'สนธิญา' ร้อง 'ดีเอสไอ' รับคดีตี๋ซีโฟร์เป็นคดีพิเศษ

'สนธิญา' ร้อง 'ดีเอสไอ' รับคดีนายหมิงเฉิน ซัน เป็นคดีพิเศษ เหตุมีพฤติกรรมเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ-อั้งยี่ ซ่องโจร ค้านฟรีวีซ่า เป็นชนวนเหตุจีนเทา-จีนดำไหลเข้าไทยก่อเหตุอาชญากรรม

14 พ.ค.2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอเพื่อขอให้ดำเนินการกรณี นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ภายหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนพกสั้นในรถ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนขยายผลจนนำไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการค้าอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก ที่พบภายในบ้านผู้ต้องหา ได้รวม 5 ราย ต่อมามีการขยายผลเชิงลึกพบข้อมูลว่านายหมิงเฉิน ซัน เป็นระดับแกนนำสแกมเมอร์ ทั้งยังพบว่าถือครองบัตรและเอกสารสำคัญในไทยหลายรายการ ซึ่งการกระทำทั้งหมดของนายหมิงเฉิน ซัน เป็นลักษณะอั้งยี่-ซ่องโจร และเป็นผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ เป็นองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศ เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ และความสงบสุขของประชาชน ด้วยการกระทำทั้งหมด จึงเป็นการเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 หมวด 3 การสอบสวนคดีพิเศษ (1) ข้อ ก,ข,ค,ง จึงเดินทางมาร้องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) หรือบอร์ดคดีพิเศษ ให้ประมวลเรื่องนายหมิงเฉิน ซัน เข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

โดย นายสนธิญา สวัสดี เปิดเผยว่า สำหรับกรณีก่อนหน้านี้ที่ตนได้เดินทางไปยื่นเอกสารยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ก็เนื่องมาจากการได้ตรวจสอบเนื้อหาภายใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อีกทั้งเมื่อไปตรวจสอบเนื้อหาภายใน พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ก็ถือว่ากฎหมายสองฉบับนี้ สามารถใช้กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกรณีของนายหมิงเฉิน ซัน ถือเป็นผู้กระทำความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ มีลักษณะเป็รการกระทำอั้งยี่-ซ่องโจร มีการครอบครองอาวุธสงคราม และยังมีกระบวนการต่าง ๆ ที่ไปสุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ และความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินคนไทย ซึ่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ จะมีบทบัญญัติ มาตรา 21 หมวด 3 อนุ 1 ข้อ ก,ข,ค,ง ที่ระบุชัดเจนว่าหากเป็นบุคคลชาวต่างชาติที่มีการกระทำด้านอาชญากรรมผิดกฎหมาย ซ่องสุมอาวุธ อั้งยี่ ซ่องโจร ก็จะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษตามเกณฑ์ของ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ ดังนั้น ตนขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร. ดำเนินการโอนสำนวนมาให้ดีเอสไอได้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ เพราะอธิบดีดีเอสไอถือเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการคดีพิเศษอยู่แล้ว จึงขอให้อธิบดีฯ ได้ประมวลเรื่องนำเข้าที่ประชุมของบอร์ดฯ เพื่อมีมติให้สอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบเนื้อหาภายในกฎหมายของดีเอสไอ จะพบว่าพฤติการณ์ของนายหมิงเฉิน ซัน เข้าข่ายอยู่ในกระบวนการทั้ง 4 ข้อของดีเอสไอ (ก,ข,ค,ง) แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการโอนสำนวนให้ดีเอสไอก่อน เพื่อที่จะได้ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวน นอกจากนี้ อยากขอให้ขยายผลดูในเรื่องของการยึดอายัดทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ให้การจับกุมในครั้งนี้ ทำให้คนไทยหรือประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย

ส่วนกรณีที่ทางตำรวจได้มีการระบุว่ายังไม่พบการกระทำความผิดอาญาอื่นของนายหมิงเฉิน ซัน นั้น นายสนธิญา กล่าวว่า ตนจะดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเจ้าหน้าที่รายใดบอกว่านายหมิง ยังไม่ได้มีการกระทำความผิดทางอาญา เพราะเท่าที่เห็น ก็มีหลักฐานเรื่องอาวุธที่ถูกสะสมกองวางไว้ภายในบ้าน ซึ่งเป็นอาวุธสงครามที่ถูกนำเข้ามาภายในประเทศประเทศไทย เช่นนี้มีความผิดหรือไม่ และตนก็ไม่เชื่อด้วยว่านายหมิง จะนำ C4 มาติดกับเสื้อเกราะ หรือมาทำระเบิดติดกับเสื้อเกราะเพื่อไปใช้อย่างประเทศกัมพูชา หากคิดแบบนั้นคงเป็นคนที่โง่มาก เพราะพื้นที่จังหวัดชลบุรี หากออกไปยังชายแดน ก็ไม่ต่ำกว่า 200 กม. จะเอาเสื้อเกราะติดกับ C4 เพื่อนั่งรถเก๋งไปยังกัมพูชา แบบนี้คิดได้หรือไม่ เพราะนายหมิงก็ถือเป็นบุคคลระดับแกนนำ มีอำนาจในกัมพูชาสูงมาก ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องมาใช้เก็บคลังแสงสำคัญภายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย และหากย้อนไปเมื่อครั้งที่เจ้าหน้าที่ของเราได้มีการทลายแก๊งสเเกมเมอร์ อาคารบ้านเรือนจำนวนมาก อาจเป็นเหตุทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับความเสียหาย และถือเป็นการแก้แค้นในเรื่องนี้หรือไม่ ตนเชื่อว่านายหมิง มีพฤติกรรมที่จะก่ออาชญากรรมในไทยมากกว่าที่กัมพูชา ส่วนกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้สัมภาษณ์ว่าการสะสมอาวุธของนายหมิงเป็นเพียงความชื่นชอบ ยังไม่ใช่เรื่องของการจะก่อวินาศกรรมนั้น ตนมองว่ามันเป็นสิทธิของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะแสดงความเห็น ซึ่งตนไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่หากมองดูแล้วมันก็เป็นเรื่องของการสะสมอาวุธเพื่อก่ออาชญากรรมในประเทศไทยและมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่

ส่วนกรณีว่าชื่อของนายหมิง เคยปรากฏอยู่ในฐานระบบข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศประเทศไทย ในส่วนของคดีอาชญากรรมอื่นมาก่อนหรือไม่นั้น นายสนธิญา กล่าวว่า ในอดีตเรื่องการก่อการร้ายเคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากไม่มีคนไทยหรือเจ้าหน้าที่รัฐไปเอื้ออำนวยให้เขา จะมีการสะสมอาวุธได้อย่างไร เพราะเท่าที่ทราบก็ทราบว่าเขามีถังน้ำมันด้วย ซึ่งเป็นลักษณะรูปแบบเดียวกันกับการก่อการร้ายในชายแดนใต้ จึงมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรต้องปกปิดแต่จะต้องนำไปสู่การแก้ไขป้องกันปัญหาอย่างรอบด้าน เพราะนายหมิง มีการสะสมอาวุธมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว อย่างไรก็ดี ในเรื่องปัญหาการข่าวของหน่วยข่าวกรอง และการเฝ้าระวังบุคคลในบัญชีรายชื่อที่น่ากังวล ตนเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ว่าการจะเฝ้าติดตามบุคคลใด ก็ต้องอ้างอิงจากการดูหมายจับ หมายแดง หรือหมายตำรวจสากลเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากดูในบริบทของประเทศไทย เรามีปัญหากับประเทศกัมพูชา ในเรื่องของสแกมเมอร์ เพราะขบวนการสแกมเมอร์ ได้มีการสร้างเม็ดเงินเป็นแสนล้านบาท เมื่อมีการกระทบกระเทือนกัน ก็ทำให้อาชญากรเสียหายรายได้จากตรงนี้ไป ทั้งนี้ มองว่าเรื่องการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวต่างชาติก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะตนไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว อย่างไรแล้วคนที่มีฟรีวีซ่าก็ต้องผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่มันก็ต้องมีการคู่ขนานไปกับการซีลพื้นที่ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงซ้ำอีก

นายสนธิญา กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ตนเชื่อว่านายหมิงจะก่อวินาศกรรมภายในประเทศไทย เนื่องมาจากตนมีสายทหารที่อาวุโสซึ่งตนนับถือบางท่าน เขาเคยทำงานอยู่บริเวณชายแดน ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่เป็นใหญ่อยู่ในขณะนี้ เขาบอกว่ากรณีของนายหมิง อาจจะพัวพันไปถึงอินฟลูเอนเซอร์บางคนด้วยซ้ำที่เคยทำงานอยู่ตรงชายแดน และอาจมีเงินบางส่วนเข้ามาหมุน หรืออำนวยความสะดวกให้กับจีนเทาเหล่านี้ วันนี้ตนจึงอยากเรียกร้องให้ยกระดับไปตรวจสอบที่อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงดาว เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการออกบัตรประชาชนที่เป็นของผู้ป่วยติดเตียง บ้างเป็นของคนตาย เพราะนายหมิงฯ ก็ได้บัตรชมพูมาจากอำเภอเหล่านี้ เพราะเป็นจุดที่มีการซื้อขายบัตรประชาชนให้แก่จีนเทาจีนดำ บางคนมีบัตรประชาชนไทยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นบัตรที่ถูกจัดทำขึ้นโดยปลัดอำเภอ เพื่อให้แก๊งสแกมเมอร์ หรือคนร้ายข้ามชาติได้ถือใช้ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ตนได้รับจากผู้ใหญ่ ก็พบว่ามันมีหลายส่วนไปพัวพันกับหลายภาคส่วนของไทยที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้ผู้ต้องหา มันจึงเพียงพอให้เขามีโอกาสได้สะสมคลังอาวุธในประเทศไทย ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ เชื่อว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับทางการเมืองอยู่แล้ว

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า หากขยายผลเชิงลึกจะพบว่ามีคนแบบนายหมิง ที่อยู่ในประเทศไทยอีกประมาณ 5 ราย เชื่อว่าเป้าหมายของคนกลุ่มนี้คือความแค้นที่ประเทศไทยไปถล่มฐานสแกมเมอร์ ซึ่งฐานสแกมเมอร์เหล่านี้ก็ล้วนได้รับการสนับสนุนจากกัมพูชา และหากสำรวจสถานการณ์ในตอนนี้จะพบว่าชายแดนไทยจะมีปัญหามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสแกมเมอร์ จีนเทา หรือแม้แต่ระดับผู้บริหารระดับสูงของกัมพูชา ที่เชื่อมโยงกับเรื่องเหล่านี้ ตนจึงขอฝากพี่น้องประชาชนคนไทยให้หมั่นช่วยกันสังเกตสอดส่องคนจีนแถวบ้าน หากมีลักษณะผิดปกติ

นายสนธิญา ปิดท้ายว่า กรณีที่นายหมิง มีการกินยาเกินขนาด ก่อนที่จะถูกนำตัวฝากขังระหว่างพิจารณาคดีไปยังเรือนจำพิเศษพัทยานั้น ตนมองว่าระหว่างนั้นนายหมิงยังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าไม่น่าปล่อยให้ผู้ต้องหากินยาเกินขนาดเช่นนั้นได้ จึงมองว่าอาจเป็นการที่ผู้ต้องหาต้องการปิดปากตัวเองหรือไม่ เพราะถ้าอยู่ในความควบคุมของตำรวจแล้ว ทุกประการที่เกี่ยวกับผู้ต้องหารายสำคัญเช่นนี้จะต้องได้รับการดูแลปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการของแพทย์ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ต้องหากินยาอะไรก็ได้ แล้วสุดท้ายต้องไปนอนอยู่ในห้อง ICU เพราะถ้าสุดท้ายแล้วผู้ต้องหาเสียชีวิตไป เราก็จำไม่ได้อะไรเลย ดังนั้น ในระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหา หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปล่อยประละเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องโดนแจ้งความ ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์หน้า ตนจะตรวจสอบกรณีของข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีการปล่อยให้บุคคลบุกรุกสถานที่ ก่อสร้างพลูวิลล่าต่าง ๆ โดยตนอาจนำข้อมูลไปร้องยังสำนักงาน ป.ป.ช. หรือดีเอสไอ ว่าข้าราชการ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ปล่อยให้ บุคคลบุกรุกสถานที่ของประเทศ และก่อให้เกิดปัญหาเรื่องนอมินีของบริษัทได้อย่างไร หมายรวมไปถึงบริเวณเกาะพะงัน เกาะสมุยด้วย เพราะเป็นไปไม่ได้ว่าในการก่อสร้างใด ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะไม่ทราบเรื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจเศรษฐ์' ตอบกะทู้สดโตโต้ชี้คดี 'ตี๋ซีโฟร์' ไม่มีตัดตอนจ่อตั้งเป็นคดีพิเศษ

'เจเศรษฐ์’ ตอบกะทู้สดโตโต้เรื่อง 'ตี๋ซีโฟร์' ยันไม่มีตัดตอนแน่ เผยพรุ่งนี้ ตร. เตรียมออกหมายตั้งข้อกล่าวหา 'จนท.รัฐ' เอี่ยว 'เฉินหมิง ซัน' ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ จ่อตั้งเป็นคดีพิเศษ

'ราชทัณฑ์' เผยหมอสงสัย 'ตี๋ซีโฟร์' ตั้งใจกินยาประจำตัวเกินขนาด!

'ราชทัณฑ์' เผยแพทย์สงสัย 'หมิงเฉิน ซัน' นักโทษคดีปืน-ระเบิดชาวจีน กินยาประจำตัวเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา เร่งตรวจเลือดหาสารพิษละเอียด ย้ำคุมเข้มขั้นสูงสุด ตรึงกำลังรอบโรงพยาบาล 24 ชั่วโมง

'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ

ผบ.ตร.สั่งด่วนทุกพื้นที่เอกซเรย์ ระดม กวาดล้างภายใน 3 เดือน ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชากา

ไทยรายงานสหรัฐฯ แฉเมืองโอร์เสม็ด กัมพูชา เป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ กักขังทรมานแรงงาน

ไทย-สหรัฐ ร่วมมือยกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ คาดโอร์เสม็ดเป็นแหล่งค้าอวัยวะ

ตายน้ำตื้น! 'สนธิญา' ร้องศาลฎีกาทบทวนคำสั่ง 10 สส.หลัง 'เท้ง' ขนสมาชิกแถลงหลังรับคำฟ้อง

'สนธิญา' ยื่นศาลฎีกา ทบทวนคำสั่ง 10 สส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมแก้ ม.112 พ่วงสอบ 'เท้ง ณัฐพงษ์' ขัดคำสั่งศาล เหตุขึ้นเวทีแถลงข่าวหลังคำวินิจฉัย