ดีเอสไอส่งฟ้องคดี Forex ย้ำเส้นเงิน‘ภาวุธ’ผิดปกติ

“ดีเอสไอ" นำ “ป้อม ภาวุธ”-“ฟิล์ม รัฐภูมิ” กับพวกรวม 34 ราย พร้อมสำนวน 4 หมื่นแผ่น ส่งอัยการคดีพิเศษฟ้องคดี Forex มูลค่าความเสียหายพันล้านบาท ย้ำเส้นทางเงิน 28 ล้านก่อนโอนเข้าบัญชีส่วนตัวภาวุธผิดปกติ ระบุทำหนังสือประสานประธานสภาฯ แจ้งขอส่งตัว “สส.ภาวุธ”  ส่งฟ้องแล้ว ด้าน “ฟิล์ม-ป้อม" ไม่กังวล ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ขณะที่อัยการนัด 5 ต.ค. ฟังคำสั่งฟ้องคดีหรือไม่

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เวลา 08.00  น. วันที่ 24 กันยายน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 92/2569 กรณีคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 34 ราย ต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ แบ่งเป็น นิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย โดย 2 รายในนี้คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตดาราชายชื่อดัง ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน  ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์, ร่วมกันฟอกเงิน 

ต่อมาเวลา 08.30 น. นายรัฐภูมิเดินทางมาถึงโถงรับรองดีเอสไอ โดยพูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยท่าทีปกติ ไม่มีอาการเครียด ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า วันนี้มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน โดยนายรัฐภูมิระบุว่า  มั่นใจ ไม่กังวลอะไรเลย ที่ผ่านมาได้ส่งพยานหลักฐานไปแล้วทั้งหมด ก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

ต่อมาเวลา 09.00 น. นายภาวุธเดินทางมาพร้อมกับทีมงานกฎหมายและทนายความ ก่อนเปิดเผยว่า สำหรับเรื่องเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับตนตามที่พนักงานสอบสวนพบเจอนั้น ตนได้มีคำตอบสำหรับเงินจำนวนนี้ไว้อยู่แล้ว และทุกอย่างอยู่ในสำนวนทั้งหมดแล้ว ตนยังยืนในความบริสุทธิ์ใจกับข้อมูลต่างๆ ที่ส่งให้พนักงานสอบสวน พร้อมย้ำว่า ตนไม่ใช่ผู้ให้การบริการ Forex หรือไปหลอกลวงประชาชน หรือไปฉ้อโกงประชาชนใดๆ ทั้งสิ้น และข้อมูลที่ตนส่งให้พนักงานสอบสวนสามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมด

นายภาวุธกล่าวอีกว่า แม้ว่าตนได้ชี้แจงเอกสารจำนวนมาก แต่ก็ยังถูกพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องนั้น ก็ไม่เป็นไร เดินตามกระบวนการยุติธรรม และวันนี้ตนก็มาในฐานะคนธรรมดา ไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมเข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวน ก็คงต้องรอดูรายละเอียดก่อน เพราะวันนี้หากพนักงานสอบสวนส่งตัวไปยังอัยการ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของอัยการแล้ว ตนคงไปคุยกับอัยการในภายหลังต่อไป

"ในส่วนของข้อกล่าวหา ก็ยังคงเป็นข้อหาเดิม แต่เท่าที่ดูจะเป็นข้อกล่าวหาที่มีลักษณะเป็นกลุ่มมากกว่า ฉะนั้นไม่ใช่เพียงผมเพียงคนเดียว ส่วนข้อหาสมคบฟอกเงินที่โดนด้วยนั้น จะดูรุนแรงเกินกว่าพฤติการณ์หรือไม่ ก็คงต้องไปดูในขั้นตอนของอัยการ แต่ส่วนตัวเตรียมข้อมูลและพยานหลักฐานไว้ครบทั้งหมดแล้ว และมั่นใจว่าไม่ได้ทำความผิดอะไร เพราะการเทรดทองคำครั้งนั้นกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด ก็เป็นการเทรดตามกิจกรรมปกติ" นายภาวุธกล่าว

จากนั้นเวลา 09.30 น. คณะพนักงานสอบสวนได้นำเอากล่องลังเอกสารสำนวน จำนวน 17 ลัง 102 แฟ้ม และเอกสาร 40,348 แผ่น ขนลงมาจากห้องกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อนำขึ้นรถตู้กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำไปส่งมอบให้กับพนักงานอัยการคดีพิเศษตรวจสอบสำนวนต่อไป

สำหรับพฤติการณ์ความผิดของนายภาวุธ คณะพนักงานสอบสวนระบุว่า จากการตรวจสอบการทำธุรกรรมของบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS  Global) ซึ่งบริหารโดย น.ส.มัลลิกา มากสลุด (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฝากขังพิจารณาคดี ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง) อย่างไรก็ดี บริษัท  คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) ถือเป็น 1 ใน 4 บริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) ที่มีเส้นทางการเงินรับโอน หรือรับประโยชน์จากผู้เสียหายจำนวนมากที่ได้ลงทุนเทรด Forex และพบความสัมพันธ์เชื่อมโยงในเส้นทางการเงินกับนายภาวุธ ซึ่งต่อมาในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นายภาวุธได้ยืนยันว่า ตนเองเป็นเพียงผู้เทรด และได้เทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) เพียงรายเดียว

ดังนั้น เมื่อเทรดได้ จึงได้รับโอนเงินมาจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 จำนวน 28 ล้านบาท โดยรับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ รวมถึงเมื่อตรวจสอบเชิงลึก ยังพบอีกว่า บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด มีความเกี่ยวข้องกับนายมานิตย์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB : Introducing broker) ที่ก็มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงสนิทสนมกับนายภาวุธ โดยทั้งคู่เคยมีการเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) ด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนา และที่สำคัญ นายมานิตย์มีความเกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินโยงกับบริษัท ALPFX ซึ่งเป็นบริษัทที่โอนเงินทอดแรกไปยังบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนที่บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ในวันที่ 18 ก.ค.67 ยอด 28 ล้านบาทดังกล่าว

ส่วนพฤติการณ์ของนายรัฐภูมิ ระบุว่า นายรัฐภูมิมีการประกอบธุรกิจบริษัทที่ประกอบกิจการฝึกอบรม เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านการตลาดและการจำหน่ายด้านธุรกิจ เป็นนายหน้าให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา และมีเส้นทางการเงินจากบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด โอนเข้าบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ จำนวน 25 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2562-2569 อย่างไรก็ดี บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เดิมมีชื่อว่า “บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด" ซึ่งบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจหน้ากากอนามัย จึงทำให้มีเงินไหลเวียนระหว่างบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด) กับนายรัฐภูมิ

ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนยังได้จัดทำหนังสือแจ้งถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับทราบและอนุญาตการขอส่งตัวนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สั่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องมีการขอศาลออกหมายจับแต่อย่างใด

เมื่อเวลา 11.04 น. พนักงานสอบสวนกรมคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นำตัว 34 ผู้ต้องหา ความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์, ร่วมกันฟอกเงิน โดยนำมาพร้อมกับสำนวนเป็นแฟ้มเอกสาร 17 ลัง 102 แฟ้ม เป็นเอกสารกว่า 40,000 แผ่น เพื่อส่งให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษพิจารณามีความเห็นทางคดี ทั้งนี้ อัยการนัดฟังคําสั่งทางคดีในวันที่ 5 ตุลาคมนี้

โดยวันนี้ผู้ต้องหาถูกนำตัวขึ้นรถตู้เดินทางมาที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดยอด‘เนเน่’คว้าแชมป์AGT

โลกต้องจารึก! สุดยอดสาวไทยวัย 16 ปี “เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent ซีซัน 21 หลังฝ่าด่านการแข่งขันตั้งแต่ออดิชัน

ปูวืด!ศาลตีตกยื้อจ่ายหมื่นล.

ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้นตีตกคำร้อง "ยิ่งลักษณ์" ขอพิจารณาคดีใหม่  ปมชดใช้ความเสียหายทุจริตจำนำข้าวหมื่นล้าน