์ไวรัลคำเดียว โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การออกมาเถียงว่า “คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ” ให้ยืดยาว เพราะยิ่งเถียง ก็ยิ่งช่วยให้อัลกอริทึมขยายคำนี้ซ้ำ ๆ สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือรีเฟรมสั้น ๆ แล้วพากลับไปที่สาระทันที

ยอมรับว่าบรรยากาศงานเป็นกันเอง ย้ำว่าเจตนาคืออยากพูดกับประชาชนตรง ๆ แล้วรีบดึงเรื่องกลับมาที่เนื้องาน ว่ารัฐบาลไปทำอะไร ไปสื่อสารอะไร ไปแก้ปัญหาอะไร เพราะถ้าปล่อยให้สังคมจำแต่ว่า “นายกฯ พูดคำว่าอะไร” โดยจำไม่ได้ว่า “นายกฯ ไปทำอะไร” นั่นแปลว่าเกมสื่อสารพลาดแล้ว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายดัง' ร้องนายกฯ ปราบมาเฟียป่าตอง แฉ 'ว.' รีดค่าคุ้มครอง

'ทนายชุมสาย' ร้อง 'อนุทิน' ปราบมาเฟียป่าตอง แฉ 'นาย ว.' ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล-รีดค่าคุ้มครอง ด้าน 'พลอยทะเล' รับเรื่อง ชงนายกฯ ลงพื้นที่สางปัญหา ย้ำนโยบายรัฐบาลปราบให้สิ้นซาก

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

'ปกรณ์' ไม่กังวล ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญแจง 'พ.ร.ก.กู้เงิน'

'ปกรณ์' ชี้ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นปม 'พ.ร.ก.กู้เงิน' เรื่องปกติ ย้ำไม่กังวล ต้องเชื่อใจกระทรวงคลัง ประเมินสถานการณ์มีความจำเป็นเร่งด่วน

นายกฯสั่งสำนักงานปลัดฯแจ้ง 'วัชระ' เรื่องเก็บภาษี 'ทักษิณ' 17,000 ล้านให้กรมสรรพากรแล้ว

'วัชระ' เผย 'อนุทิน' สั่งสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ แจ้งเรื่องเร่งรัดเก็บภาษีทักษิณ 17,000 ล้าน ให้กรมสรรพากรพิจารณาแล้ว บี้ 'ทักษิณ' ทำตามคำพิพากษาคนจะชื่นชมว่ามีเกียรติเคารพกฎหมาย

กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว