'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า

“อธิบดีดีเอสไอ” มอบหมายกองคดีความมั่นคงเร่งตรวจสอบบริษัท 34 เจ้าบนเกาะสมุย-เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ส่อเข้าข่ายนอมินี ใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้าแทนต่างชาติหลายสัญชาติ หลัง “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” รายงานข้อมูลพบมีสินทรัพย์รวมกว่า 100 ล้านบาท ล่าสุดพบ 20 บริษัทเข้าข่าย “ดีเอสไอ” ขยายผลตั้งเรื่องสืบสวน คุ้ยเชิงลึก รายชื่อผู้ถือหุ้น-สัดส่วนการถือหุ้น-การเปลี่ยนผ่านผู้ถือหุ้นภายในบริษัทฯ พิสูจน์ถือหุ้นจริงหรือถือแทนคนต่างด้าว

12 พฤษภาคม 2569 - จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ค. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเท่าเทียมในการประกอบธุรกิจ

โดยในการประชุมพบข้อมูลเชิงลึกจากการสแกนข้อมูลบริษัทในหลายจังหวัดท่องเที่ยวว่ามีความเสี่ยงเข้าข่ายการดำเนินธุรกิจผ่านนอมินีจำนวนมากและมีรูปแบบซับซ้อน รวมทั้งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีชาวต่างชาติบางกลุ่มรวมตัวแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพยากรของประเทศ และมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนในพื้นที่

โดยทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันวางแนวทางการตรวจสอบบริษัทนอมินี เบื้องต้นจะเริ่มจากการตรวจสอบที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายลำดับแรกในการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบเชิงรุก โดยได้นำข้อมูลบริษัทจำนวนกว่า 11,426 บริษัท มาวิเคราะห์และจำแนกระดับความเสี่ยงเป็นสูง กลาง และต่ำ เพื่อวางแผนตรวจสอบอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และจะได้มีการขยายผลตรวจสอบนอมินีครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทางดีเอสไอก็ได้มีการมอบหมายให้กองคดีความมั่นคงตั้งเรื่องสืบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้าถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานข้อมูลจำนวนบริษัท 34 แห่งที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาท มาให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก

ล่าสุดก็พบว่ามีบริษัทจำนวนประมาณ 20 แห่งจากทั้งหมด 34 แห่งที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 100 ล้านบาท ดังนั้น ดีเอสไอจะต้องขยายผลดูรายละเอียดในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัททั้ง 20 แห่งดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลใดบ้าง และแต่ละรายถือหุ้นในสัดส่วนเท่าไร หรือถือหุ้นจริงหรือไม่ เพราะว่าพนักงานสืบสวนดีเอสไอก็จะต้องนำไปเปรียบเทียบว่าผู้ถือหุ้นรายนั้นสมฐานานุรูป หรือว่าระหว่างที่ดำเนินกิจการนั้น บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนผ่านมือผู้ถือหุ้นจากรายใดไปสู่รายใดบ้างหรือไม่ กล่าวโดยรวมคือการพิสูจน์ว่าบุคคลถือหุ้นด้วยตัวเองจริง หรือแค่ไปถือหุ้นเเทนคนต่างด้าว ซึ่งวิธีพิสูจน์ก็จะมีขั้นตอนของพนักงานสืบสวนอยู่แล้ว และต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนที่สุด

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า สำหรับบริษัททั้ง 20 แห่ง ที่พนักงานสืบสวนดีเอสไออยู่ระหว่างการขยายผลนั้น ข้อมูลเบื้องต้นก็พบว่าเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการหลากหลายประเภท แต่ก็ต้องใช้ตรวจสอบด้วยว่ากิจการเหล่านั้นเป็นธุรกิจต้องห้ามที่ถูกบัญญัติไว้ภายในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากพบความผิดปกติของบริษัทรายใดมีการใช้นอมินีถือหุ้นบังหน้า ก็จะได้มีการประมวลเรื่องรับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนดำเนินคดีอาญาตามพฤติการณ์ความผิดต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานด้วยว่า สำหรับระบบการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ระบบ E Biz หรือระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) และ E Filing หรือระบบยื่นงบการเงินและสำเนาบัญชีและรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ซึ่งตามหลักการแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสามารถที่จะตรวจสอบได้ว่าผู้ถือหุ้น คนใดบ้างที่มีความผิดปกติถือหุ้นเกินกว่าความสามารถที่น่าจะถือหุ้นในหลายบริษัทได้ ทั้งนี้ ยังต้องย้ำว่าระบบจดทะเบียนบริษัทโดยใช้คนไทยถือหุ้นเป็นนอมินีนั้นกลับใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน

ขณะที่ ข้อมูลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใน จ.สุราษฎร์ธานี เกาะพะงันและเกาะสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระดับโลก ที่มีโอกาสจะมีการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีสูง พบว่า จ.สุราษฎร์ธานี มีบริษัทจำกัดจำนวน 21,717 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 11,649 ราย (53.6%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 2,365 ราย (20%) 2.อังกฤษ 1,446 ราย (12%) 3.รัสเซีย 1,205 ราย (10%) 4.อิสราเอล 1,147 ราย (10%) 5.เยอรมัน 608 ราย (5%) 6.จีน 569 ราย (5%) 7.อเมริกัน 444 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 335 ราย (3%) 9.อิตาเลียน 258 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 222 ราย (2%)

เกาะพะงัน มีบริษัทจำกัดจำนวน 4,761 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน 3,213 ราย (67.48%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อิสราเอล 720 ราย (22%) 2.ฝรั่งเศส 426 ราย (13%) 3.อังกฤษ 359 ราย (11%) 4.รัสเซีย 306 ราย (10%) 5.เยอรมัน 194 ราย (6%) 6.อเมริกัน 144 ราย (4%) 7.อิตาเลียน 89 ราย (3%) 8.ยูเครน 69 ราย (2%) 9.ออสเตรเลียน 58 ราย (2%) และ 10.เบลเยียน 56 ราย (2%)

เกาะสมุย มีบริษัทจำกัดจำนวน 12,050 ราย โดยบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย (68.16%) สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ฝรั่งเศส 1,937 ราย (24%) 2.อังกฤษ 1,077 ราย (13%) 3.รัสเซีย 885 ราย (11%) 4.จีน 478 ราย (6%) 5.อิสราเอล 419 ราย (5%) 6.เยอรมัน 406 ราย (5%) 7.อเมริกัน 291 ราย (4%) 8.ออสเตรเลียน 273 ราย (3%) 9.สวิส 173 ราย (2%) และ 10.อิตาเลียน 169 ราย (2%) จากข้อมูลตัวเลขบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุน ณ เกาะพะงันและเกาะสมุยมีจำนวนถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมดของทั้ง 2 เกาะ (16,811 ราย) โดยพบว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนบน 2 เกาะ เป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศเดียวกัน .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง

“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้

'ภาวุธ' ให้ปากคำ 4 ชม. แจงคดี Forex หัวเราะลั่นไม่ได้หยุดตรวจสอบโครงการ AI แลกจบคดี

“ภาวุธ” หัวเราะ หลังถูกรุมวิจารณ์ อวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี Forex ของดีเอสไอ โต้ ถ้าแลกผลคดีได้คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ รับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุฯหลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว

‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

เพิ่มมาตรการ คุมเข้ม‘บริษัท’ สกัดใช้นอมินี

รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท ตรวจสอบยิบวงจรของนิติบุคคล การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม อุดช่องโหว่ป้องกันคนไทยเป็น "นอมินี" ให้ต่างชาติ เริ่มใช้วันที่ 1 ส.ค.

เริ่ม 1 ส.ค. รัฐบาลคุมเข้มตั้งบริษัท อุดช่องโหว่สกัด 'นอมินี' ต่างชาติ

รัฐบาลยกระดับมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท ปิดช่องโหว่การใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ หรือ “นอมินี” พร้อมบังคับยื่นหลักฐานแหล่งที่มาของเงินลงทุน เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 ย้ำไม่กระทบการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ