
นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการนัดแรก ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ อยู่ได้ด้วยผลงาน ไม่ดำรงอยู่ด้วยอำนาจ ชม ขรก. วางตัวดี ร่วมทำงานจนผ่านหลายวิกฤต ขออย่าเกียร์ว่างแม้ใกล้เกษียณ
24 ก.ค. 2569 – เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน ถนนราชดำเนินนอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เมื่อมาถึงนายกฯเยี่ยมชมพระตำหนักวังปารุสกวัน ก่อนถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการฯและผู้บริหารสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่บริเวณหน้าพระตำหนักฯ
จากนั้นนายกฯ กล่าวมอบนโยบายคณะหัวหน้าส่วนราชการว่า วันนี้ต้องถือว่าเป็นโอกาสดีอันหนึ่งที่ได้มีโอกาสมาพบกับทุกท่าน ภายหลังจากการเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในการบริหารประเทศอีกวาระหนึ่ง ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่มีการดำเนินการข้อตกลงและมีการดำเนินนโยบายต่างๆ มากมายในช่วงนี้ และเท่าที่จำได้เราเพิ่งพบกันครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 หลังจากนั้น 3 วันก็ยุบสภา พบกันก็คงไม่น่าจะมีอะไรเช่นนั้น เพราะสภาก็ปิดไปแล้ว อย่างที่เรียนว่ารัฐบาลของตนได้เข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คราวที่แล้วตราบจนมาถึงปัจจุบันนี้ ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือของปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ตลอดจนผู้บัญชาการเหล่าทัพ ต้องกราบเรียนด้วยความซาบซึ้งและจริงใจว่าตนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกท่าน ไม่ว่าสภาพของการบริหารงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร
นายอนุทิน กล่าวว่า ในวาระอนุทิน 1 ทุกท่านคงทราบว่าตอนนั้นรัฐบาลมีสถานะเป็นเสียงข้างน้อย หลายคนปรามาสว่าจะเข้ามาทำอะไรได้ นอกจากมารอวันยุบสภาตามข้อตกลงเอ็มโอยูกับฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ตั้งแต่เข้ามาเมื่อปลายเดือนส.ค.2568 ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ทำให้ความเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม ต้องบริหารประเทศในภาวะสงคราม ภาวะความขัดแย้ง ภาวะอุทกภัย ตั้งแต่เข้ามามีเรื่องเยอะแยะมากมาย เราต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศคือการสูญเสียสมเด็จพระพันปีหลวง ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนั้น ถ้ารัฐบาลไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากท่าน เราก็คงไม่สามารถที่จะบริหารสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้
นายกฯ กล่าวว่า ได้เห็นการสนับสนุนของทุกฝ่าย ตนไม่ได้รู้สึกว่าเราได้แต่เพียงแต่ประคับประคองสถานการณ์ แต่เราได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขเรื่องกลไกของภาครัฐที่มีอยู่ และเมื่อเราบูรณาการงานร่วมกันสิ่งที่มีความเป็นความกังวล และสิ่งที่เป็นภัยก็ได้รับการบริหารและคลี่คลายลงไปด้วยความรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ตนต้องขอกราบเรียนทุกท่านว่าในใจของตนทั้งหมด ตนทำงานกับทุกท่าน คงทราบว่าเรียกว่าศรีษะชนศีรษะกันเลย เวลาเราลงพื้นที่สภาพความเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวง เรามีความเป็นข้าราชการที่ต้องลงไปดูแลทุกข์สุขของประชาชน ตราบจนผ่านพ้นการเลือกตั้ง
ตนก็ต้องขอชื่นชมและชมเชยหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ที่ได้วางตัวได้อย่างเหมาะสม หมายความว่าในการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มีคำติฉินนินทาหรือวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล ถึงแม้ว่าจะยุบสภาไปแล้ว ก็ได้ใช้กลไกหรือต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดความได้เปรียบ ทุกคนวางตัวเป็นอย่างดี การวางตัวของท่านทำให้เกิดความเข้าใจ ในความเกรงอกเกรงใจ สังเกตได้ว่าตนไม่เคยกล้าไปหา ไปกวนพวกท่านให้ไปร่วมงานใดๆที่มีความคาบเกี่ยว เราต้องจัดวาระงานราชการลงไป แต่หลังเวลาราชการเราต้องลงพื้นที่หาเสียงลงพื้นที่ปราศรัย ตนเชื่อว่าท่านเข้าใจรัฐบาลและรัฐบาลจะไม่บอกให้ท่านมายืนแอบข้างหลัง ลองสังเกตดูว่าใครจะมา ใครจะไปไม่มี ถึงจุดนั้นเราต่างคนต่างไปปฏิบัติหน้าที่ของเรา ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และตัวของตนสามารถกลับมาจัดตั้งรัฐบาล เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดินและมาร่วมงานกับทุกท่านอีกครั้ง
“ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน และรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศนี้ ขอให้คำยืนยันกับท่านว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรง มีเสถียรภาพ มีความเข้าใจกัน แม้กระทั่งในรัฐมนตรีที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาล ในสภาผู้แทนราษฎร ในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เราเน้นในเรื่องของภารกิจหน้าที่เป็นหลัก ไม่ได้เน้นเรื่องของการดำรงไว้ หรือดำรงอยู่ของการควบคุมอำนาจของรัฐ ทั้งนี้ สำหรับตัวของผม ท่านที่ได้สัมผัสและทำงานร่วมกับผม คงทราบว่าผมเป็นผู้ที่มีความเชื่อว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้อยู่ที่ผลงานของรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งผลงานของรัฐบาลหลายๆ อย่างต้องมาจากความร่วมมือของหัวหน้าส่วนราชการ ผมเชื่อว่าการรับนโยบายไปปฏิบัตินั้น ผมมอบหมายให้กับพวกท่าน ไม่เคยมอบหมายข้ามสายงาน ข้ามศรีษะ ผมลงไปสั่งการด้วยตัวเอง เพราะว่าผมถือว่าการที่พวกท่านเป็นระดับหัวหน้าส่วนราชการแล้ว ผมมอบนโยบายและแนวปฏิบัติไปกับท่าน ผมก็ติดตามและให้การสนับสนุนในการทำนโยบายของรัฐบาลให้ประสบความสำเร็จ เลยทำให้ผมมีความเชื่อมั่นในตัวท่านมากๆ” นายกฯ ระบุ
ส่วนเรื่องความมั่นคง ทางตำรวจ ฝ่ายเจ้าพนักงาน ทางการทหาร และเรื่องของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ ตนไม่เคยต้องกังวลว่าเรื่องนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จ พวกท่านจัดการได้ดีมีคนเก่ง เราแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความตั้งใจและความเป็นมืออาชีพ จนเดี๋ยวนี้ถ้ามีคดีใหญ่ๆ องค์กรอิสระต่างๆยังทำเรื่องมาขอความร่วมมือ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความไว้เนื้อเชื่อใจ ในรัฐบาลของตนได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าถ้ามันคือเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เรื่องประโยชน์ของชาติ ขอให้ท่านได้มั่นใจรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะมองเห็นประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ในทางการเมือง หรือประโยชน์ในการถือครองอำนาจรัฐเอาไว้เหนือกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านทั้งหลายที่ทำงานร่วมกับตน คงได้เห็นแนวทางการทำงานของตนอย่างชัดเจน พวกเราทุกคนในห้องนี้ ถ้าไม่อยู่ในสถานะทางการเราก็เรียกพี่ เรียกน้องกันทุกคน ตนไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในวาระแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ บอกให้เชื่อมั่นในดุลพินิจของตน ผมยึดมั่นในเรื่องของคุณสมบัติที่ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติมาโดยตลอด รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกคน สิ่งที่จะขอความร่วมมือจากทุกท่านคือ ณ ขณะนี้ ถ้าท่านติดตามข่าวสารหรือมีโอกาสร่วมคณะกับตนในการเดินทางไปเยือนนานาประเทศท่านคงได้เห็นถึงสถานะ (positions ) ของประเทศไทยในสายตานานาประเทศ เราไม่ได้ต้องการไปแค่เช็คแฮนด์ ยืนยิ้ม แต่ประเทศไทยได้กลับสู่จอเรดาร์ ซึ่งหมายถึงเมื่อไปที่ไหนจะต้องมีหัวข้อมีความร่วมมือ มีการทำบันทึกข้อตกลง และการลงทุนต่างๆ ทุกท่านจะเห็นว่าประเทศไทยเปิดตัวกับนานาประเทศมากขึ้น เพราะเรามีความพร้อม ซึ่งรัฐบาลในอดีตวางรากฐานที่ดี แม้กระทั่งรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่วางรากฐานในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆมา แต่กว่าจะพร้อมใช้เวลา 7-10 ปี ถือว่ารัฐบาลนี้โชคดีที่ได้มาบริหารประเทศในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆเกิดความพร้อมมีความชัดเจนจับต้องได้ ทำให้การตัดสินใจต่างๆของมิตรประเทศเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน เรายังมีความเข้าไม่เข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เรามีเกียรติภูมิ มีอธิปไตยของประเทศที่ต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา ยืนยันว่าทุกครั้งที่ได้พบกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน มีการพูดคุยกันในแนวโน้มที่ดี ทราบถึงความรู้สึกได้ว่าผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ต้องการให้มีสภาพเช่นนี้ แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยืนหยัดในนโยบายว่าเราไม่เคยรุกรานใครก่อน เราเคารพอธิปไตยของผู้อื่น และไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง แต่ถ้าโดนคุกคามถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ประเทศไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความเฉียบขาดเด็ดขาด ดังนั้นในขณะนี้ที่เราได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด การที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ ตนได้แจ้งผู้นำกัมพูชาไปว่าขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ประเทศไทยพร้อมที่จะเจรจา แต่เจรจาบนพื้นฐานที่ประเทศไทยได้วางเอาไว้ ส่วนไหนที่เรายอมได้แล้วไม่เกิดผลเสียต่อประเทศก็มาคุยกัน แต่ส่วนไหนที่เป็นการต่อรองกัน เพื่อให้มาพบกันตรงจุดใดจุดหนึ่งแล้วเกิดผลเสียกับประเทศไทย ตรงนี้ก็ต้องขอสงวนสิทธิ์ว่าอย่าเอาเข้ามาในวาระ สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจน
นายกฯ กล่าวว่า ได้แจ้งกับที่ประชุมทุกครั้งกับทั้งภาครัฐ และเอกชน หรือหน่วยงานไหนก็ตาม ว่ามั่นใจในหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทยที่ได้ปกป้องพิทักษ์ความเป็นเอกราชของประเทศด้วยความเรียบร้อย ไม่มีสิ่งที่น่ากังวลใดๆ การวางแผนสิ่งต่างๆ ทางการลงทุนขยายกิจการต่างๆ ก็ขอให้ถือว่าเหตุการณ์ในประเทศนี้มีความเป็นปกติมีความปลอดภัย ตนได้เน้นย้ำกับความมั่นคงว่าให้ประชาชนรู้ว่าอธิปไตยของเขามีความปลอดภัย ประเทศของเขาปลอดภัย ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงก็ให้คำยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งตนในหัวหน้ารัฐบาลก็มีความมั่นใจ
ทั้งนี้ ในส่วนของภาคพลเรือนการให้บริการประชาชน ขอให้ฝ่ายปกครองดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้มีการบูรณาการร่วมกัน หัวหน้าส่วนราชการราชต้องเคลียร์ทุกประเด็นให้หมด อย่าไปมองแบบแยกกระทรวงหรือรักษาผลประโยชน์เฉพาะกระทรวง เพราะปัจจุบันเป็นไปไม่ได้แล้ว เหมือนที่เคยบอกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของตนไม่ใช่ ครม. รัฐบาลผสมภูมิใจไทย เพื่อไทย แต่เป็น ครม.ของประเทศไทย ครม.ของทุกคนในการแสวงหาความร่วมมือ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งวันนี้มีความพร้อมทุกด้าน
ส่วนการเดินหน้าเรื่องการเจรจากับต่างประเทศ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน เพราะเกี่ยวพันกันหมด จึงหนีไม่พ้นที่หัวหน้าคณะเจรจาของเรา ก่อนที่จะเดินทางไปเจรจา หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านต้องติดอาวุธการเจรจาเข้าไปให้พร้อม เมื่อไปถึงถ้าท่านบอกว่าขอกลับไปปรึกษาก่อน ความเสียหายความเสียเปรียบจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้น เมื่อท่านได้รับความเห็นชอบจากครม.แล้วในการเจรจา ถือว่าได้รับความเห็นชอบ และไปในนามรัฐบาล แทนที่เราจะได้เปรียบจะทำให้บทสรุปหายไป คู่เจรจาจะจับไต๋เราได้หมด ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ เราจึงต้องบริหารราชการด้วยศักยภาพ ด้วยความร่วมมือบูรณาการอย่างเต็มที่ตราบใดที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ตนจะประชุมจนท่านเบื่อ ตนมีความสุขมากในการพูดคุยเรื่องต่างๆ จะไม่ใช่แค่มาเปิดแล้วมาปิดการประชุม ตนยินดีให้เวลาอย่างเต็มที่เพื่อที่ประเทศจะก้าวหน้าไปได้ เราควรจะประชุมกันสองเดือนครั้งเป็นอย่างต่ำ เพราะถ้าเจอกันทุกเดือนคงไม่ได้มีโอกาสที่จะอำนวยมากขนาดนั้น
“ผมพูดเสมออายุราชการของท่านคือเที่ยงคืนวันที่ 1 ต.ค.69 ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่เดือน ก.ค. ที่บอกว่าเริ่มทดเกียร์ห้า เกียร์สี่ เกียร์สาม หรือบางคนปล่อยเกียร์ว่างไม่ได้ อยู่เกียร์ห้าแล้วยังคงต้องทดไปถึงเกียร์สิบ เผลอๆ ผมอาจจะต้องขอท่านมาช่วยงานต่อด้วยซ้ำ ก็ขอให้พวกท่านตระหนักถึงประเด็นนี้ด้วยว่าหน้าที่ของท่านคือ 24 ชั่วโมง” นายอนุทิน ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ 'มิตซูบิชิ' จ่อลงทุนไทยเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน
นายกฯ ดูแลนักลงทุนญี่ปุ่น เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ 'Mitsubishi Motors' เชื่อมั่นไทย เตรียมลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้านบาท รองรับยานยนต์สมัยใหม่
'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอรัฐบาลรับไปพิจารณา อาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง
'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอแนะรัฐบาลหยิบไปพิจารณา แจงอาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง ชี้บางเรื่องต้องใช้เวลา ยันนายกฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ สั่งการใกล้ชิดห้ามทอดทิ้งประชาชน
รัฐบาลติดสปีด 'ศูนย์สร้างสุข' 24 ชม. เชื่อม AI ช่วยกลุ่มเปราะบางถึงชุมชน
รัฐบาลติดสปีดศูนย์สร้างสุข 24 ชม. เชื่อม AI-โซเชียล ลุยค้นหากลุ่มเปราะบางถึงชุมชน เคสวิกฤตถึงมือเจ้าหน้าที่ทันที
ชูนโยบาย '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' ปราบสินบน
นายกฯ ประชุม คตท. ครั้งแรก เดินหน้าปราบสินบน ชูนโยบาย '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' ตั้งอนุกรรมการฯ ชุดใหม่ ลุยแก้ปัญหาเรียกรับผลประโยชน์ภาครัฐ
'รัชดา' ดีดปาก 'หมอสุภัทร' อย่าตีกินปม กสทช.ทั้งที่เรื่องยังมาไม่ถึงนายกฯ
โฆษกรัฐบาลโต้ข้อกล่าวหา นายกฯอนุทิน ยื้อปม กสทช. ย้ำเรื่องยังไม่ถึงมือนายกฯ อย่าคาดการณ์จนประชาชนเข้าใจผิด
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการอัยการ ให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ 1,556 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ

