อ่านเกม 'ศุภจี' Quick Big Win ไม่ใช่แค่ทำให้เร็ว แต่ต้องทำให้เกิดผลใหญ่

11 ส.ค.2569- เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตั้ง 4 คณะทำงาน ครอบคลุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เกษตรมูลค่าสูง เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ

ถ้ามองผิวเผิน นี่อาจเป็นเพียงข่าว “ตั้งคณะทำงาน” อีกชุดหนึ่ง

แต่สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าคือ วิธีคิดที่อยู่ข้างหลัง

เพราะคุณศุภจีไม่ได้มองการท่องเที่ยว เกษตร SMEs วัฒนธรรม และการส่งออกเป็นนโยบายคนละเรื่อง แต่พยายามเอามาต่อกันเป็น “ระบบเศรษฐกิจเดียว”

นักท่องเที่ยวหนึ่งคน ไม่ควรสร้างรายได้แค่ให้สายการบิน โรงแรม หรือห้าง แต่ควรสร้างรายได้ต่อไปถึงร้านอาหาร สินค้าชุมชน เกษตรกร ผู้ผลิตอาหาร งานหัตถกรรม เมืองรอง SMEs และบริการต่าง ๆ

ทั้งหมดจะกลายเป็นห่วงโซ่มูลค่าเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่คำว่า Visitor Economy น่าสนใจกว่าการพูดแค่ว่า “นักท่องเที่ยวมาไทยกี่ล้านคน” เพราะคำถามที่สำคัญกว่า คือ นักท่องเที่ยวหนึ่งคนสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยได้มากแค่ไหน?

เงินของเขากระจายไปถึงเมืองรองและชุมชนจริงหรือไม่?

อีกเรื่องที่ผมสนใจมากคือคำว่า “Quick Big Win”

Quick Win ธรรมดา คือทำเรื่องที่เห็นผลเร็ว

แต่ Quick Big Win ต้อง “เร็ว” และต้อง “สร้างผลกระทบมากพอ” โดยเฉพาะการปลดล็อกกฎระเบียบ ลดขั้นตอน ลดภาระใบอนุญาต และลดต้นทุนในการทำธุรกิจ

นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการช่วยเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการ “ใช้เงิน” เสมอไป

บางครั้งผู้ประกอบการไม่ได้ต้องการเงินจากรัฐบาลเพิ่ม

แต่ต้องการให้รัฐบาลเอาสิ่งที่ขวางทางออก

กฎที่ล้าสมัย

ขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน

ใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น

หรือกระบวนการที่ทำให้เสียทั้งเวลาและต้นทุน

ถ้าปลดล็อกตรงนี้ได้ ผลกระทบอาจมากกว่าการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเสียอีก

อีกจุดหนึ่งที่ดูเป็นวิธีบริหารแบบ CEO คือ

งานต้องมีเจ้าภาพ

มีเป้าหมาย

มีกรอบเวลา

และสุดท้ายต้องวัดผลได้

แต่ตรงนี้ผมอยากย้ำว่า “การตั้งคณะทำงานยังไม่ใช่ผลงาน”

คำว่า Quick Big Win จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่ออีก 6 เดือนถึง 1 ปี เรากลับมาตรวจสอบแล้วตอบได้ว่า

กฎอะไรถูกแก้แล้ว?

ขั้นตอนอะไรลดลง?

ต้นทุนผู้ประกอบการลดลงเท่าไร?

SMEs เข้าถึงตลาดใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่?

เมืองรองและชุมชนมีรายได้เพิ่มจริงหรือไม่?

สินค้าเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นแค่ไหน?

ถ้าตอบไม่ได้ Quick Big Win ก็อาจเป็นเพียงคำสวย ๆ อีกคำหนึ่ง

แต่ถ้าตอบได้ด้วยผลลัพธ์จริง

สิ่งที่ศุภจีกำลังทำอาจน่าสนใจกว่านโยบายใดนโยบายหนึ่ง

เพราะมันคือการทดลองว่า “วิธีคิดแบบ CEO จะเปลี่ยนวิธีทำงานของระบบราชการได้มากแค่ไหน?”

ต่อจากนี้คือบทพิสูจน์ว่า จะเปลี่ยนวิธีคิดให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนและผู้ประกอบการสัมผัสได้จริงหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี' หนุน กขค.ปฏิรูปการแข่งขัน ดันไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

“ศุภจี” ชูการแข่งขันที่เป็นธรรมเป็นเสาหลักยุทธศาสตร์ประเทศ หนุน กขค.เป็น “ผู้กำกับดูแลเชิงรุก” เปิดทางธุรกิจใหม่-SMEs เติบโต พร้อมใช้ “แว่นการแข่งขัน” ทบทวนกฎรัฐ

'ศุภจี' ชี้ส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 25 เดือน ย้ำโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ 'ส่งออกโต' แต่ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์มากขึ้น

“ศุภจี” ชี้ส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 25 เดือน ย้ำโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ส่งออกโต” แต่ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์มากขึ้น เดินหน้า 3 สมดุล “ตลาด-สินค้า-รายได้” กระจายโอกาสสู่ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก

รองนายกฯ และ รมว.พณ. "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" และรมว.ทส. "สุชาติ ชมกลิ่น" ร่วมพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

20 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมเป็นเกียรติในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ ณ

'ศุภจี' ลุยสุวรรณภูมิ เร่งแก้คอขวด ตม. เพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับประสบการณ์และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569

สยบข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี

นายกฯ ปัดข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี แยกความมั่นคงกับการค้า ถามหาคนเปิดประเด็น ย้ำ Cobra Gold เดินหน้าปกติ