วิกฤตครั้งใหญ่มาถึงแล้ว 'ผู้เชี่ยวชาญพลังงาน' สรุปคำเตือนจาก ผอ.IEA ที่คนไทยต้องตื่นตัว

24 เม.ย.2569 - นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า

ด่วน! วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกมาถึงแล้ว : สรุปคำเตือนจากผู้อำนวยการ IEA ที่คนไทยต้องตื่นตัวทันที!

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงพลังงานมานานเกือบ 30 ปี ผมบอกได้คำเดียวว่าบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Dr. Fatih Birol ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในรายการ CNBC คือการส่งสัญญาณ "ขั้นสุด" ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมันขึ้น ๆ ลง ๆ แต่นี่คือ "พายุพลังงาน" ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเราทุกคนครับ

ผมสรุปเนื้อหาสำคัญที่ถอดจากการสัมภาษณ์ (Direct Transcription) มาให้แบบเน้น ๆ ดังนี้ครับ:

สรุปเจาะลึกบทสัมภาษณ์ IEA: ความจริงที่โลกกำลังเผชิญ

1. การเปรียบเทียบเชิงสถิติ: ทำไมครั้งนี้ถึง "ใหญ่" กว่าทุกครั้ง?
Dr. Birol เริ่มต้นด้วยการยืนยันว่าสิ่งที่โลกเผชิญอยู่ตอนนี้คือ "วิกฤตพลังงานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา" โดยใช้ตัวเลขเปรียบเทียบกับวิกฤตการณ์น้ำมันในอดีต (Oil Shock 1973 และ 1979):
• ในอดีต: วิกฤตทั้งสองครั้งรวมกัน โลกสูญเสียน้ำมันไปประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน
• ปัจจุบัน: เราสูญเสียน้ำมันออกจากตลาดไปแล้วถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน
• ก๊าซธรรมชาติ: ผลกระทบจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ก๊าซหายไปจากระบบเดิมถึง 75 BCM และปัจจุบันตัวเลขพุ่งเกิน 100 BCM ไปแล้ว

2. ห่วงโซ่อุปทานที่มากกว่าแค่ "น้ำมัน"
สิ่งที่น่ากังวลกว่าเชื้อเพลิงคือ "สินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ (Vital Commodities)" ที่ถูกตัดขาดจากห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่:
• ปุ๋ย และ ปิโตรเคมี: ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานของอาหารและอุตสาหกรรม
• ก๊าซฮีเลียม และ กำมะถัน (Sulfur): ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการผลิตขั้นสูง
Dr. Birol เตือนว่าโลกกำลังจะ "ค้นพบ" ผลกระทบที่แท้จริงของความขาดแคลนเหล่านี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือกี่เดือนข้างหน้า

3. วิกฤต "คอขวด" ที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
จุดที่อันตรายที่สุดในขณะนี้คือเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก:
• ปริมาณการไหลเวียน: เดิมทีมีน้ำมันไหลผ่านจุดนี้ 25 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่านั้น
• ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก: Dr. Birol ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า "มันไม่เมคเซนส์เลยที่เศรษฐกิจโลกมูลค่า 110 ล้านล้านดอลลาร์ จะถูกจับเป็นตัวประกันโดยคนไม่กี่ร้อยคนพร้อมอาวุธ ในพื้นที่ช่องแคบที่กว้างเพียง 50 กิโลเมตร"

4. วิกฤตน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ในยุโรป
ยุโรปกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่ง:
• ยุโรปนำเข้าน้ำมันเครื่องบิน 75% จากตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนี้กลายเป็น ศูนย์
• การนำเข้าทดแทนจากเอเชียก็ติดข้อจำกัดด้านการส่งออก (Export Restrictions)
• ผลกระทบ: สายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง Lufthansa, KLM และ SAS เริ่มลดเที่ยวบินแล้ว และในเดือนสิงหาคม ความต้องการน้ำมันเครื่องบินจะสูงกว่าเดือนมีนาคมถึง 40% ซึ่งอาจนำไปสู่การระงับเที่ยวบินจำนวนมากหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น

5. การตอบโต้ของ IEA และมาตรการที่รัฐบาลต้องทำ
IEA ได้ดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก:
1. การปล่อยน้ำมันสำรอง: ปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาดเพื่อลดราคา (ช่วยลดราคาได้ประมาณ 20 ดอลลาร์) แต่นี่เป็นเพียงการ "บรรเทาความเจ็บปวด" ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
2. มาตรการลดความต้องการ (Demand Restraint): เสนอให้รัฐบาลทั่วโลกใช้มาตรการ เช่น การทำงานทางไกล (Teleworking), การสนับสนุนขนส่งสาธารณะ และการจำกัดความเร็วรถยนต์
3. การประสานงานระหว่างประเทศ: เช่น ความร่วมมือกับสิงคโปร์และไนจีเรียเพื่อกระจายสินค้าพลังงาน

6. มุมมองต่อสหรัฐฯ และราคาตลาดโลก
แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลก และกำลังมุ่งสู่นิวเคลียร์เพื่อความมั่นคง แต่ Dr. Birol ย้ำว่า "ไม่มีประเทศไหนรอดพ้นจากความผันผวนของราคาได้" เพราะราคาน้ำมันมีราคาเดียวคือราคาตลาดโลก (International Price) และปัจจุบันผู้ผลิตนอกภูมิภาค (สหรัฐฯ, บราซิล, กายอานา, นอร์เวย์) แทบจะไม่มี "กำลังการผลิตส่วนเกิน (Spare Capacity)" เหลือเพียงพอที่จะเข้ามาทดแทนส่วนที่หายไปได้ทั้งหมด

7. บทสรุปสู่การเปลี่ยนแปลงระยะยาว
วิกฤตนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก (Energy Transition) เหมือนที่ยุค 70 ก่อให้เกิดพลังงานนิวเคลียร์:
• ประเทศต่าง ๆ จะต้องทบทวน "พันธมิตรทางการค้าพลังงาน" และ "เส้นทางการค้า" ใหม่
• เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและนิวเคลียร์จะถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น (เช่นในยุโรปที่กำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 300% หลังความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน)

คำเตือนถึงคนไทย: ผลกระทบที่เลี่ยงไม่ได้
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอเตือนว่าไทยเราคือ Net Energy Importer (ประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ) สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราคือ:
1. ค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันจะผันผวนรุนแรงในระยะยาว: อย่ามองแค่ระยะสั้น เพราะ IEA ย้ำว่าวิกฤตนี้จะอยู่กับเราไป "อีกหลายปี"
2. วิกฤตราคาอาหาร: เมื่อราคาปุ๋ยโลกพุ่ง ต้นทุนเกษตรกรไทยจะสูงขึ้น ผลกระทบจะมาถึงโต๊ะอาหารของท่านแน่นอน
3. ความเสี่ยงด้านความมั่นคง: หากเรายังพึ่งพาก๊าซนำเข้าเพื่อผลิตไฟฟ้ามากเกินไป เราจะตกอยู่ในสภาวะที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย

ทางรอดและบทสรุป: ไทยควรรับมืออย่างไร?
เราจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แล้วครับ นี่คือสิ่งที่ไทยต้องเร่งทำทันที:

1. พึ่งพาตัวเองด้วย Solar + Battery (BESS): ภาครัฐและเอกชนต้องเร่งสนับสนุนให้บ้านเรือนและโรงงานติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อลดภาระจากค่าไฟฐานที่พุ่งสูง นี่คือทางรอดที่ทำได้เร็วที่สุด

2. เร่งพัฒนาพลังงานฐาน (Baseload) จากในประเทศ: เราต้องผลักดันเทคโนโลยีอย่าง Advanced Geothermal (EGS) หรือพลังงานความร้อนใต้พิภพขั้นสูง ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ 24 ชั่วโมงจากใต้ดินของเราเอง ไม่ต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศ รวมถึงพลังงานทางเลือก basedload เช่น SMR / Nuclear .

3. นโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Technocrat Lead): การบริหารพลังงานต้องตัดเรื่องการเมืองออกไป และใช้การคำนวณเชิงวิศวกรรมและโมเดลข้อมูลจริงมาวางแผน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของโลก
โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ และเราไม่มีวันกลับไปจุดเดิม

ผมอยากให้คนไทยทุกคนตระหนักว่า "พลังงาน" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือลมหายใจของเศรษฐกิจและชีวิตเรา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักวิชาการ' ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับวิกฤตพลังงาน เป็นเครื่องมือจำเป็นประคองเศรษฐกิจ ฟื้นประเทศระยะสั้น สร้างรากฐานระยะยาว ขอใช้งบคุ้มค่า ยึดวินัยการคลัง

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีแนวคิดการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบวิกฤตพลังงานโลก ว่า เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นเครื่องมือทางการคลังที่จำเป็นในการรับมือแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก

นักวิชาการ ชี้ “เรือ SCG ผ่านฮอร์มุซ” สำเร็จ ภาพสะท้อน ประสิทธิภาพรัฐทำงานได้จริง ยกบทบาท “สีหศักดิ์” เดินเกมทูตเชิงรุกคลี่คลายวิกฤต

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีเรือของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียง “ข่าวดี” เชิงสถานการณ์ แต่สะท้อน “ประสิทธิภาพของรัฐ”

เรือ 'ลับ' ของอิหร่านกว่า 20 ลำแล่นผ่านการปิดล้อมของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การที่สหรัฐฯ จะได้ยูเรเนียมจากอิหร่านนั้นจะเป็นเรื่อง "ยาวนาน" และ "ยากลำบาก" ภายหลังจากการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของเตหะรานเมื่อปีที่แล้ว

ลุ้นข่าวดีอีก! 'สีหศักดิ์' แย้ม กลาโหมโอมาน ประสานขอรายชื่อเรือไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

‘สีหศักดิ์‘ เผย ‘กลาโหมโอมาน’ประสานไทยส่งรายชื่อเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลัง‘เรือ SCG’ผ่านได้อย่างปลอดภัย