'อดีตรมว.คลัง' สอน 'นายกฯหนู' 6 เรื่องทำทันที หลัง กกร. แฉโกง

18 พ.ค. 2569 – นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เปิดโปงคอร์รัปชันถูกฟ้องกลับ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน

“เมื่อถูกถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. ดูเหมือนจะไม่จบ เพราะบางหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับ หากไม่มีหลักฐาน

นายอนุทิน กล่าวว่า “อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง “หากเรากล้าที่จะบอก ว่าคุณทำผิด คุณโกง คุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อมที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวานที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ดัชนีการรับรู้รับทราบเรื่องคอร์รัปชันว่ามาจากไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามี ก็ติ๊กถูก อย่างนั้นจะนำไปวัดว่า เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก

ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาปที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราบาป แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

ตนมีข้อวิจารณ์ดังนี้

1.นายกฯอนุทินมีหน้าที่จะต้องส่งเสริมให้มีการป้องปรามคอร์รัปชัน ดังนั้น ต้องไม่ไปให้ท้ายส่วนราชการฟ้องกลับ (ยกเว้นกรณีที่มีการระบุชื่อตัวข้าราชการทำให้เสียหาย) ต้องเบรกแนวคิดฟ้องกลับทุกกรณี ควรบอกให้ส่วนราชการเน้นหาทางปรับปรุงตนเองแทน

2.นายกฯอนุทินพูดถูกต้องว่าเป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งหมายความว่าคอร์รัปชันเกิดมาตั้งแต่อดีต อย่างไรก็ดี การที่พูดว่า “แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” นั้น เป็นการแสดงจุดยืนที่อ่อนด้อย

ควรจะได้แสดงว่า ยินดีที่มีการสำรวจและการยกเรื่องนี้ขึ้นสู่สังคม รัฐบาลนี้จะได้ถือโอกาสเร่งรัดการป้องปราม ไม่ใช่พยายามปกป้องส่วนราชการ ไม่ใช่ห้ามการวิจารณ์ทางลบเพราะจะไปเสริมตราบาป สำหรับคนที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดทางด้านบริหารอย่างท่านจะคิดแบบนี้ไม่ได้

3.ในรูปข้างล่าง ภาคเอกชนเสนอสาเหตุที่นำไปสู่การจ่ายใต้โต๊ะเรียงตามอันดับความสำคัญ

(1) ขั้นตอนการติดต่อมีความซับซ้อน กฎหมาย/ระเบียบเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป

(2) เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการทำผิดระเบียบ

(3) เพื่อความรวดเร็ว/การดำเนินการใช้เวลานานเกินไป

(4) เพื่อตัดหน้าคู่แข่ง

(5) เพราะถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับ/ประวิงเวลา

(6) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำต่อๆ กันมา

4.น่าเสียดายอย่างแสนสาหัส ตรงนี้เป็นคำตอบที่คนระดับนายกรัฐมนตรีควรจะคว้าเอาไว้ทันที ดังนี้

(1) สั่งให้ทุกส่วนงานตัดทิ้งระเบียบที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจ เปลี่ยนขั้นตอนการติดต่อให้เป็นออนไลน์

(2) สั่งให้วิเคราะห์สาเหตุที่ประชาชนมักจะทำผิดระเบียบ สั่งให้เแก้ไขระเบียบที่ละเอียดเกินไปจนปฏิบัติได้ยาก

(3) กำหนดเวลาการพิจารณาทุกคำขอจะต้องเสร็จภายในเวลา เช่น 45 วัน ถ้าไม่เสร็จ ต้องแจ้งปฏิเสธพร้อมทั้งให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อหาทางปรับปรุงขั้นตอน

(4) เปลี่ยนขั้นตอนการติดต่อให้เป็นออนไลน์โดยกำหนดเวลาแล้วเสร็จ เพื่อเปิดให้เอกชนทุกรายยื่นเสมอภาค

(5) กำหนดเวลาแล้วเสร็จ โดยให้ทุกส่วนงานสรุปจำนวนคำขอที่ยื่น จำนวนที่พิจารณาแล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา จำนวนที่ปฏิเสธ ขึ้นแสดงในเว็บไซต์ทุกสิ้นเดือน

(6) นายกรัฐมนตรีต้องแสดงท่าทีรังเกียจคอร์รัปชันให้จริงจังมากกว่านี้ ให้น่าเชื่อถือมากกว่านี้

หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไหม' จี้รัฐบาลทบทวน มติครม. ออกเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ยุติความสับสน

'ไหม' แนะ 'รัฐบาล' ทบทวนมติ ครม. ออกหลักเกณฑ์กลั่นกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มองแม้ทบทวนเฉพาะปีนี้ แต่รอบภาษีปีหน้าต้องมาลุ้นกันอีก

ไม่เสียเหลี่ยมแน่! 'สีหศักดิ์-ทีมไทยแลนด์' รู้ทันเขมรลากเข้า UNCLOS

'นักรัฐศาสตร์' ชี้อย่าตกใจเกมกัมพูชาเดินหน้า UNCLOS มั่นใจ 'สีหศักดิ์-ทีมไทยแลนด์' รู้ทัน ไม่เสียเหลี่ยม พร้อมเตรียมรับมือครบทุกมิติ

'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คึกคัก! ยอดลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม' 7 วัน ทะลุ 4.5 แสนคน

ทุกเสียงมีความหมาย! รัฐบาลชวนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พบยอดลงทะเบียน 7 วัน ทะลุ 4.5 แสนคน เปิดถึง 15 ก.ค. นี้

รัฐบาล หนุน 'อปท.' ลุยคัดกรองสายตา-ตัดแว่นสำหรับเด็ก ลดเหลื่อมล้ำเข้าถึงบริการสุขภาพ

รัฐบาล บูรณาความร่วมมือ หนุน อปท. เดินหน้าคัดกรองสายตาและแว่นตาสำหรับเด็ก เผยความสำเร็จ 7 เดือนแรกปีงบประมาณ 69 ดำเนินการแล้ว 205 โครงการ คัดกรองเด็กกว่า 4 หมื่นคน ได้รับแว่นตาแล้วกว่า 1.4 หมื่นคน