
‘เรืองไกร’ ร้อง กกต. ส่งศาลรธน.วินิจฉัย ‘สุริยะ’ ปมเด้ง ‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ เหตุจะพ้นจากรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
1 พ.ค. 2569 – นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รีบตรวจสอบเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ ออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะตัวฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฐานมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันเข้าลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า ในหนังสือดังกล่าว แบ่งเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1.กรณีปรากฏข้อเท็จจริงในสื่อต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เกี่ยวกับการยื่นหนังสือลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ของนายราเชน ศิลปะรายะ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้ หนังสือดังกล่าว ลงวันที่ 28 เมษายน 2569 ให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569
2.ต่อมา นายราเชน ศิลปะรายะ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ซึ่งมีข้อเท็จจริงที่จะนำมาเป็นหลักฐานในการไต่สวนความจริงจากนายราเชน ศิลปะรายะ ได้อย่างมีน้ำหนักว่า กรณีดังกล่าว เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
3.ครั้นต่อมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในกรณีดังกล่าวเช่นกัน แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ยอมรับว่าหลานตัวเองได้ติดต่อขอพบนายราเชน ศิลปะรายะ เพื่อขอดูงบประมาณปี 2570 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ แต่อย่างใด และยังให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า ยังไงก็จะต้องย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ ออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพราะใกล้เกษียณแล้วนั้น
4.จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ จึงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เป็นความปรากฏต่อ กกต. แล้ว และจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอย่างแพร่หลายนั้น จึงทำให้ กกต. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฐานมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
5.จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในข่าวต่าง ๆ เช่น ตามสำเนาข่าวที่แนบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ จากนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนต่าง ๆ ไปแล้ว รวมทั้งบันทึกการโทรติดต่อกับบุคคลต่าง ๆ โดยเร็ว พร้อมทั้งมีหนังสือเรียกนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาให้ข้อเท็จจริงประกอบ เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณามีคำสั่งให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย
6.การที่รัฐมนตรีจะมีลักษณะต้องห้ามฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฐานมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) นั้น ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ไว้ส่วนหนึ่งแล้วดังนี้
“พิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และมาตรา 170 เป็นบทบัญญัติในหมวด 8 คณะรัฐมนตรี มาตรา 160 บัญญัติว่า “รัฐมนตรีต้อง … (4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง …” และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ … (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 …”
รัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เนื่องจากรัฐมนตรีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของรัฐหรืออำนาจทางการเมืองซึ่งมีผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตของปัจเจกชน ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากประชาชน และในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องถูกตรวจสอบทั้งในเรื่องส่วนตัวและความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ทุกแง่มุมตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งด้วย รัฐธรรมนูญยังปรากฏเจตนารมณ์ตามคำปรารภว่า มีการวางกลไกป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวด เด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ จึงบัญญัติคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มเติม จากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ในลักษณะที่มีความเข้มงวดมากกว่าบุคคลที่จะใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ซึ่งต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า โดยเพิ่มเติมทั้งในส่วนที่กำหนดให้ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) รวมทั้งต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท และต้องไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (7) และ (8) ด้วย คำปรารภและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าวชี้ให้เห็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติสูงกว่าบุคคลที่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อเป็นการวางมาตรฐานหรือยกระดับคุณสมบัติของรัฐมนตรีให้สูงขึ้น เนื่องจากรัฐมนตรี เป็นส่วนประกอบของคณะรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคหนึ่ง
ด้วยเหตุที่จริยธรรมเป็นข้อประพฤติปฏิบัติ หลักเกณฑ์ หรือมาตรฐานความประพฤติในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ชอบธรรม และเป็นที่ยอมรับในสังคม และเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำซึ่งเป็นสํานึกความรับผิดชอบ ส่วนบุคคลของแต่ละคนที่อยู่ในบทบาท ฐานะ หรือตำแหน่งต่าง ๆ ยึดถือปฏิบัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) กำหนดกรอบจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ และหลักเกณฑ์ทั้งสองประการ จำเป็นต้องพิจารณาให้สอดรับกัน รัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) บัญญัติให้รัฐมนตรีต้อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” คําว่า “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” นั้น คําว่า “ซื่อสัตย์” หมายความว่า ประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง ส่วนคําว่า “สุจริต” หมายความว่า ความประพฤติชอบ โดยความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) นี้ เป็นคุณธรรมสำคัญขั้นพื้นฐานของบุคคลทั่วไป และเป็นส่วนหนึ่งของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (Integrity)
ทั้งนี้ การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ย่อมหมายความว่ารัฐมนตรีต้องไม่มีพฤติกรรมที่บกพร่องจากมาตรฐาน หรือ “ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริต หรือพฤติการณ์บิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไปซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นโดยมิชอบ แต่ไม่ถึงกับต้องแสดงให้ปรากฏว่าบุคคลนั้น มีความประพฤติดีงามอย่างชัดเจน เพียงไม่ประพฤติตนให้ “ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน” ความประจักษ์ในที่นี้จึงหมายถึงไม่มีพฤติกรรมที่ปรากฏในทางมิชอบหรือไม่สอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นส่วนรวม
ส่วนที่ต้อง “ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) นั้น เป็นกรณีเฉพาะเจาะจงที่กำหนดไว้ในมาตรฐานทางจริยธรรม …”
7.โดยผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) (5) ดังกล่าว จึงทำให้ กกต. ต้องนำมาถือปฏิบัติในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แอ๊ด คาราบาว' แต่งเพลงให้กำลังใจ 'อธิบดีฝนหลวง'
“แอ๊ด คาราบาว” หรือ นายยืนยง โอภากุล แต่งเพลงให้กำลังใจ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีเนื้อหาของเพลงว่า
ขู่ฟ้องปิดปาก‘ราเชน’
นายกฯ ชิ่งเผือกร้อนปมเด้งอธิบดีฝนหลวงฯ "สุริยะ” สวนเดือด โต้ทุกเม็ด
ไปบีบอะไรท่าน! 'สุริยะ' แจงอีกรอบ ปมอธิบดีกรมฝนหลวงลาออก ขู่ฟ้องหากไม่หยุดพูดให้เสียหาย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายราเชนได้พยายามพูดถึงสาเหตุของการถูกโยกย้ายในหลายเรื่อง โดยพยายามสื่อให้เห็นว่าการที่ตนย้ายนั้นเป็นสาเหตุเนื่องจากว่าหลานของตน
'วัชระ' จี้ ป.ป.ช. สอบ 'สุริยะ' ย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง ชี้ส่อผิดจริยธรรม
นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับพวก กรณีโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เรื่อง ขอให้ไต่สวนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่อว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
'กล้าธรรม' พร้อมตรวจสอบ ปมอธิบดีกรมฝนหลวงลาออก หลังถูกสั่งย้าย
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมื่อวาน (29 เม.ย.) ตนได้รับการประสานจากนายราเชน จึงได้คุยกับนายไผ่ เพื่อให้เข้ามาพูดคุยในเรื่องของความไม่สบายใจของเจ้าตัวที่อยากจะเข้ามาพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก ในฐานะพี่ในฐานะน้อง ซึ่งในส่วนของรายละเอียดในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ได้ลงลึก จึงต้องขอโทษเนื่องจาก เมื่อวานนี้นายไผ่ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ facebook ส่วนตัว
นายกฯ โยนเผือกร้อน 'สุริยะ' ตอบปมเด้งอธิบดีกรมฝนหลวง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประกาศลาออกก่อนหมดอายุราชการ

